ปริมาณน้ำในเขื่อน




เขื่อนขนาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุ
กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย


อิทธิพลจากพายุโซนร้อน "โพดุล" (PODUL) และพายุโซนร้อน “คาจิกิ” (KAJIKI) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและในบางพื้นที่ของภาคเหนือและภาคกลาง รวมทั้งยังส่งผลโดยอ้อมทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นทางด้านตะวันตกของภาคใต้ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีน้ำไหลลงเขื่อนขนาดใหญ่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นเกือบทุกเขื่อน โดยในช่วงวันที่ 28 สิงหาคม ถึง 7 กันยายน 2562 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดสถานการณ์พายุทั้ง 2 ลูกดังกล่าวข้างต้น เขื่อนที่มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนสะสมมากกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตร มีทั้งหมด 10 เขื่อน ประกอบด้วย เขื่อนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนสะสมถึง 699 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ 677 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนภาคเหนือ 3 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ 726 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนภูมิพล จ.ตาก 634 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนแควน้อย จ.พิษณุโลก 201 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาคกลาง 3 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี 981 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี 468 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี 177 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนภาคใต้ มี 2 เขื่อนได้แก่ เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี 192 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 143 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ มีหลายเขื่อนที่ปริมาณน้ำไหลเข้ามากจนทำให้ระดับเกณฑ์ปริมาณน้ำกักเก็บปรับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีอยู่ 13 เขื่อน โดยเขื่อนที่ปริมาณน้ำปรับระดับจากเกณฑ์น้ำน้อยวิกฤตเป็นเกณฑ์น้ำน้อย ได้แก่ เขื่อนแควน้อย จ.พิษณุโลก และเขื่อนแม่มอก จ.ลำปาง เขื่อนที่ปริมาณน้ำปรับระดับจากเกณฑ์น้ำน้อยเป็นเกณฑ์น้ำปานกลาง ได้แก่ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เขื่อนแม่งัด จ.เชียงใหม่ เขื่อนกิ่วคอหมา จ.ลำปาง เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก เขื่อนนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี ส่วนเขื่อนที่ปริมาณน้ำปรับระดับจากเกณฑ์น้ำปานกลางเป็นเกณฑ์น้ำมาก ได้แก่ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี เขื่อนวิชราลงกรณ จ.กาญจนบุรี เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

แต่ถึงแม้พายุโซนร้อน “โพดุล” และพายุโซนร้อน “คาจิกิ” จะส่งผลกระทบทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นในหลายเขื่อน แต่จากการรายงานเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2562 มีเขื่อนที่ปริมาณน้ำกักเก็บเพิ่มขึ้นจนอยู่ในเกณฑ์น้ำมากเพียง 4 เขื่อนเท่านั้น คือ 1) เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ 90% 2) เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี 82% 3) เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี 85% และ 4) เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 84% แต่กลับยังคงมีเขื่อนที่มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ในเกณฑ์น้อยถึงน้ำน้อยวิกฤต อยู่อีกถึง 18 เขื่อน ประกอบด้วย ภาคเหนือ 4 เขื่อน ได้แก่ 1) เขื่อนภูมิพล จ.ตาก 2) เขื่อนแม่กวง จ.เชียงใหม่ 3) เขื่อนแควน้อย จ.พิษณุโลก และ 4) เขื่อนแม่มอก จ.ลำปาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 เขื่อน ได้แก่ 1) เขื่อนลำตะคอง 2) เขื่อนลำพระเพลิง 3) เขื่อนมูลบน 4) เขื่อนลำแซะ จ.นครราชสีมา 5) เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น 6) เขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ 7) เขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ และ 8) เขื่อนน้ำพุง จ.สกลนคร ภาคกลาง 3 เขื่อน ได้แก่ 1) เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี 2) เขื่อนกระเสียว จ.สุพรรณบุรี และ 3) เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี ภาคตะวันออก 3 เขื่อน ได้แก่ 1) เขื่อนคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา 2) เขื่อนบางพระ จ.ชลบุร และ 3) เขื่อนประแสร์ จ.ระยอง


ข้อมูลเพิ่มเติม : คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ www.thaiwater.net



เขื่อน
จังหวัด
28/8/2562
8/9/2562
เพิ่มขึ้น/ลดลง
ภาคเหนือ
ปริมาณน้ำ 
% ความจุ
ปริมาณน้ำ
% ความจุ
ปริมาณน้ำ 
% ความจุ
เขื่อนภูมิพล      จ.ตาก
4,734
35
5,379
40
645
5
เขื่อนสิริกิติ์      จ.อุตรดิตถ์
4,472
47
5,217
55
745
8
เขื่อนแม่งัด      จ.เชียงใหม่
119
45
140
53
21
8
เขื่อนกิ่วลม      จ.ลำปาง
71
67
65
61
-6
-6
เขื่อนแม่กวง      จ.เชียงใหม่
68
26
77
29
9
3
เขื่อนกิ่วคอหมา      จ.ลำปาง
75
44
111
65
36
21
เขื่อนแควน้อย      จ.พิษณุโลก
209
22
424
45
215
23
เขื่อนแม่มอก      จ.ลำปาง
32
29
37
34
5
5
รวมภาคเหนือ     
9,781
39
11,449
46
1,668
7
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
0
0
เขื่อนลำปาว      จ.กาฬสินธุ์
667
34
1,386
70
719
36
เขื่อนลำตะคอง      จ.นครราชสีมา
142
45
157
50
15
5
เขื่อนลำพระเพลิง      จ.นครราชสีมา
17
11
25
16
8
5
เขื่อนน้ำอูน      จ.สกลนคร
250
48
324
62
74
14
เขื่อนอุบลรัตน์      จ.ขอนแก่น
534
22
606
25
72
3
เขื่อนสิรินธร      จ.อุบลราชธานี
1,256
64
1,848
94
592
30
เขื่อนจุฬาภรณ์      จ.ชัยภูมิ
42
26
49
30
7
4
เขื่อนห้วยหลวง      จ.อุดรธานี
42
31
75
55
33
24
เขื่อนลำนางรอง      จ.บุรีรัมย์
13
11
14
11
1
0
เขื่อนมูลบน      จ.นครราชสีมา
31
22
38
27
7
5
เขื่อนน้ำพุง      จ.สกลนคร
54
33
82
50
28
17
เขื่อนลำแซะ      จ.นครราชสีมา
53
19
69
25
16
6
รวมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ     
3,102
37
4,673
56
1,571
19
ภาคกลาง
0
0
เขื่อนป่าสักฯ      จ.ลพบุรี
32
3
228
24
196
21
เขื่อนกระเสียว      จ.สุพรรณบุรี
66
22
65
22
-1
0
เขื่อนทับเสลา      จ.อุทัยธานี
36
23
36
23
0
0
รวมภาคกลาง     
133
9
329
23
196
14
ภาคตะวันตก
0
0
เขื่อนศรีนครินทร์      จ.กาญจนบุรี
14,188
80
14,600
82
412
2
เขื่อนวชิราลงกรณ      จ.กาญจนบุรี
6,616
75
7,565
85
949
10
รวมภาคตะวันตก     
20,804
78
22,165
83
1,361
5
ภาคตะวันออก
0
0
เขื่อนบางพระ      จ.ชลบุรี
40
34
44
38
4
4
เขื่อนหนองปลาไหล      จ.ระยอง
87
53
86
53
-1
0
เขื่อนคลองสียัด      จ.ฉะเชิงเทรา
50
12
55
13
5
1
เขื่อนขุนด่านปราการชล      จ.นครนายก
88
39
118
53
30
14
เขื่อนประแสร์      จ.ระยอง
126
43
127
43
1
0
เขื่อนนฤบดินทรจินดา      จ.ปราจีนบุรี
98
33
153
52
55
19
รวมภาคตะวันออก     
491
32
584
39
93
7
ภาคใต้
0
0
เขื่อนแก่งกระจาน      จ.เพชรบุรี
534
75
593
84
59
9
เขื่อนปราณบุรี      จ.ประจวบคีรีขันธ์
266
68
283
72
17
4
เขื่อนรัชชประภา      จ.สุราษฎร์ธานี
3,638
65
3,779
67
141
2
เขื่อนบางลาง      จ.ยะลา
780
54
760
52
-20
-2
รวมภาคใต้     
5,218
64
5,416
66
198
2
รวมทั้งประเทศ
39,529
56
44,617
63
5,088
7