รายงานความเสียหาย





เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2562 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้รายงานสถานการณ์ภัยจากอิทธิพลพายุโซนร้อน "โพดุล" และพายุโซนร้อน "คาจิกิ" รวมถึงอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่ช่วงวันที่ 29 สิงหาคม 2562 ถึงวันที่ 15 กันยายน 2562 ซึ่งส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วม ฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย ในพื้นที่ 32 จังหวัด ประกอบด้วย
ภาคเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ 1) แพร่ 2) เชียงใหม่ 3) เพชรบูรณ์ 4) น่าน 5) อุตรดิตถ์ 6) พิษณุโลก 7)

พิจิตร 8) แม่ฮ่องสอน 9) ลำปาง และ 10) สุโขทัย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด ได้แก่ 1) นครพนม 2) ร้อยเอ็ด 3) อุบลราชธานี 4) อำนาจเจริญ 5) มหาสารคาม 6) ขอนแก่น 7) หนองบัวลำภู 8) ยโสธร 9) กาฬสินธุ์ 10) มุกดาหาร 11) ชัยภูมิ 12) สุรินทร์ 13) อุดรธานี 14) เลย 15) ศรีสะเกษ และ 16) สกลนคร
ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ 1) ปราจีนบุรี 2) ตราด 3) สระแก้ว
ภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ 1) กระบี่ 2) ระนอง 3) ชุมพร

รวมพื้นที่ความเสียหายทั้งสิ้น 181 อำเภอ 968 ตำบล 7,114 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล 11 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 418,449 ครัวเรือน บ้านเรือนประชาชนได้รับ ความเสียหายบางส่วน 3,818 หลัง มีผู้เสียชีวิต 33 ราย ประกอบด้วย ยโสธร 8 ราย ร้อยเอ็ด 6 ราย อำนาจเจริญ 5 ราย ขอนแก่น 3 ราย อุบลราชธานี 3 ราย พิจิตร 2 ราย ศรีสะเกษ 2 ราย พิษณุโลก 1 ราย มุกดาหาร 1 ราย สกลนคร 1 ราย น่าน 1 ราย มีผู้บาดเจ็บ 1 รายที่ จ.ชัยภูมิ





ทั้งนี้ ณ วันที่ 15 กันยายน 2562 มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 22 จังหวัด ได้แก่ 1) เชียงใหม่ 2) แม่ฮ่องสอน 3) แพร่ 4) น่าน 5) เพชรบูรณ์ 6) สุโขทัย 7) พิษณุโลก 8) พิจิตร 9) มหาสารคาม 10) อุดรธานี 11) ขอนแก่น 12) อำนาจเจริญ 13) ร้อยเอ็ด 14) ยโสธร 15) มุกดาหาร 16) ศรีสะเกษ 17) สกลนคร 18) อุบลราชธานี 19) ตราด 20) ระนอง 21) ชุมพร 22) หนองบัวลำภู และประกาศเป็นเขตพื้นที่

ประสบสาธารณภัย 28 จังหวัด ได้แก่ 1) เชียงใหม่ 2) แพร่ 3) น่าน 4) แม่ฮ่องสอน 5) ลำปาง 6) อุตรดิตถ์ 7) เพชรบูรณ์ 8) พิษณุโลก 9) สุโขทัย 10) พิจิตร 11) อุบลราชธานี 12) ขอนแก่น 13) หนองบัวลำภู 14) อุดรธานี 15) อำนาจเจริญ 16) นครพนม 17) ร้อยเอ็ด 18) ยโสธร 19) กาฬสินธุ์ 20) มุกดาหาร 21) ชัยภูมิ 22) ศรีสะเกษ 23) สกลนคร 24) มหาสารคาม 25) สุรินทร์ 26) ตราด 27) สระแก้ว และ 28) ระนอง ทั้งนี้ ณ วันที่ 15

กันยายน 2562 ยังคงมีสถานการณ์เกิดขึ้นใน 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ มีผู้อพยพ 3 จังหวัด ได้แก่ ยโสธร อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด รวม 94 จุด 23,083 คน ได้แก่ ยโสธร 11 จุด 733 คน อุบลราชธานี 61 จุด 22,220 คน ร้อยเอ็ด 22 จุด 130 คน รายละเอียดเพิ่มเติม ดังนี้



1) จ.อุบลราชธานี วันที่ 30 สิงหาคม 2562 เวลา 05.00 น. เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 25 อำเภอ ประกอบด้วย อ.น้ำขุ่น อ.เมืองฯ อ.กุดข้าวปุ้น อ.น้ำยืน อ.เขื่องใน อ.เขมราฐ อ.พิบูลมังสาหาร อ.ตระการพืชผล อ.โขงเจียม อ.ดอนมดแดง อ.ม่วงสามสิบ อ.เหล่าเสือโก้ก อ.สว่างวีระวงศ์ อ.เดชอุดม อ.ตาลสุม อ.สิรินธร อ.นาตาล อ.ศรีเมืองใหม่ อ.นาจะหลวย อ.โพธิ์ไทร อ.สำโรง อ.วารินชำราบ อ.นาเยีย อ.บุณฑริก และ อ.ทุ่งศรีอุดม รวม 174 ตำบล 1,362 หมู่บ้าน ประชาชน ได้รับผลกระทบ 42,383 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 639,556 ไร่ ถนน 182 สาย สะพาน 27 แห่ง ฝาย/ทำนบ 3 แห่ง วัด 98 แห่ง รพ.สต. 3 แห่ง โรงเรียน 74 แห่ง สถานที่ราชการ 13 แห่ง อพยพ 61 จุด 22,220 คน ได้แก่
- อ.ม่วงสามสิบ 2 จุด 110 คน 1) ศพด.หนองบัว 2) อบต.นางเลิง
- อ.ตระการพืชผล 1 จุด 10 คน บ้านศาลากลางบ้าน บ่อดูน
- อ.วารินชำราบ 16 จุด 13,537 คน 1) หน้าวัดแสนสำราญ 2) สนามทุ่งคำแซบ 3) สวนสุขภาพลับแล 4)แยกสถานี รถไฟถึงแยกน้ำโจ๊ก-ประตูแดง 5) หน้าสรรพสามิตวารินฯ 6) ถนนแยก รสพ.ถึงแยกน้ำโจ๊ก 7) บริเวณ ร.ร.กุดเป่ง 8) ศาลา กลางบ้าน ม.1 9) ศาลากลางบ้าน ม.4 10) ศาลากลางบ้าน ม.9 11) ร.ร.วารินชำราบ 12) ร.ร.บ้านกุดระงุม 13) ข้างเรือนจำ มทบ.2 14) ที่ว่างหน้าประตูแดง 15) บ้านปากกุดหวาย ม.6 16) หน้าวัดป่าพูนสิน
- อ.เมืองฯ 29 จุด 6,209 คน 1) ม.11 ทต.ปทุม 2)

บริเวณรอบบ่อบำบัด 3) หน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ทางลงสะพานศรีนครินทร์ 4) ศาลากลางบ้านดู่ 5) หาดวัดใต้ (ที่ว่างโรงไฟฟ้าเก่า) 6) วัดสุปัฏนาราม 7) ปากมูลน้อย 8) วัดกุดคูณ 9) วัดท่าวังหิน 10) ถนน ชลประทานท่าบ่อ(ห้วยม่วง) 11) ถนนชลประทานท่าบ่อ(ซ.ติ่งปลาเผา) 12) ข้างวัดบูรพา 13) ทางลงหาดวัดใต้ 14) วัดศรีประดู่ 15) วัดหลวง 16) ข้างถนนบูรพานอก 17) บริเวณหลังเรือนจำ (ซอยโพธิ์ทอง) 18) ข้างถนนศรีณรงค์ (โค้งอู่จีระศักดิ์) 19) วัดโรมัน 20) ซอยพโลชัย (ซอยข้างเรือนจำ) 21) บริเวณวัดท่าบ่อ ม.1 22) บริเวณวัดท่าบ่อ ม.2 23) บริเวณพื้นที่สูงภายในหมู่บ้าน 24) ที่ดินเอกชน ฝั่งตรงข้ามโฮมฮับอุบล 25) ที่ดินเอกชนข้างโฮมฮับอุบล 26) ที่ดินเอกชนข้างทางเข้าหาดคูเดื่อ 27) บริเวณศาลากลางบ้าน 28) ถนนซอยดงคำอ้อ 8 29) ถนนทางไปสวนสัตว์อุบลราชธานี
- อ.สว่างวีระวงศ์ 1 จุด 250 คน ศาลาดอนปู่ตาบ้านฮ้องอ้อ
- อ.พิบูลมังสาหาร 12 จุด 2,104 คน 1) ศาลากลางบ้าน ม.6 (บ้านสร้างแก้วเหนือ) 2) ศาลากลางบ้าน ม.6 (บ้านโพธิ์ไทร) 3) ศาลากลางบ้าน ม.12 4) ศาลา กลางบ้าน ม.6 (บ้านเดื่อโดม) 5) ศาลากลางบ้าน ม.15 6) วัดบ้านวังเคน 7) วัดบ้านสร้างแก้วใต้ 8) ร.ร.ไร่ใต้ประชาคม ม. 14 9) ศพด.อบต.ไร่ใต้ ม.5 10) ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ม.13 11) บ้านโนนค้อลุคุ 12) บ้านโนนสุข
มีผู้เสียชีวิต 3 ราย (ชาย 2 ราย หญิง 1 ราย) ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ เขื่องใน (7 ตำบล) เมืองฯ (6 ตำบล) วารินชำราบ

(6 ตำบล) พิบูลมังสาหาร (3 ตำบล) สว่างวีระวงศ์ (2 ตำบล) ตระการพืชผล (1 ตำบล) ดอนมดแดง (1 ตำบล) ส่วนอำเภออื่น ๆ มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตรบางพื้นที่ การให้ความช่วยเหลือ ผวจ.ขอรับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานโรงครัวพระราชทานประกอบอาหาร พระราชทานเลี้ยงบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในพื้นที่ จำนวน 2 จุด ได้แก่ 1) ศาลาประชาวาริน ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ 2) ชุมชนโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช 2 ทน.อุบลราชธานี อ.เมืองฯ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดตั้งโรงครัวในพื้นที่ จำนวน 1 จุด บริเวณที่ว่าการ อ.วารินชำราบ ศูนย์ ปภ.เขต 13 (อุบลราชธานี) จัดชุดกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว พร้อมสนับสนุนถุงยังชีพ เรือท้องแบน รถไฟฟ้าส่องสว่าง ศูนย์ ปภ.เขต 3 (ปราจีนบุรี) สนับสนุน รถบรรทุกขนาดเล็ก รถปฏิบัติการขนย้ายผู้ประสบภัย รถบรรทุกติดตั้งปั่นจั่น 10 ล้อ เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ เสื้อชูชีพ นพค.56 สนภ.5 สนับสนุน รยบ.ขนาดเล็ก รถประปาสนาม ขนย้ายสิ่งของและผลิตน้ำดื่มสะอาด 2,000 ขวด แจกจ่ายให้แก่ ผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ อ.เขื่องใน สนง.ปภ.จ. หน่วยทหารในพื้นที่ อำเภอ อปท. ภาคเอกชน มูลนิธิ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนเจ้าหน้าที่รวม 1,842 นาย พร้อมแจกจ่ายถุงยังชีพ 21,310 ชุด ยารักษาโรค น้ำดื่ม 1,870 แพค เรือท้องแบน เรือพลาสติก เต็นท์ ห้องสุขา ถังน้ำ เสื้อชูชีพ 629 ตัว เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก เข้าให้การช่วยเหลือเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย โครงการชลประทานอุบลราชธานี ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 170 เครื่อง เครื่องสูบน้ำ และกาลักน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่







2) จ.ยโสธร วันที่ 30 สิงหาคม 2562 เวลา 01.00 น. เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลากเข้าท่วม ในพื้นที่ 9 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ป่าติ้ว อ.คําเขื่อนแก้ว อ.เมืองฯ อ.ไทยเจริญ อ.เลิงนกทา อ.กุดชุม อ.ทรายมูล อ.ค้อวัง อ.มหาชนะชัย รวม 78 ตำบล 885 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 25,746 ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 555,965 ไร่ ถนน 151 สาย สะพาน 15 แห่ง วัด 15 แห่ง มัสยิด 1 แห่ง โรงเรียน 56 แห่ง สถานพยาบาล 6 แห่ง อพยพ 11 จุด 733 คน
- อ.คําเขื่อนแก้ว 3 จุด 80 คน 1) วัดป่าสามัคคีธรรม 2) อบต.นาแก 3) โรงสีชุมชนบ้านบุ่งหวาย
- อ.เมืองฯ 7 จุด 633 คน 1) วัดกลางศรีไตรภูมิ 2) วัดสิงห์ท่า ต.ในเมือง 3) บ้านสะแนน 4) ศาลากลางบ้านกุดกง 5) จุดหนองผ่า บ้านกุดกุง ต.ขุมเงิน 6) วัดบ้านท่าเยี่ยม 7) โรงเรียนบ้านแจ้งน้อย ต.ค้อเนือ

อ.ค้อวัง 1 จุด 20 คน บริเวณวัดโนนกลอย ต.น้ำอ้อม
มีผู้เสียชีวิต 8 ราย (ชาย 7 ราย หญิง 1 ราย) ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ คำเขื่อนแก้ว (7 ตำบล) มหาชนะชัย (5 ตำบล) เมืองฯ (3 ตำบล) ค้อวัง (2 ตำบล) ส่วนอำเภออื่น ๆ มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตรบางพื้นที่ ไม่ส่งผลต่อการดำรงชีวิตของประชาชน การให้ความช่วยเหลือ ผวจ.ขอรับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานโรงครัวพระราชทานประกอบอาหาร พระราชทานเลี้ยงบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย จำนวน 3 จุด ได้แก่ ในพื้นที่ อ.เมือง 1)ต.ในเมือง บริเวณวัดกลาง ศรีไตรภูมิ 2) ต.ค้อเหนือ บริเวณโครงการพระราชดำริหนองอึ่ง 3) ต.นาแก อ.คำเขื่อนแก้ว บริเวณโรงเรียนบ้านนาแก มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดตั้งโรงครัวในพื้นที่ จำนวน 3 จุด

1) ต.นาแก อ.เมืองฯ บริเวณโรงเรียน บ้านนาแก 2) ต.ค้อเหนือ บริเวณโครงการพระราชดำริหนองอึ่ง 3) ต.ในเมือง อ.เมือง บริเวณวัดกลางศรีตรัยภูมิ ศูนย์ ปภ. เขต 13 (อุบลราชธานี) สนับสนุน เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ เรือไฟเบอร์กลาส รถเครนยก รถบรรทุก 6 ล้อ ศูนย์ ปภ. เขต 5 (นครราชสีมา) สนับสนุน เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ สนง.ปภ.จ. อำเภอ กาชาดจังหวัด โครงการชลประทานยโสธร สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ กาลักน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ กรมทหารราบที่ 16 ค่ายบดินทรเดชา จนท.ตร. หมวดทางหลวง อปท. อส. อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิ สนับสนุนเรือท้องแบน เข้าสํารวจความเสียหายยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้าย ผู้ประสบภัย แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค จัดทำ Big Bag กระสอบทราย เป็นคันกั้นน้ำบริเวณลำน้ำชี และเร่งระบายน้ำ ออกจากพื้นที่







3) จ.ร้อยเอ็ด วันที่ 30 สิงหาคม 2562 เวลา 08.00 น. เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 19 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองฯ อ.เสลภูมิ อ.เมืองสรวง อ.โพนทอง อ.ธวัชบุรี อ.โพธิ์ชัย อ.จังหาร อ.ศรีสมเด็จ อ.หนองพอก อ.เชียงขวัญ อ.เมยวดี อ.พนมไพร อ.ทุ่งเขาหลวง อ.จตุรพักตรพิมาน อ.เกษตรวิสัย อ.อาจสามารถ อ.หนองฮี อ.สุวรรณภูมิ และ อ.ปทุมรัตน์ รวม 174 ตำบล 2,136 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับ ผลกระทบ 189,911 ครัวเรือน โรงเรียน 216 แห่ง รพ.สต. 5 แห่ง วัด 26 แห่ง สะพาน 13 แห่ง คอสะพาน 5 แห่ง ฝาย 10 แห่ง อพยพ 22 จุด ประกอบด้วย อ.เสลภูมิ 6 จุด อ.ทุ่งเขาหลวง 7 จุด อ.เชียงขวัญ 9 จุด รวมผู้อพยพ 130 คน พื้นที่ การเกษตรคาดว่าได้รับความเสียหาย 780,003 ไร่ ประกอบด้วย นาข้าว 755,998 ไร่ พืช

ไร่ 2,250 ไร่ พืชสวน 4,750 ไร่ มีผู้เสียชีวิต 6 ราย ประกอบด้วย ชาย 5 ราย หญิง 1 ราย ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ พนมไพร (7 ตำบล) เสลภูมิ (3 ตำบล) ทุ่งเขาหลวง (3 ตำบล) อ.อาจสามารถ (2 ตำบล) อ.โพธิ์ชัย (2 ตำบล) ส่วนอำเภออื่น ๆ มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตรบางพื้นที่ ไม่ส่งผลต่อการดำรงชีวิตของประชาชน การให้ความช่วยเหลือ ผวจ.ขอรับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานโรงครัวพระราชทานประกอบอาหาร พระราชทานเลี้ยงบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในพื้นที่ ในพื้นที่ อ.ทุ่งเขาหลวง 2 จุด บริเวณ บ้านอีก่อม ต.เทิดไทย บริเวณวัดบ้านมะบ้า ต.บึงงาม ศูนย์ ปภ.เขต 6 (ขอนแก่น) สนง.ปภ.จ สนับสนุน เครื่องสูบน้ำระยะไกล รถขนย้าย ผู้ประสบภัย เรือท้องแบน ทสจ. สนับสนุน เครื่องสูบน้ำ แขวงทางหลวงร้อยเอ็ด แขวงทาง

หลวงชนบทร้อยเอ็ด สนับสนุน รถเคลื่อนที่เร็ว รถขนย้าย โครงการชลประทานร้อยเอ็ด สนับสนุน เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ มทบ.27 สนับสนุน เจ้าหน้าที่ พร้อมรถอพยพขนย้าย นพค.54 สนภ.5 สนับสนุน รยบ.เทท้าย และ รยบ.บรรทุก เรือท้องแบน พร้อมเจ้าหน้าที่ สนับสนุนศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในพื้นที่ อ.เสลภูมิ สนง.ทรัพยากรน้ำภาค 4 สนับสนุน เครื่องสูบน้ำระยะไกล โครงการชลประทานร้อยเอ็ด สนับสนุน เครื่องสูบน้ำ 63 เครื่อง สนง.ปศุสัตว์ จังหวัด สนับสนุน เสบียงอาหารสัตว์ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภค หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหาย และเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่







4) จ.ศรีสะเกษ วันที่ 3 กันยายน 2562 เวลา 01.00 น. เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 12 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ยางชุมน้อย อ.กันทรารมย์ อ.ศิลาลาด อ.กันทราลักษ์ อ.เมืองฯ อ.ราษีไศล อ.โนนคูณ อ.บึงบูรพ์ อ.เบญจลักษณ์ อ.อุทุมพรพิสัย อ.ขุนหาญ และ อ.น้ำเกลี้ยง รวม 72 ต. 485 ม. 1 ทม. 2 ชุมชน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 57,525 หลังคาเรือน ถนน 4 สาย คันกั้นน้ำ 2 แห่ง ฝาย 1 แห่ง พื้นที่การเกษตรคาดว่าได้รับความเสียหาย 60,344

ไร่ ประกอบด้วย นาข้าว 58,464 ไร่ พืชไร่ 1,880 ไร่ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย (ชาย) ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.กันทรารมย์ (4 ตำบล) เมืองฯ (1 เทศบาล) ส่วนอำเภออื่น ๆ มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตรบางพื้นที่ ไม่ส่งผลต่อการดำรงชีวิต ของประชาชน การให้ความช่วยเหลือ ศูนย์ ปภ.เขต 13 (อุบลราชธานี) สนับสนุน รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย เครื่องสูบน้ำ สนง.ปภ.จ. สนับสนุน เสื้อชูชีพ เรือท้องแบน เรือเล็ก อำเภอ หน่วยทหารใน

พื้นที่ โครงการชลประทานศรีสะเกษสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 8 สำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 5 อบจ.ศรีสะเกษ แขวงทางหลวงชนบท สนับสนุน รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รถยนต์บรรทุก เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก 6 ล้อ รถพยาบาล รถตรวจการณ์ จนท.ตร. หน่วยทหารในพื้นที่ อปท. อส. อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิ เข้าสำรวจความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือยก ของขึ้นที่สูง แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค และเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่