menu
Home
Summary
Weather
Storm
Satellite Images
Weather Map
Pressure
Wind
Wave
Rain
Radars
Rain Station
Satellite Rain
Water Level
Large Reservoir
Main River
Flood
Flood Area
Damage
News
Tropical Stom PODUL and KAJIKI 2019
ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลัก
อิทธิพลจากพายุโซนร้อน “โพดุล” และพายุโซนร้อน “คาจิกิ” ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงในบางพื้นที่ของภาคเหนือ ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน ส่งผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักหลายสายเพิ่มสูงขึ้นจนล้นตลิ่งเข้าท่วมในหลายพื้นที่
ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดระดับน้ำของกรมชลประทานและสถานีโทรมาตรสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำแสดงให้เห็นว่า ช่วงที่ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน “โพดุล” ระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2562 ได้ส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของลุ่มน้ำชี และในบางพื้นที่ของลุ่มน้ำมูล ป่าสัก ยม และน่าน โดยบริเวณแม่น้ำชี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของลุ่มน้ำชี เกิดน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ สำหรับลุ่มน้ำมูลที่มีแม่น้ำมูลเป็นแม่น้ำสายหลักได้เกิดน้ำท่วมบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี ส่วนลุ่มน้ำโขงบริเวณแม่น้ำสงครามได้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสกลนคร อุดรธานี และบริเวณห้วยโมงที่น้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบริเวณ จ.หนองบัวลำภู ส่วนลุ่มน้ำยม แม่น้ำยมได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมบริเวณจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก และแพร่ สำหรับลุ่มน้ำน่าน น้ำปาดซึ่งเป็นลำน้ำสาขาย่อยของลุ่มน้ำน่านได้เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบริเวณจังหวัดอุตรดิตถ์ นอกจากนี้น้ำในแม่น้ำวังทองและแม่น้ำแควน้อยได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมบริเวณจังหวัดพิษณุโลก ส่วนลุ่มน้ำป่าสักเกิดน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์เท่านั้น
ซึ่งในเวลาต่อมาอิทธิพลของพายุโซนร้อน “คาจิกิ” ที่เกิดขึ้นต่อจากพายุโซนร้อน “โพดุล” ได้ส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนักซ้ำในบริเวณเดิม โดยเฉพาะบริเวณตอนล่างของลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูล ส่งผลทำให้สถานการณ์น้ำท่วมทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยบริเวณลุ่มน้ำชี ได้เกิดน้ำท่วมหนักบริเวณจังหวัดร้อยเอ็ดและยโสธร ส่วนลุ่มน้ำมูลเกิดน้ำท่วมบริเวณจังหวัดศรีสะเกษ บุรีรัมย์ ยโสธร โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีที่เกิดน้ำท่วมหนักเป็นเวลานาน เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่น้ำในแม่น้ำชีจะไหลลงสู่ตอนล่างรวมกับน้ำในแม่น้ำมูล ก่อนไหลสู่แม่น้ำโขงที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดรับน้ำของทั้งสองแม่น้ำ ประกอบกับเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมหนัก เป็นเวลานานกว่าพื้นที่อื่น จากการตรวจวัดระดับน้ำที่สถานี M.7 สะพานเสรีประชาธิปไตย ในตัวเมืองอุบลราชธานี จะเห็นได้ว่าระดับน้ำล้นตลิ่งตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2562 จนถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2562 ระดับน้ำจึงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ รวมระยะเวลาที่น้ำล้นตลิ่งนานถึง 30 วัน รายละเอียดเพิ่มเติมตามกราฟและแผนที่ด้านล่าง
ข้อมูลเพิ่มเติม :
คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ www.thaiwater.net