สรุปสถานการณ์ช่วงฤดูแล้งปี 2555/2556 (พ.ย.55 - เม.ย.56)

ผนภาพแสดงปริมาณฝนสะสมรายเดือนที่สังเคราะห์จากข้อมูลฝนของสถานีตรวจอากาศกรมอุตุนิยมวิทยา

แผนภาพฝนเฉลี่ยรายเดือน
จากค่าสถิติปี2493-2540
แผนภาพฝนเฉลี่ยรายเดือน
ฤดูแล้งปี 2547/2548

แผนภาพฝนเฉลี่ยรายเดือน
ฤดูแล้งปี 2552/2553

แผนภาพฝนเฉลี่ยรายเดือน
ฤดูแล้งปี 2555/2556


พฤศจิกายน
( 68.44 มม.)


พฤศจิกายน 2547
( 41.43 มม.)

พฤศจิกายน 2552
(46.31 มม.)

พฤศจิกายน 2555
(84.25 มม.)

ธันวาคม
( 29.72 มม.)

ธันวาคม 2547
( 15.54 มม.)

ธันวาคม 2552
(12.16 มม.)

ธันวาคม 2555
(45.05 มม.)

มกราคม
( 15.36 มม.)

มกราคม 2548
(10.12 มม.)

มกราคม 2553
(36.98 มม.)

มกราคม 2556
( 27.41 มม.)

กุมภาพันธ์
( 20.18 มม.)

กุมภาพันธ์ 2548
(2.10 มม.)

กุมภาพันธ์ 2553
(11.94 มม.)

กุมภาพันธ์ 2556
( 22.89 มม.)

มีนาคม
( 38.70 มม.)

มีนาคม 2548
(36.01 มม.)

มีนาคม 2553
(19.15 มม.)

มีนาคม 2556
( 28.99 มม.)

เมษายน
( 70.61 มม.)

เมษายน 2548
(71.98 มม.)

เมษายน 2553
(53.36 มม.)

เมษายน 2556
( 72.84 มม.)


จากแผนภาพแสดงปริมาณฝนรายเดือนทั้งประเทศ เปรียบเทียบระหว่างค่าสถิติฝน 48 ปี ฤดูแ้ล้งปี 2547/2548 ฤดูแล้งปี 2552/2553 และ ฤดูแล้งปี 2555/2556 ในเดือนเดียวกันของแต่ละปี พบว่า

เดือนพฤศจิกายน
ปี 2555 ปริมาณฝนรวมทั้งประเทศมากกว่าเดือนพฤศจิกายน 2547 และเดือนพฤศจิกายน 2552 รวมทั้งมากกว่าค่าเฉลี่ยเดือนพฤศจิกายน

เดือนธันวาคม
ปี 2555 ปริมาณฝนรวมทั้งประเทศมากกว่าเดือนธันวาคม 2547 และเดือนธันวาคม 2552 รวมทั้งมากกว่าค่าเฉลี่ยเดือนธันวาคม

เดือนมกราคม
ปี 2556 มีปริมาณฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยเดือนมกราคม และมากกว่าเดือนธันวาคม 2548 แต่น้อยกว่าเดือนธันวาคม 2553

เดือนกุมภาพันธ์
ปี 2556 มีปริมาณฝนรวมทั้งประเทศมากกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2548 และเดือนกุมภาพันธ์ 2553 และมากกว่าค่าเฉลี่ยเดือนกุมภาพันธ์

เดือนมีนาคม
ปี 2556 มีปริมาณฝนมากกว่าเดือนมีนาคม 2553 แต่น้อยกว่าเดือนมีนาคม 2548 และค่าเฉลี่ยเดือนมีนาคม


เดือนเมษายน ปี 2556 ปริมาณฝนรวมทั้งประเทศมากกว่าเดือนเมษายนปี 2548 และเดือนเมษายน 2553 โดยเฉพาะบริเวณภาคใต้


ภาค
พฤศจิกายน
ธันวาคม
มกราคม
กุมภาพันธ์
มีนาคม
เมษายน
ฝนสถิติ 48 ปี
ฤดูแล้ง ปี 2547/2548
ฤดูแล้งปี 2552/2553
ฤดูแล้งปี 2555/25556
ฝนสถิติ 48 ปี
ฤดูแล้งปี 2547/2548
ฤดูแล้งปี 2552/2553
ฤดูแล้งปี 2555/25556
ฝนสถิติ 48 ปี
ฤดูแล้งปี 2547/2548
ฤดูแล้งปี 2552/2553
ฤดูแล้งปี 2555/25556
ฝนสถิติ 48 ปี
ฤดูแล้งปี 2547/2548
ฤดูแล้งปี 2552/2553
ฤดูแล้งปี 2555/25556
ฝนสถิติ 48 ปี
ฤดูแล้งปี 2547/2548
ฤดูแล้งปี 2552/2553
ฤดูแล้งปี 2555/25556
ฝนสถิติ 48 ปี
ฤดูแล้งปี 2547/2548
ฤดูแล้งปี 2552/2553
ฤดูแล้งปี 2555/25556
เหนือ
38.51
19.18
2.72
51.60
10.20
0.00
1.37
8.11
11.81
6.31
28.71
27.90
15.08
0.38
2.21
9.58
29.01
32.31
12.45
29.00
58.36
65.01
39.03
31.90
ตะวันออกเฉียงเหนือ
20.45
3.49
4.90
40.29
3.34
0.15
2.65
2.21
3.25
4.12
34.76
11.23
16.51
2.13
18.85
1.67
37.29
29.11
10.24
29.31
71.80
81.36
66.34
61.91
กลาง
44.76
7.33
11.41
69.16
6.37
0.00
1.22
1.62
7.34
8.93
21.96
14.49
16.45
0.87
2.00
7.18
34.13
28.64
7.97
30.95
58.00
79.28
26.92
45.10
ตะวันออก
40.86
10.57
19.80
125.25
7.23
0.00
7.23
2.92
13.29
20.93
42.98
48.13
27.22
4.83
28.41
13.99
47.01
52.43
40.11
43.09
79.56
118.77
96.42
122.75
ใต้ฝั่งตะวันออก
266.58
216.79
269.69
228.60
167.42
106.66
70.48
285.87
58.17
29.72
68.14
64.44
36.19
3.94
16.50
116.89
54.56
56.25
47.33
18.89
77.95
35.37
47.32
215.35
ใต้ฝั่งตะวันตก
176.09
158.87
202.60
233.52
78.80
62.65
39.09
161.95
33.39
12.34
65.28
50.41
27.66
9.29
21.27
81.02
51.80
55.45
60.29
25.52
114.61
51.07
94.12
162.55

หมายเหตุ :
1. ฝนสถิติ 48 ปี รายเดือน คำนวณจากปี 2493-2540
2. ข้อมูลดิบที่ใช้เป็นข้อมูลฝนจากสถานีตรวจอากาศกรมอุตุนิยมวิทยา

จากตารางแสดงข้อมูลปริมาณฝนเฉลี่ยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนเมษายน เปรียบเทียบระหว่างค่าสถิติฝน 48 ปี ฤดูแ้ล้งปี 2547/2548 ฤดูแล้งปี 2552/2553 และ ฤดูแล้งปี 2555/2556 ในเดือนเดียวกันของแต่ละปี พบว่า

เดือนพฤศจิกายน ปี 2555 ภาคเหนือและภาคกลางมีฝนน้อยกว่าค่าสถิติแต่มากกว่าเดือนพฤศจิกายน 2547 และเดือนพฤศจิกายน 2552 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนน้อยกว่าค่าสถิติและน้อยกว่าเดือนพฤศจิกายน 2552 แต่มากกว่าเดือนพฤศจิกายน 2547 ส่วนภาคใต้ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกมีฝนมากกว่าเดือนพฤศจิกายน 2547 และเดือนพฤศจิกายน 2552 และมากกว่าค่าสถิติ

เดือนธันวาคม ปี 2555 ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ กลาง และตะวันออก มีฝนน้อยกว่าค่าสถิติ แต่มากกว่าเดือนธันวาคม 2547 และเดือนธันวาคม 2552 ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกที่มีฝนน้อยกว่าเดือนธันวาคม 2552 ส่วนภาคใต้ทั้งทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกมีฝนมากกว่าเดือนธันวาคม 2547 และเดือนธันวาคม 2552 และมากกว่าค่าสถิติ

เดือนมกราคม ปี 2556 เกือบทุกภาคของประเทศ มีปริมาณฝนน้อยกว่าเดือนมกราคม 2553 แต่มากกว่าเดือนมกราคม 2548 และมากกว่าค่าสถิติ ยกเว้นภาคตะวันออกที่ปริมาณฝนมากกว่าเดือนมกราคม 2548 เดือนมกราคม 2553 และมากกว่าค่าสถิติ

เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2556 ภาคเหนือมีฝนน้อยกว่าค่าสถิติ แต่มากกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2548 และเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนน้อยกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2548 และเดือนกุมภาพันธ์ 2553 รวมทั้งน้อยกว่าค่าสถิติ ภาคกลางมีฝนน้อยกว่าค่าสถิติ แต่มากกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2548 และเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ภาคตะวันออกมีฝนน้อยกว่าค่าสถิติและน้อยกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2553 แต่มากกว่่าเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ภาคใต้ทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกมีฝนมากกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2548 และเดือนกุมภาพันธ์ 2553 และมากกว่าค่าสถิติ

เดือนมีนาคม
ปี 2556 ภาคเหนือและภาคตะวันออก มีฝนน้อยกว่าค่าสถิติ และน้อยกว่าเดือนมีนาคม 2548 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางมีฝนน้อยกว่าค่าสถิติแต่มากกว่าเดือนมีนาคม 2548 และเดือนมีนาคม 2553 ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกมีฝนน้อยกว่าเดือนมีนาคม 2548 เดือนมีนาคม 2553 และน้อยกว่าค่าสถิติ

เดือนเมษายน ปี 2556 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณฝนน้อยกว่าเดือนเมษายน 2548 เดือนเมษายน 2553 และน้อยกว่าค่าสถิติ ภาคกลางมีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าสถิติและน้อยกว่าเดือนเมษายน 2548 แต่มากกว่าเดือนเมษายน 2553 ส่วนภาคตะวันออก ภาคใต้ทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก มีปริมาณฝนมากกว่าเดือนเมษายน 2548 และเดือนเมษายน 2553 รวมทั้งมากกว่าค่าสถิติ



แผนภาพแสดงปริมาณฝนรายเดือนที่ต่างไปจากค่าปกติ โดย กรมอุตุนิยมวิทยา

จากแผนภาพแสดงปริมาณฝนรวมรายเดือนที่มีค่าสูงและต่ำกว่าค่าฝนปกติ ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2555 ถึงเดือนเมษายน 2556 พบว่า

เดือนพฤศจิกายน 2555 พื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และยะลา ที่ปริมาณฝนต่ำกว่าค่่าปกติค่อนข้างมาก

เดือนธันวาคม 2555 ไมมีพื้นที่ใดที่มีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติ

เดือนมกราคม 2556 ปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติเล็กน้อยบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชและสงขลา

เดือนกุมภาพันธ์ 2556 ปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติเล็กน้อยบริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม ระยอง ตราด และจันทบุรี

เดือนมีนาคม 2556 ภาคใต้เกือบทุกพื้นที่มีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติ ภาคเหนือมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติบริเวณจังหวัดน่านและพิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดเลย สกลนคร นครพนม ศรีสะเกษ
สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ภาคตะวันออกบริเวณจังหวัดชลบุรี ส่วนภาคกลางบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง

เดือนเมษายน 2556 ภาคเหนือมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติบริเวณจังหวัด แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ตาก ลำปาง ลำพูน กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ ชัยภูมิ ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครพนม สกลนคร หนองคาย ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู บึงกาฬ ภาคกลางบริเวณจังหวัดชัยนาท อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ลพบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ และภาคตะวันออกบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา

สภาวะอากาศรายเดือนช่วงฤดูแล้งปี 2555/2556 โดย กรมอุตุนิยมวิทยา

พฤศจิกายน 2555
เดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนที่อยู่ในช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย แต่สภาพอากาศโดยทั่วไปในปีนี้ไม่หนาวเย็นมาก อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศเดือนนี้ 27.5 องศาเซลเซียส (สูงที่สุดของเดือนพฤศจิกายนตั้งแต่มีการบันทึกมา) และสูงกว่าค่าปกติในทุกภาค โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงกว่าค่าปกติมากถึง 2-3 องศาเซลเซียส [ รายละเอียดเพิ่มเติม ]

ธันวาคม 2555
ในปีนี้บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนส่วนใหญ่จะแผ่ไปทางตะวันออกปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้และแม้ว่าจะแผ่ปกคลุมถึงประเทศไทยตอนบนอย่างต่อเนื่องเกือบตลอดเดือน แต่ลมที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทย ภาคใต้และอ่าวไทยส่วนใหญ่เป็นลมตะวันออก โดยมีมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ในช่วงปลายเดือน ทำให้อุณหภูมิประเทศไทยลดลงส่วนใหญ่ในช่วงปลายเดือนและไม่หนาวเย็นมาก อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยเดือนนี้ 26.4 องศาเซลเซียสสูงกว่าค่าปกติ 2.5 องศาเซลเซียส [ รายละเอียดเพิ่มเติม ]

มกราคม 2556
สภาวะอากาศเดือนมกราคมปีนี้ บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยเป็นระยะๆ และมีกำลังแรงโดยเฉพาะในช่วงกลางเดือน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นทั่วไปเกือบตลอดเดือนและอุณหภูมิลดลงจนมีอากาศหนาวหลายพื้นที่ สำหรับบริเวณเทือกเขาและยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด [ รายละเอียดเพิ่มเติม ]

กุมภาพันธ์ 2556

เดือนนี้บริเวณประเทศไทยมีอากาศเย็นในตอนเช้า โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นทั่วไปเกือบตลอดเดือนและมีอากาศหนาวในบางพื้นที่ ส่วนในตอนกลางวันหลายพื้นที่ของประเทศมีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีอากาศร้อนเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนมีอากาศร้อนต่อเนื่องจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนที่ปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนในช่วงดังกล่าว ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยเดือนนี้สูงกว่าค่าปกติ 1.3 องศาเซลเซียส [ รายละเอียดเพิ่มเติม ]

มีนาคม 2556
เดือนมีนาคมปีนี้ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกือบตลอดเดือน โดยเฉพาะภาคเหนือมีอากาศหนาวทางตอนบนของภาคในระยะกลางเดือน ส่วนในตอนกลางวันบริเวณประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นมากและมีอากาศร้อนเกือบทั่วไปโดยเฉพาะในระยะปลายเดือนมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ส่วนมากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยอุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยเดือนนี้สูงกว่าค่าปกติในทุกภาค และมีบางพื้นที่มีอุณหภูมิสูงสุดทำลายสถิติเดิมที่เคยตรวจวัดได้ในเดือนมีนาคม [ รายละเอียดเพิ่มเติม ]

เมษายน 2556
เดือนเมษายน้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนเกือบตลอดเดือน และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 4-6 เมษายน นอกจากนี้บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปะทะกับมวลอากาศร้อนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนเป็นระยะๆ ทาให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในบางพื้นที่และอุณหภูมิลดลง อย่างไรก็ตามหลายพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางมีปริมาณฝนต่ากว่าค่าปกติ [ รายละเอียดเพิ่ม ]


แผนภาพแสดงปริมาณฝนสะสมรายเดือน โดย NASA

ฤดูแล้งปี 2547/2548
ฤดูแล้งปี 2552/2553
ฤดูแล้งปี 2555/2556

พฤศจิกายน 2547

พฤศจิกายน 2552

พฤศจิกายน 2555

ธันวาคม 2547

ธันวาคม 2552

ธันวาคม 2556

มกราคม 2548

มกราคม 2553

มกราคม 2556

กุมภาพันธ์ 2548

กุมภาพันธ์ 2553

กุมภาพันธ์ 2556

มีนาคม 2548

มีนาคม 2553

มีนาคม 2556

เมษายน 2548

เมษายน 2553

เมษายน 2556

พฤศจิกายน 2547 - เมษายน 2548

พฤศจิกายน 2552 - เมษายน 2553

พฤศจิกายน 2555 - เมษายน 2556

รายละเอียดเพิ่มเติม : http://disc2.nascom.nasa.gov/Giovanni/tovas/realtime.3B42RT.2.shtml

จากการเปรียบเทียบแผนภาพแสดงปริมาณฝนรายเดือนช่วงฤดูแล้งปี 2547/2548 ปี 2552/2553 และ 2555/2556 ในช่วงเดือนเดียวกันของแต่ละปี พบว่า

เดือนพฤศจิกายน
ปี 2555 มีปริมาณฝนมากกว่าปี 2547 และปี 2555 ในทุกภาคของประเทศ

เดือนธันวาคม ปี 2555 พื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้มีฝนมากกว่าปีอื่น ๆ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณฝนใกล้เคียงกันทั้ง 3 ปี

เดือนมกราคม ปี 2556 พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมีฝนมากกว่าปีอื่น ๆ ส่วนภาคเหนือมีฝนมากกว่าปี 2548 และใกล้เคียงปี 2553 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนมากกว่าปี 2548 แต่น้อยกว่าปี 2553 ภาคกลางมีฝนมากกว่าปี 2548 ใกล้เคียงปี 2553

เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2556 พื้นที่ภาคเหนือมีฝนมากกว่าปี 2548 และ 2553 เล็กน้อย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนมากกว่าปี 2548 แต่น้อยกว่าปี 2553 ภาคตะวันออกมีฝนมากกว่าปี 2548 และ 2553 ภาคกลางมีฝนใกล้เคียงปี 2553 แต่มากกว่าปี 2548 ภาคใต้มีฝนมากกว่าทุกปี

เดือนมีนาคม ปี 2556 ปริมาณฝนโดยภาพรวมใกล้เคียงปี 2548 และ 2553 ยกเว้นภาคใต้ที่มีปริมาณฝนน้อยกว่าทุกปี

เดือนเมษายน ปี 2556 บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนน้อยใกล้เคียงปี 2553 แต่น้อยกว่าปี 2548 ค่อนข้างมาก ภาคกลางมีฝนใกล้เคียงปี 2548 และ 2553 ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนมากกว่าปี 2548 และ 2553

สรุป ช่วงฤดูแล้งปี 2555/2556 โดยภาพรวมทั้งประเทศมีฝนมากกว่าปี 2548 และ 2553 โดยตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและบริเวณภาคกลางมีฝนน้อยกว่าพื้นที่อื่น ๆ

แผนภาพแสดงความชุ่มชื้นบนผิวดิน โดย AFWA ( Air Force Weather Agency)

ฤดูแล้งปี 2547/2548
ฤดูแล้งปี 2552/2553
ฤดูแล้งปี 2555/2556

10/11/47

10/11/52

10/11/55

20/11/47

20/11/52

20/11/55

30/11/47

30/11/52

30/11/55

10/12/47

10/12/52

10/12/55

20/12/47

20/12/52

20/12/855

31/12/47

31/12/52

31/12/55

10/01/48

10/01/53

10/01/56

20/01/48

20/01/53

20/01/56

31/01/48

31/01/53

31/01/56

10/02/48

10/02/53

10/02/56

20/02/48

20/02/53

20/02/56

28/02/48

28/02/53

28/02/56

10/03/48

10/03/53

10/03/56

20/03/48

20/03/53

20/03/56


31/03/48


31/03/53

31/03/56

10/04/48

10/04/53

10/04/56

20/04/48

20/04/53

20/04/56

30/04/48

30/04/53

30/04/30
Surface Soil Moisture (MM)


จากการเปรียบเทียบแผนภาพแสดงความชุ่มชื้นของผิวดินในช่วงเวลาเดียวกันของฤดูแล้งปี 2547/2548 ปี 2552/2553 และ 2555/2556 พบว่า

เดือนพฤศจิกายน ปี 2555 หากมองโดยภาพรวมทั้งประเทศความชุ่มชื้นบนผิวดินปี 2555 สูงกว่าปี 2547 และปี 2552 แต่ยังคงมีบางพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีค่าความชุ่มชื้นผิวดินค่อนข้างต่ำ

เดือนธันวาคม ปี 2555 บริเวณตอนบนของประเทศมีความชุ่มชื้นต่ำใกล้เคียงกันทุกปี ยกเว้นช่วงต้นเดือนที่บริเวณภาคกลางมีความชุ่มชื้นมากกว่าทุกปี ส่วนภาคใต้มีความชุ่มชื้นสูงกว่าทุกปี

เดือนมกราคม ปี 2556 ช่วงต้นเดือนจนถึงประมาณกลางเดือน บริเวณตอนบนของประเทศความชุ่มชื้นค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต้นเดือนความชุ่มชื้นต่ำกว่าปี 2553 ค่อนข้างมาก แต่พอถึงช่วงปลายเดือนความชุ่มชื้นกลับเพิ่มขึ้นมาก

เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2556 โดยภาพรวมทั้งประเทศมีความชุ่มชื้นสูงกว่าปี 2548 และใกล้เคียงปี 2553 โดยช่วงปลายเดือนภาคใต้มีความชุ่มชื้นมากกว่าปีอื่น

เดือนมีนาคม ปี 2556 บริเวณตอนบนของประเทศมีความชุ่มชื้นมากกว่าปีอื่น ๆ ยกเว้นภาคใต้ที่ช่วงปลายเดือนมีความชุ่มชื้นต่ำกว่าปีอื่น ๆ

เดือนเมษายน ปี 2556 บริเวณตอนบนของประเทศมีความชุ่มชื้นต่ำกว่าปีอื่น ๆ แต่ภาคใต้มีความชุ่มชื้นสูงกว่าปีอื่น ๆ



สถานการณ์น้ำในเขื่อน โดย กรมชลประทาน


ปริมาณน้ำกักเก็บเขื่อนภูมิพล

ปริมาณน้ำไหลลงสะสมเขื่อนภูมิพล

ปริมาณน้ำระบายสะสมเขื่อนภูมิพล

ปริมาณน้ำกักเก็บเขื่อนสิริกิติ์

ปริมาณน้ำไหลลงสะสมเขื่อนสิริกิติ์

ปริมาณน้ำระบายสะสมเขื่อนสิริกิต

ปริมาณน้ำกักเก็บเขื่อนป่าสัก

ปริมาณน้ำไหลลงสะสมเขื่อนป่าสัก

ปริมาณน้ำระบายสะสมเขื่อนป่าสัก

ปริมาณน้ำกักเก็บเขื่อนอุบลรัตน์

ปริมาณน้ำไหลลงสะสมเขื่อนอุบลรัตน์

ปริมาณน้ำระบายสะสมเขื่อนอุบลรัตน์

ปริมาณน้ำกักเก็บเขื่อนลำปาว

ปริมาณน้ำไหลลงสะสมเขื่อนลำปาว

ปริมาณน้ำระบายสะสมเขื่อนลำปาว

ปริมาณน้ำกักเก็บเขื่อนสิรินธร

ปริมาณน้ำไหลลงสะสมเขื่อนสิรินธร

ปริมาณน้ำระบายสะสมเขื่อนสิรินธร


ปริมาณน้ำกักเก็บ

เมื่อเปรียบเทียบปริมาณน้ำกักเก็บต้นปี 2556 กับปริมาณน้ำกักเก็บต้นปี 2548 และ 2553 (ปีที่เกิดภัยแ้ล้ง) ของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ทั้ง 33 อ่าง พบว่า
1. อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำกักเก็บต้นปี 2556 น้อยกว่าปี 2548 และ 2553 มีทั้งหมด อ่าง 12 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล แม่งัด กิ่วลม ลำปาว น้ำอูน อุบลรัตน์ สิรินธร ห้วยหลวง ป่าสักชลสิทธิ์ ปราณบุรี หนองปลาไหล และบางลาง
2. อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำกักเก็บต้นปี 2556 น้อยกว่าปี 2553 มีทั้งหมด 10 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง จุฬาภรณ์ มูลบน ลำแซะ แก่งกระจาน ศรีนครินทร์ กระเสียว รัชชประภา ขุนด่านปราการชล และประแสร์
3. อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำกักเก็บต้นปี 2556 น้อยกว่าปี 2548 มีทั้งหมด 2 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ และน้ำพุง
4. อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำกักเก็บต้นปี 2556 มากกว่าปี 2548 และ 2553 มีทั้งหมด 9 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวง ลำพระเพลิง ลำนางรอง วชิราลงกรณ ทับเสลา บางพระ คลองสียัด กิ่วคอหมา และ แควน้อย

จากรายงาน ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 ซึ่งเป็นวันแรกของการเข้าสู่ฤดูแล้ง พบว่ามีอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับน้อยวิกฤติอยู่เพียง 1 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำป่าว(19%)
และเมื่อถึงสิ้นฤดูแล้ง ณ วันที่ 30 เมษายน 2556 พบว่า อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ในระดับน้อยวิกฤติ (น้อยกว่า 30% ที่ รนก.) เพิ่มขึ้นเป็น 11 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวง ลำปาว ลำตะคอง ลำพระเพลิง น้ำอูน อุบลรัตน์ ห้วยหลวง มูลบน ป่าสักชลสิทธิ์ ทับเสลา และปราณบุรี

ปริมาณน้ำไหลลงอ่างสะสม
เมื่อเปรียบเทียบปริมาณน้ำไหลลงสะสมตั้งแต่ต้นปี 2556 กับปี 2548 และ ปี 2553 พบว่า
1. อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างสะสมตั้งแต่ต้นปี 2556 น้อยกว่าปี 2548 และ 2553 มีทั้งหมด อ่าง 9 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว อุบลรัตน์ ห้วยหลวง น้ำพุง ลำแซะ ป่าสักชลสิทธิ์ ปราณบุรี ทับเสลา และหนองปลาไหล
2. อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างสะสมตั้งแต่ต้นปี 2556 น้อยกว่าปี 2553 มีทั้งหมด 7 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง จุฬาภรณ์ มูลบน แก่งกระจาน กิ่วคอหมา แควน้อย และขุนด่านปราการชล
3. อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างสะสมตั้งแต่ต้นปี 2556 น้อยกว่าปี 2548 มีทั้งหมด 6 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แม่งัด ลำพระเพลิง น้ำอูน และคลองสียัด
4. อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างสะสมตั้งแต่ต้นปี 2556 มากกว่าปี 2548 และ 2553 มีทั้งหมด 11 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนกิ่วลม แม่กวง สิรินธร ลำนางรอง ศรีนครินทร์ วชิราลงกรณ กระเสียว บางพระ รัชชประภา บางลาง และประแสร์

ปริมาณน้ำระบายสะสม

เมื่อเปรียบเทียบปริมาณน้ำระบายสะสมตั้งแต่ต้นปี 2556 กับปี 2548 และ ปี 2553 พบว่า
1. อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำระบายสะสมตั้งแต่ต้นปี 2556 น้อยกว่าปี 2548 และ 2553 มีทั้งหมด อ่าง 9 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว อุบลรัตน์ สิรินธร ห้วยหลวง มูลบน น้ำพุง ลำแซะ กระเสียว และบางลาง
2. อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำระบายสะสมตั้งแต่ต้นปี 2556 น้อยกว่าปี 2553 มีทั้งหมด 9 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ลำตะคอง ป่าสักชลสิทธิ์ วชิราลงกรณ ปราณบุรี ทับเสลา รัชชประภา ขุนด่านปราการชล และแควน้อย
3. อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำระบายอ่างสะสมตั้งแต่ต้นปี 2556 น้อยกว่าปี 2548 มีทั้งหมด 3 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ แม่งัด และน้ำอูน
4. อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำระบายสะสมตั้งแต่ต้นปี 2556 มากกว่าปี 2548 และ 2553 มีทั้งหมด 12 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนกิ่วลม แม่กวง ลำพระเพลิง จุฬาภรณ์ ลำนางรอง แก่งกระจาน ศรีนครินทร์ บางพระ หนองปลาไหล คลองสียัด ประแสร์ และกิ่วคอหมา

อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำต้นปี 2556 ต่ำกว่าปี 2548 และ 2553 ค่อนข้างมาก รวมทั้งประสบปัญหาปริมาณน้ำไหลลงอ่างต่ำมาก ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว อุบลรัตน์็ และห้วยหลวง


รายละเอียดเพิ่มเติม

 

ข้อมูลด้านความเสียหาย

รายงานสถานการณ์สาธารณภัย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย (http://www.disaster.go.th/)
รายงานเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2556 เวลา 07.00 น.

(ตัดมาเฉพาะส่วนการรายงานสถานการณ์ภัยแล้ง)

สถานการณ์ภัยแล้ง
จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ถึงวันที่ 23 เมษายน 2556 มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) จำนวน 50 จังหวัด ดังนี้
1) จังหวัดที่ยังคงมีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) จำนวน 49 จังหวัด 525 อำเภอ 3,552 ตำบล 34,874 หมู่บ้าน ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ อุดรธานี มหาสารคาม ยโสธร ขอนแก่น นครราชสีมา สุโขทัย แพร่ จันทบุรี ตาก เชียงราย ร้อยเอ็ด แม่ฮ่องสอน อำนาจเจริญ พะเยา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ลำพูน เลย อุทัยธานี มุกดาหาร อุตรดิตถ์ น่าน เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ บึงกาฬ ระนอง ศรีสะเกษ หนองบัวลำภูสกลนคร หนองคาย อุบลราชธานี นครสวรรค์ กำแพงเพชร เชียงใหม่ พิจิตร สุพรรณบุรี นครพนม ตรัง ปราจีนบุรี ลำปาง พิษณุโลก ฉะเชิงเทรา ชัยนาท ตราด ชลบุรี สระแก้ว ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดระยอง

2) จังหวัดที่ประกาศยุติเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว จำนวน 1 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสตูล

ที่

จังหวัด

จำนวนอำเภอ

จำนวนอำเภอประกาศภัยฯ

รายชื่ออำเภอประกาศภัยพิบัติ

1

กาฬสินธุ์

18

18

เมืองกาฬสินธุ์ นามน สามชัย นาคู สหัสขันธ์ ดอนจาน ห้วยผึ้ง เขาวง ท่าคันโท คำม่วง
ร่องคำ ห้วยเม็ก สมเด็จ กมลาไสย กุฉินารายณ์ ยางตลาด ฆ้องชัย หนองกรุงศรี

2

อุดรธานี

20

20

หนองหาน กู่แก้ว สร้างคอม บ้านผือ กุมภวาปี วังสามหมอ เมืองอุดรธานี นายูง ทุ่งฝน บ้านดุง เพ็ญ น้ำโสม ศรีธาตุ กุดจับ ไชยวาน พิบูลย์รักษ์ หนองแสง หนองวัวซอ ประจักษ์ศิลปาคม โนนสะอาด

3

มหาสารคาม

13

13

บรบือ ชื่นชม วาปีปทุม นาเชือก เชียงยืน นาดูน โกสุมพิสัย ยางสีสุราช พยัคฆภูมิพิสัย กุดรัง กันทรวิชัย เมืองมหาสารคาม แกดำ

4

ยโสธร

9

9

คำเขื่อนแก้ว ป่าติ้ว ไทยเจริญ มหาชนะชัย กุดชุม เลิงนกทา เมืองยโสธร ทรายมูล ค้อวัง

5

ขอนแก่น

26

26

ซำสูง หนองนาคำ หนองสองห้อง ชนบท เมืองขอนแก่น แวงน้อย เขาสวนกวาง พล อุบลรัตน์ กระนวน มัญจาคีรี พระยืน บ้านไผ่ ภูเวียง เปือยน้อย โนนศิลา น้ำพอง หนองเรือ เวียงเก่า แวงใหญ่ สีชมพู บ้านฝาง ชุมแพ ภูผาม่าน บ้านแฮด โคกโพธิ์ไชย

6

นครราชสีมา

32

29

บัวใหญ่ ประทาย บ้านเหลื่อม ลำทะเมนชัย โนนแดง โนนสูง บัวลาย สีดา คง เทพารักษ์ สูงเนิน เฉลิมพระเกียรติ จักราช ห้วยแถลง ปักธงชัย ชุมพวง แก้งสนามนาง โนนไทย พิมาย โชคชัย หนองบุญมาก เมืองนครราชสีมา พระทองคำ วังน้ำเขียว ด่านขุนทด สีคิ้ว เมืองยาง ขามทะเลสอ ขามสะแกแสง

7

สุโขทัย

9

9

เมืองสุโขทัย บ้านด่านลานหอย กงไกรลาศ สวรรคโลก คีรีมาศ ศรีสัญชนาลัย ศรีสำโรง ศรีนคร ทุ่งเสลี่ยม

8

แพร่

8

8

เด่นชัย ลอง วังชิ้น เมืองแพร่ สูงเม่น ร้อยกวาง หนองม่วงไข่ สอง

9

จันทบุรี

10

8

ขลุง โป่งน้ำร้อน มะขาม แก่งหางแมว เขาคิชฌกูฎ สอยดาว ท่าใหม่ นายายอาม

10

ตาก

9

9

สามเงา บ้านตาก ท่าสองยาง พบพระ วังเจ้า เมืองตาก แม่สอด แม่ระมาด อุ้มผาง

11

เชียงราย

18

18

ป่าแดด ขุนตาล แม่ลาว พญาเม็งราย เวียงชัย แม่สาย แม่สรวย ดอยหลวง แม่จัน เทิง พาน เมืองเชียงราย เวียงแก่น แม่ฟ้าหลวง เวียงเชียงรุ้ง เชียงแสน เวียงป่าเป้า เชียงของ

12

ร้อยเอ็ด

20

20

เมยวดี จตุรพักตรพิมาน ศรีสมเด็จ เกษตรวิสัย เมืองร้อยเอ็ด อาจสามารถ โพนทอง เสลภูมิ เมืองสรวง หนองพอก หนองฮี ธวัชบุรี โพนทราย พนมไพร โพธิ์ชัย ทุ่งเขาหลวง ปทุมรัตน์ จังหาร เชียงขวัญ สุวรรณภูมิ

13

แม่ฮ่องสอน

7

7

ปางมะผ้า ขุนยวม แม่สะเรียง เมืองแม่ฮ่องสอน สบเมย แม่ลาน้อย ปาย

14

อำนาจเจริญ

7

6

ชานุมาน ปทุมราชวงศา เสนางคนิคม หัวตะพาน พนา เมืองอำนาจเจริญ

15

พะเยา

9

9

จุน เชียงคำ ภูซาง แม่ใจ ดอกคำใต้ ภูกามยาว ปง เชียงม่วน เมืองพะเยา

16

บุรีรัมย์

23

23

พุทไธสง หนองหงส์ บ้านด่าน ลำปลายมาศ เมืองบุรีรัมย์ ห้วยราช สตึก นางรอง บ้านกรวด บ้านใหม่ไชยพจน์ กระสัง ชำนิ ละหานทราย คูเมือง พลับพลาชัย นาโพธิ์ แคนดง หนองกี่ เฉลิมพระเกียรติ โนนดินแดง ห้วยราช ปะคำ โนนสุวรรณ

17

สุรินทร์

17

16

เมืองสุรินทร์ จอมพระ เขวาสินรินทร์ ศรีณรงค์ สำโรงทาบ รัตนบุรี ท่าตูม ศีขรภูมิ สังขะ พนมดงรัก กาบเชิง ปราสาท โนนนารายณ์ บัวเชด สนม ลำดวน

18

ลำพูน

8

7

เวียงหนองล่อง ลี้ ป่าซาง ทุ่งหัวช้าง บ้านธิ เมืองลำพูน แม่ทา

19

เลย

14

14

หนองหิน ภูหลวง เอราวัณ วังสะพุง เมืองเลย นาด้วง ปากชม ท่าลี่ เชียงคาน ด่านซ้าย ผาขาว ภูเรือ ภูกระดึง นาแห้ว

20

อุทัยธานี

8

8

ทัพทัน บ้านไร่ ลานสัก สว่างอารมณ์ เมืองอุทัยธานี หนองขาหย่าง ห้วยคต หนองฉาง

21

มุกดาหาร

7

7

หนองสูง หว้านใหญ่ คำชะอี เมืองมุกดาหาร ดอนตาล ดงหลวง นิคมคำสร้อย

22

อุตรดิตถ์

9

9

ทองแสนขัน น้ำปาด ท่าปลา พิชัย บ้านโคก ตรอน เมืองอุตรดิตถ์ ลับแล ฟากท่า

23

น่าน

15

15

เฉลิมพระเกียรติ เวียงสา ปัว สันติสุข เชียงกลาง เมืองน่าน ทุ่งช้าง บ่อเกลือ บ้านหลวง ท่าวังผา นาน้อย นาหมื่น ภูเพียง แม่จริม สองแคว

24

เพชรบูรณ์

11

8

หนองไผ่ เมืองเพชรบูรณ์ บึงสามพัน วิเชียรบุรี วังโป่ง ศรีเทพ หล่มเก่า หล่มสัก

25

ชัยภูมิ

16

16

เกษตรสมบูรณ์ แก้งคร้อ คอนสวรรค์ คอนสาร ซับใหญ่ เทพสถิต บ้านเขว้า บ้านแท่น ภูเขียว บำเหน็จณรงค์ เมืองชัยภูมิ หนองบัวแดง หนองบัวระเหว ภักดีชุมพล เนินสง่า จัตุรัส

26

บึงกาฬ

8

8

เมืองบึงกาฬ ศรีวิไล บึงโขงหลง บุ่งคล้า โซ่พิสัย ปากคาด พรเจริญ เซกา

27

ระนอง

5

5

กระบุรี เมืองระนอง สุขสำราญ ละอุ่น กะเปอร์

28

ศรีสะเกษ

22

19

อุทุมพรพิสัย วังหิน พยุห์ ศิลาลาด กันทรลักษ์ ห้วยทับทัน ไพรบึง ภูสิงห์ ปรางค์กู่ ศรีรัตนะ เมืองศรีสะเกษ น้ำเกลี้ยง เมืองจันทร์ กันทรารมย์ โพธิ์ศรีสุวรรณ ยางชุมน้อย เบญจลักษ์ ขุนหาญ ขุขันธ์

29

หนองบัวลำภู

6

6

เมืองหนองบัวลำภู โนนสัง ศรีบุญเรือง นากลาง สุวรรณคูหา นาวัง

30

สกลนคร

18

17

ส่องดาว สว่างแดนดิน เต่างอย อากาศอำนวย กุดบาก พรรณานิคม วาริชภูมิ เจริญศิลป์เมืองสกลนคร บ้านม่วง โคกศรีสุพรรณ วานรนิวาส กุสุมาลย์ โพนนาแก้ว ภูพาน พังโคน นิคมน้ำอูน

31

หนองคาย

9

9

เมืองหนองคาย รัตนวาปี สระใคร โพนพิสัย สังคม เฝ้าไร่ โพธิ์ตาก ศรีเชียงใหม่ ท่าบ่อ

32

อุบลราชธานี

25

12

เหล่าเสื้อโก้ก ดอนมดแดง โพธิ์ไทร กุดข้าวปุ้น เขมราฐ เขื่องใน ตระการพืชผล ตาลสุม ทุ่งศรีอุดม เดชอุดม โขงเจียม นาตาล

33

นครสวรรค์

15

14

ท่าตะโก พยุหคีรี หนองบัว ไพศาลี เมืองนครสวรรค์ ชุมแสง แม่วงก์ บรรพตพิสัย ตากฟ้า แม่เปิน ชุมตาบง โกรกพระ เก้าเลี้ยว ลาดยาว

34

กำแพงเพชร

11

8

ขาณุวรลักษบุรี โกสัมพีนคร เมืองกำแพงเพชร คลองขลุง คลองลาน ปางศิลาทอง บึงสามัคคีพรานกระต่าย

35

เชียงใหม่

25

21

อมก๋อย จอมทอง สะเมิง แม่แจ่ม สันป่าตอง ฮอด กัลยาณิวัฒนา ไชยปราการ สันกำแพง แม่ริม หางดง ดอยหล่อ แม่ออน เวียงแหง ดอยเต่า พร้าว ดอยสะเก็ด สารภี สันทราย เชียงดาว แม่แตง

36

พิจิตร

12

11

เมืองพิจิตร ดงเจริญ วังทรายพูน ตะพานหิน สากเหล็ก ทับคร้อ บางมูลนาก สามง่าม บึงนาราง วชิรบารมี โพธิ์ประทับช้าง

37

สุพรรณบุรี

10

5

ดอนเจดีย์ หนองหญ้าไซ ด่านช้าง อู่ทอง เดิมบางนางบวช

38

นครพนม

12

7

นาแก ปลาปาก เมืองนครพนม ศรีสงคราม โพนสวรรค์ ท่าอุเทน ธาตุพนม

39

ตรัง

10

10

กันตัง หาดสำราญ ปะเหลียน วังวิเศษ ย่านตาขาว เมืองตรัง นาโยง ห้วยยอด สิเกา รัษฎา

40

ปราจีนบุรี

7

3

บ้านสร้าง กบินทร์บุรี เมืองปราจีนบุรี

41

ลำปาง

13

12

เมืองลำปาง แจ้ห่ม แม่ทะ แม่พริก เกาะคา เสริมงาม แม่เมาะ เมืองปาน วังเหนือ ห้างฉัตร เถิน สบปราบ

42

พิษณุโลก

9

9

เนินมะปราง เมืองพิษณุโลก พรหมพิราม วัดโบสถ์ ชาติตระการ วังทอง บางกระทุ่ม บางระกำ นครไทย

43

ฉะเชิงเทรา

11

2

บางน้ำเปรี้ยว พนมสารคาม

44

ชัยนาท

8

5

เนินขาม มโนรมย์ หนองมะโมง หันคา วัดสิงห์

45

ตราด

7

1

เมืองตราด

46

ชลบุรี

11

1

เกาะสีชัง

47

สระแก้ว

9

5

คลองหาด โคกสูง ตาพระยา วัฒนานคร เมืองสระแก้ว

48

ประจวบคีรีขันธ์

8

1

หัวหิน

49

ระยอง

8

2

วังจันทร์ บ้านค่าย

รวม

622

525

 


  จังหวัดที่ประสบภัยแล้งระดับรุนแรง (มีหมู่บ้านประสบภัยแล้งมากกว่าร้อยละ 50) จำนวน 31 จังหวัด
  จังหวัดที่ประสบภัยแล้งระดับปานกลาง (มีหมู่บ้านประสบภัยแล้งตั้งแต่ร้อยละ 25-50) จำนวน 10 จังหวัด
  จังหวัดที่ประสบภัยแล้งระดับเล็กน้อย (มีหมู่บ้านประสบภัยแล้งต่ำกว่าร้อยละ 25) จำนวน 8 จังหวัด


ข่าวจากหนังสือพิมพ์

--------------------------------------------------------------------------------------

สุพรรณฯประกาศพื้นที่ภัยแล้ง5อำเภอ ต้องใช้รถน้ำออกแจกจ่าย [ Nation Channel : 25 เม.ย. 56 ]

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ขณะนี้หลายอำเภอประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนักจนไม่มีน้ำในการอุปโภคบริโภค ที่อตำบลหนองขาม อำเภอหนองหญ้าไซ นายบุญยัง วังเปรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองขาม พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ใช้รถน้ำขนาดบรรจุ 6,000 ลิตรนำน้ำออกแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ทุกหมู่บ้าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้น้ำบาดาลที่ชาวบ้านเจาะไว้ใช้รวมทั้งน้ำประปาหมู่บ้านต่างๆเกิดภาวะน้ำแขวน บ่อบาดาลที่ขุดเจาะไว้ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ได้ เนื่องจากท่อแขวน 
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองขามกล่าวว่าขณะนี้ในพื้นที่ ต.หนองขาม ซึ่งมีทั้งหมด 11 หมู่บ้านต้องพบกับปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคไม่มีใช้ ทาง อบต.ต้องจัดรถบรรทุกน้ำนำน้ำออกแจกจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น วันละ 5-6 เที่ยวแต่ก็ยังไม่เพียงพอเนื่องจากทาง อบต.มีรถบรรทุกน้ำเพียวคันเดียวจึงไม่พอให้บริการประชาชน ที่ต้องรอความช่วยเหลือตามคิว โดยทาง อบต.ได้รับความร่วมมือจากการประปาส่วนภูมิภาคสาขา ด่านช้าง ที่สนับสนุนน้ำประปาให้กับ อบต.เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งประชาชนในหลายพื้นที่พยายามเจาะบาดาลแต่ไม่มีน้ำซึ่งจะได้ประสานกับกรมทรัพยากรธรณี ให้ช่วยหาทางขุดเจาะบ่อบาดาล ช่วยเหลือประชาชนต่อไป
ด้านนายสุชาติ พลอยล้วน ผู้จัดการการประปาสาขาด่านช้างกล่าวว่าขณะนี้มีประชาชนในหลายพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้ง ทางการประปาจึงได้ร่วมมือกับ อบต.ต่างๆกว่า 10 แห่ง ทั้งในพื้นที่ อำเภอด่านช้าง อำเภอหนองหญ้าไซ อำเภอเดิมบางนางบวช บางตำบล นำน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาด่านช้าง ออกไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเพื่ออุปโภคและบริโภคฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
ทางด้านนายสุภัทร์ ศรีสุนทรพินิต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า สุพรรณบุรี มีทั้งหมด 10 อำเภอ ขณะนี้ประสบปัญหาวิกฤติ ทางจังหวัดได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยแล้งแล้ว 5 อำเภอประกอบด้วย อำเภอด่านช้าง อำเภอหนองหญ้าไซ อำเภอดอนเจดีย์ อำเภออู่ทอง และอำเภอเดิมบางนางบวช ปัญหาภัยแล้งนั้นทำให้นาข้าว พืชสวน ขาดน้ำได้รับความเสียหาย และสัตว์เลี้ยงได้ขาดแคลนหญ้า


--------------------------------------------------------------------------------------
ชาวอุทัยฯ ยังเจอภัยแล้งอ่วมทั้งจังหวัด ถึงขั้นซื้อน้ำกินน้ำใช้แล้ว [ ผู้จัดการออนไลน์ : 22 เม.ย. 56 ]

อุทัยธานี - ภัยแล้งยังคุกคามหนัก หลังผู้ว่าฯ อุทัยธานี ประกาศเขตภัยพิบัติคลุมทั้งจังหวัด หลายหน่วยงานระดมกำลังแจกน้ำแต่กลับไม่ทั่วถึง บางหมู่บ้านต้องซื้อน้ำกินน้ำใช้กันแล้ว

       
       ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดอุทัยธานี ว่า ภัยแล้งยังคงคุกคามชาวอุทัยธานีอย่างหนัก และต่อเนื่อง จนทางจังหวัดต้องประกาศภัยพิบัติฉุกเฉินภัยแล้งครอบคลุมทั้งจังหวัดมา ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2556 ที่ผ่านมา มีชาวบ้านเดือดร้อนขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค 59 ตำบล 438 หมู่บ้าน 37,256 ครัวเรือน 79,306 คน ซึ่งทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ และหน่วยงานทหารต้องระดมกำลังแจกจ่ายน้ำอย่างเต็มที่ และต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ แต่ก็ยังไม่ทันต่อความต้องการประชาชนในหลายหมู่บ้าน ต้องซื้อน้ำจากพ่อค้าขายเร่ เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวเพิ่มขึ้น
       
       เช่น หมู่บ้านทุ่งพง หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งพง อำเภอหนองฉาง ที่การช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะน้ำดื่มที่กำลังขาดแคลนอย่างหนัก ตอนนี้ชาวบ้านต้องช่วยเหลือตัวเองนำรถไปเข็นน้ำตามบ่อน้ำตื้นที่ยังมีน้ำ เหลืออยู่มาใช้ ขณะที่ยังมีประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่มีภาชนะ รถเข็น จำต้องซื้อน้ำจากชาวบ้านที่ดัดแปลงรถอีแต๊กบรรทุกถังน้ำขนาด 1 พันลิตรมาขายเร่เที่ยวละ 150-200 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทาง ทำรายได้เพิ่มขึ้นวันละกว่า 1 พันบาท




--------------------------------------------------------------------------------------

ภัยแล้งวิกฤติหนัก!! บึงสีไฟบึงน้ำขนาดใหญ่อันดับ3ของประเทศแห้งขอด [ มติชนออนไลน์ : 21 เม.ย. 56 ]

วันที่  21 เมษายน  จากวิกฤติภัยแล้งในจังหวัดพิจิตร ยังทวีความรุนแรงแผ่ขยายวงกว้างออกไปอย่างต่อเนื่องล่าสุด “บึงสีไฟ” บึงน้ำจืดขนาดใหญ่อันดับสามของประเทศไทยเนื้อที่กว่า 5 พันไร่ เกิดแห้งขอดลดลงจนมองเห็นเนินดินเนินทรายได้อย่างชัดเจนซึ่งมีน้ำเพียงบางจุดที่เป็นแอ่งลึกบางจุดเท่านั้นที่มีเนื้อที่ที่มีน้ำอยู่เพียงไม่กี่ร้อยไร่เท่านั้น ทำให้พันธุ์ปลาน้ำจืดนานๆชนิดมารวมกันในเกาะแก่งน้ำ จนชาวบ้านหวั่นว่าปลาจะตายและสูญพันธุ์จากการขาดออกซิเจนและอาหารที่ปลาจำนวนมากมาอยู่รวมกันในพื้นที่จำกัด อีกทั้งทำให้ระบบนิเวนของบึงสีไฟเกิดความเสียหายอีกด้วย

 ดังนั้นชาวบ้านจังหวัดพิจิตรต่างนำอาหารมาเลี้ยงปลาจำนวนมากบริเวณบึงสีไฟเพื่อให้ปลาสามารถอยู่ได้เป็นการชั่วคราว หากว่าในอีกไม่เกิน 1 เดือนข้างหน้าไม่มีฝนตกลงมาบึงสีไฟจะเหือดแห้งทั้งหมดจะทำให้จังหวัดพิจิตรถึงขึ้นวิกฤติจากการขาดแคลนน้ำอีกทั้งจะทำให้บึงสีไฟไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแวะชมบึงสีไฟ

--------------------------------------------------------------------------------------

ภัยแล้งพ่นพิษ น้ำแห้งทำตลิ่งกรุงเก่าพัง [ ไทยรัฐ : 10 เม.ย. 56 ]

เจ้าอาวาสวัดกลางคลองวัฒนาราม ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เผย น้ำในคลองเจ้าเจ็ดแห้งเนื่องจากภัยแล้ง ทำให้ศาลาท่าน้ำและบริเวณสวนหย่อมริมคลองทรุดยาว 8 เมตร เช่นเดียวกับ สะพานร้อยปี ที่ทรุดตัว โดยสาเหตุมาจากการที่ชาวนาเร่งสูบน้ำเข้าที่นา จนน้ำในคลองชลประทานหน้าวัดลดอย่างรวดเร็วจนทำให้ตลิ่งพัง...

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 56 ที่วัดกลางคลองวัฒนาราม ม.1 ต.เจ้าเสด็จ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พระใบฎีกาเอกลักษณ์ อภัสโร อายุ 30 ปี เจ้าอาวาส บอกว่าวัดตั้งอยู่ริมคลองเจ้าเจ็ด-บางยี่หน เมื่อคืนเวลา 22.00 น. ของวันที่ 7 เม.ย.ได้ยินเสียงคล้ายกับแผ่นดินไหว มีเสียงครืนลงไปในคลอง พระเณรรีบพากันวิ่งออกไปดู ก็พบว่าศาลาท่าน้ำและบริเวณสวนหย่อมริมคลองทรุดลงไปแล้ว และมีการทรุดเป็นแนวยาว บริเวณด้านหน้าวัดซึ่งอยู่ริมคลองมีการตกแต่งเป็นสวนหย่อมอย่างสวยงาม และมีการจัดทำเป็นร้านค้าและแพสำหรับให้อาหารปลา โดยมีการสร้างเขื่อนเป็นแนวยาวประมาณ 12 เมตร โดยบริเวณริมตลิ่งมีการทรุดตัวยาวเข้ามาในวัดประมาณ 8 เมตร และทรุดลงไปประมาณ 2 เมตร ทำให้สวนหย่อมที่เพิ่งสร้างและตกแต่งพังลงไปด้วย รวมไปถึงศาลาท่าน้ำและสะพานคอนกรีตเชื่อมกับท่าน้ำก็พังทรุดลงไป เสาด้านล่างโอนเอียงหลายต้น 

นอกจากนี้การทรุดตัวของดินริมคลองยังส่งผลทำให้สะพานร้อยปีของทางวัดที่ อนุรักษ์เอาไว้ทรุดตัวพังลงไปด้วย รวมไปถึงเขื่อนคอนกรีตที่สร้างไว้ 12 เมตรพังลงทั้งหมด รวมระยะทางที่มีการทรุดตัวประมาณเกือบ 200 เมตร และยังพบว่ามีการทรุดตัวอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังพบว่าถนนชลประทานสายเสนา-ผักไห่ ก็มีอาการทรุดตัวหลายจุดด้วย เจ้าอาวาส ยังบอกต่อว่าช่วงนี้อากาศร้อนมากทำให้น้ำแล้งบวกกับชาวนาเร่งทำนาสูบน้ำเข้า นาเป็นจำนวนมากจึงมีส่วนทำให้น้ำในคลองชลประทานหน้าวัดลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ตลิ่งพังทลายดังกล่าว

--------------------------------------------------------------------------------------
อบจ. มุกดาหารหวังแก้แล้งระยะยาวเร่งขุดลอก คู คลอง อ่างกักเก็บน้ำ [ ผู้จัดการออนไลน์ : 5 เม.ย. 56 ]

มุกดาหาร-องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร แก้ภัยแล้งระยะยาว ประสานหน่วยงานท้องถิ่นและอำเภอ ทำการขุดลอก คู คลอง อ่างกักเก็บน้ำ และแหล่งน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ตลอดทั้งปี

       
        วันนี้ ( 5 เม.ย.56 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้ง จ.มุกดาหาร ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินหรือภัยแล้ง แล้วทั้ง 7 อำเภอ ซึ่งครอบคลุม 48 ตำบล 478 หมู่บ้าน 8 ชุมชน ราษฎรได้รับผลกระทบ 147,200 คน องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร จึงได้จับมือกับ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมกันแก้ภัยแล้งระยะยาว โดยเร่งขุดลอกคูคลอง อ่างกักเก็บน้ำและแห่งกักเก็บน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ตลอดทั้งปี
       
        นายวิริยะ ทองผา ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำ บ้านโนนสว่าง ตำบลคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร แห้งจนไม่เหลือน้ำเลย จนมองไปว่านึกว่าเป็นสนามฟุตบอลซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ชาวบ้านโนนสว่างใช้ทั้งหมู่บ้าน บ้านโนนสว่างมีประชากรทั้งหมด 135 ครัวเรือน ราษฎรจำนวน 580 คน ชึ่งได้รับความเดือนร้อนจากภัยแล้งอย่างหนัก
       
        องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร จึงได้จับมือกับ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นนำน้ำอุปโภค และบริโภคมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือนร้อน
       
        ส่วนอ่างเก็บน้ำ องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้นำเครื่องมือหนักมาขุดลอกอ่างเก็บน้ำ และลำห้วยสาขา เพื่อทำการกักเก็บน้ำให้ได้มากขึ้นและเพียงพอกับการใช้น้ำในปีต่อไป
       
        ขณะที่ท้องที่อื่น ๆ ในเขตจังหวัดมุกดาหาร หากได้รับความเดือกร้อนจากปัญหาภัยแล้ง และเรื่องอื่น ๆ ให้ประสานเข้ามายังองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป




--------------------------------------------------------------------------------------

บุรีรัมย์ลุยแจกน้ำเหยื่อภัยแล้งวันละ50เที่ยว [ โพสต์ทูเดย์ : 4 เม.ย. 56 ]

วันนี้( 4 เม.ย.)องค์การบริการส่วนตำบลและเทศบาลในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.เมือง  ห้วยราช และ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ได้นำรถบรรทุกน้ำมาเข้าคิวรอเติมน้ำสะอาดที่โรงกรองน้ำการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคกว่า 150,800 คนถึงวันละ 50 เที่ยว หรือวันละกว่า 300,000 ลิตร นอกจากนี้ทางการประปายังได้นำรถบรรทุกน้ำที่มีอยู่บรรทุกน้ำออกไปแจกจ่ายช่วยชาวบ้านตามหมู่บ้าน ตำบล ต่างๆที่ร้องขออีกวันละ 6 เที่ยว แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ

เนื่องจากปีนี้สถานการณ์ค่อนข้างรุนแรงกว่าทุกปี ทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติและสระน้ำกลางหมู่บ้านที่ใช้ผลผลิตประปาก็มีสภาพตื้นเขิน แห้งขอด ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง ซึ่งขณะนี้ทางการประปาฯ ได้บริการน้ำสะอาดฟรีแก่ทางท้องถิ่น เพื่อนำไปแจกจ่ายช่วยผู้ประสบภัยแล้งรวม 2 เดือนแล้วกว่า 3,000 เที่ยวและคาดว่าจะให้บริการไปจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูแล้ง

นายวิเชียร  สินเทาว์ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดบุรีรัมย์  กล่าวว่า กรณีที่ทางการประปาสนับสนุนน้ำให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำไปแจกจ่ายช่วยชาวบ้านที่ประสบภัยแล้งตามหมู่บ้าน ตำบลต่างๆได้ส่งผลกระทบกับการผลิตประปาบริการผู้ใช้น้ำในเขตบริการ 2 อำเภอ ที่มีมากกว่า 23,000 ครัวเรือนเนื่องจากกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้งที่มียอดการใช้น้ำสูงถึงวันละ 29,000 ลูกบาศก์เมตรอาจทำให้บางช่วงมีการจ่ายน้ำไม่ทั่วถึง

ขณะเดียวกัน อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตประปาก็มีปริมาณลดน้อยลง จนต้องมีการสูบผันน้ำมาสำรองจึงได้ร้องขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อป้องกันการเกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้งนี้ด้วย

--------------------------------------------------------------------------------------
กาฬสินธุ์ภัยแล้งคุกคามหนักสุดในรอบ 40 ปี [ INN News : 26 มี.ค. 56 ]

ปัญหาภัยแล้งใน จ.กาฬสินธุ์ หลายพื้นที่ยังคงวิกฤติ แหล่งน้ำธรรมชาติ ห้วย หนอง คลอง บึง และแหล่งน้ำสาธารณะ แห้งขอดลง 100% ส่งผลให้ชาวบ้านต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่ม น้ำใช้อย่างหนัก โดยจากข้อมูลของสำนักงานป้องกันและบรรเทาจังหวัดกาฬสินธุ์ ระบุว่า จ.กาฬสินธุ์ ประสบภัยแล้ง เนื่องจากฝนทิ้งช่วงมาตั้งแต่ เดือนกันยายน 2555 ถึงปัจจุบัน รวม 18 อำเภอ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 132 ตำบล 1,493 หมู่บ้าน 111,000 ครัวเรือน 397,342 คน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 382,043 ไร่ มูลค่าเสียหายเบื้องต้น 2,451,304,960 บาททั้งนี้ จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านใน ต.หนองบัว อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน และประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากทุกปี ล่าสุด ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ แห้งขอดลงแล้วทั้งหมด 100% อีกทั้ง บางแห่งน้ำใต้ดินก็หมดลงเช่นกัน ชาวบ้านต้องระดมแรงช่วยกันขุดบ่อน้ำในพื้นที่นาต่างๆ และนำพาชนะเดินทางไปไกลกว่า 2 กม. เพื่อนำน้ำขึ้นมาใช้อุปโภค บริโภค แต่ก็ยังพบว่า น้ำในบ่อที่ชาวบ้านช่วยกันขุดก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ชาวบ้านต้องเข้าคิวรอน้ำที่ไหลซึมออกมาจากดินหลายชั่วโมง และต้องรอให้น้ำตกตะกอนเสียก่อนจึงสามารถนำน้ำมาดื่มได้ ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่วิกฤติหนักสุดในรอบ 40 ปี






--------------------------------------------------------------------------------------
ภัยแล้งคุกคาม! ชาวนาอ่างทองต้องขุดถนนวางท่อสูบน้ำเข้านา [ ผู้จัดการออนไลน์ : 13 มี.ค. 56 ]

อ่างทอง - ชาวนาอ่างทองลงทุนขุดถนนวางท่อสูบน้ำเข้านาหลังระดับน้ำลดต่อเนื่อง หวั่นไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงทำข้าวเสียหาย ขณะที่หลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาภัยแล้งแล้ว
       
        วันนี้ (13 มี.ค.) ชาวนาในพื้นที่ ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.อ่างทอง ได้ร่วมกันขุดถนนที่บริเวณหนองน้ำในโครงการแก้มลิงหนองเจ็ดเส้น ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.อ่างทอง เพื่อวางท่อลอดถนนใช้ในการสูบน้ำเข้านาข้าวที่อยู่อีกฝั่งของถนน เนื่องจากน้ำในแหล่งธรรมชาติที่อยู่ใกล้เคียงกับแปลงนาได้แห้งลง
       
        ขณะที่ระดับน้ำสายหลักก็มีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่องจนต่ำกว่าประตูระบายน้ำ จนทำให้ไม่สามารถนำน้ำไปใช้ในการเกษตรได้ ทำให้นาข้าวหลายแปลงของชาวนาเริ่มประสบขาดน้ำ และเริ่มยืนต้นตาย ด้วยเหตุนี้ ชาวนาในพื้นที่ ต.หัวไผ่ จึงจำเป็นต้องหันมาพึ่งน้ำในหนองน้ำในโครงการแก้มลิงหนองเจ็ดเส้นแทน ด้วยการขุดถนนเพื่อวางท่อ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำในหนองน้ำในโครงการแก้มลิงหนองเจ็ดเส้นไปใช้
       
        นายอุดร นาคอำไพ เกษตรกรรายหนึ่งใน ต.หัวไผ่ อ.เมือง เปิดเผยว่า หลังกรมชลประทานมีมติงดส่งน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานเพื่อการเกษตร ทำให้ชาวนาหลายรายเริ่มได้รับผลกระทบ แม้จะมีประกาศให้หยุดปลูกข้าวแต่ชาวนาหลายรายก็ยังปลูกต่อ เนื่องจากเป็นอาชีพหลักของครอบครัว จึงต้องหาแหล่งน้ำในการทำนากันเอง แต่ผ่านไปไม่กี่วันนอกจากน้ำในระบบชลประทานแล้ว แก้มลิงหนองเจ้ดเส้น ที่เป็นบึงขนาดใหญ่น้ำก็ลดระดับลงไปมากทำให้ไม่สามารถไหลเข้าท่อลำรางได้ จึงต้องวางท่อสูบน้ำเข้าไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวไม่ให้เสียหายต่อไป
       
        ข่าวแจ้งว่า สำหรับในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ขณะนี้พบว่าหลายแห่งเริ่มประสบกับปัญหาภัยแล้งแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ดอน และพื้นที่นอกเขตชลประทาน ซึ่งบางแห่งได้มีการเตรียมความพร้อมด้วยการหาแหล่งน้ำสำรองในช่วงฤดูแล้งที่คาดว่าจะยาวนานกว่าทุกปีแล้ว



--------------------------------------------------------------------------------------
แพท่องเที่ยว-ร้านของฝากริมเขื่อนสิริกิติ์ ปิดหนีภัยแล้งระนาว [ ผู้จัดการออนไลน์ : 13 มี.ค. 56 ]

อุตรดิตถ์ - ระดับน้ำเขื่อนสิริกิติ์ลดฮวบ กระทบชุมชนรอบเขื่อนถ้วนหน้า ประมงพื้นบ้านออกเรือหาปลาไม่ได้ ร้านของฝากของที่ระลึก-แพท่องเที่ยวเหนือเขื่อน ปิดกิจการกันระนาว
       
        วันนี้ (13 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจาก จ.อุตรดิตถ์ ว่าขณะนี้ระดับน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ลดลงต่อเนื่อง ล่าสุดมีปริมาณน้ำในอ่าง 4,227.77 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 44.46% ปริมาณน้ำใช้งาน 1,377.77 ล้าน ลบ.ม. หรือ 20.69% เท่านั้น ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวนอกจากจะส่งผลต่อชาวประมงพื้นบ้านไม่สามารถออกเรือหาปลาได้ตามปกติแล้วยังทำให้ร้านจำหน่ายของฝากของที่ระลึก และปลาน้ำจืด ของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดกว่า 50 ร้านค้า ที่บ้านท่าเรือ อ.ท่าปลาต้องปิดกิจการ เนื่องจากระดับน้ำลดต่ำลงจนมองเห็นสันดอนเป็นวงกว้าง
       
        ขณะที่ธุรกิจแพท่องเที่ยวเขื่อนสิริกิติ์กว่า 100 แพก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะต้องหยุดกิจการไปแล้วกว่าร้อยละ 50 ที่เหลือต้องลงทุนใช้เรือยนต์ลากจูงไปตามระดับน้ำ ห่างจากจุดเดิมกว่า 20 กิโลเมตร ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลงเพราะต้องขับรถยนต์ไปไกลตามระยะการจอดของแพ
       
        ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นยาวนานไปถึงหลังเดือนพฤษภาคม หรือจนกว่าจะมีน้ำใหม่เข้ามา ทำให้ชาวบ้านขาดรายได้ในการหาปลาขายให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์กว่า 10 ล้านบาท



--------------------------------------------------------------------------------------
มหาสารคามแล้งหนักรอบ 20 ปี น้ำชีลดจนเกิดแก่งตาด [ ผู้จัดการออนไลน์ : 1 มี.ค. 56 ]

มหาสารคาม-ภัยแล้งมหาสารคามขยายวงกว้าง ล่าสุดแม่น้ำชีช่วงไหลผ่านอำเภอเมืองน้ำลด จนเห็นเนินทรายโผล่เป็นช่วงๆ หวั่นกระทบระบบประปามหาสารคาม ส่วนพื้นที่ อ.โกสุมพิสัย แล้งหนักรอบ 20 ปี น้ำชีลดจนเกิด แก่งตาด กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติแห่งใหม่ของจังหวัดมหาสารคาม
       
        นายสิทธิพล เสงี่ยม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้ถือว่ารุนแรงในรอบ 20 ปี ระดับน้ำในแม่น้ำชีลดลงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยวันละ 10 เซนติเมตร จังหวัดมหาสารคามได้ทำหนังสือขอให้เขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ให้ช่วยระบายน้ำต้นทุนลงมาเพิ่มเติม จากวันละ 8 แสนลูกบาศก์เมตรเป็น 1 ล้านลูกบาศก์เมตร
       
        ขณะนี้เขื่อนอุบลรัตน์ได้ระบายน้ำลงมาเพิ่มเติมแล้ว แต่สถานการณ์ภัยแล้งยังไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะที่บริเวณสถานีวัดปริมาณน้ำ E8A สะพานบ้านดินดำ อ.เมืองมหาสารคาม ระดับน้ำชีต่ำกว่าตลิ่ง 9.47 เมตร บางช่วงมีเนินทรายโผล่ให้เห็น ถือว่าสถานการณ์รุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาในเขตจังหวัดมหาสารคาม เนื่องจากปริมาณน้ำเหลือน้อยเต็มที
    ส่วนการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง จังหวัดมหาสารคามได้ช่วยเหลือไปแล้วกว่า 2,000 เที่ยว ปริมาณน้ำกว่า 10 ล้านลิตร และจะช่วยเหลือรประชาชนที่ประสบภัยไปจนกว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะคลี่คลาย
       
        ด้านนายเลิศบุศย์ กองทอง นายอำเภอโกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม กล่าวว่า สถานการณ์แม่น้ำชีที่ไหลผ่านจังหวัดมหาสารคามยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยวันละ 10 เซนติเมตร ส่งผลให้หลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะที่อำเภอโกสุมพิสัย บริเวณภายในวนอุทยานโกสัมพี ซึ่งมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำชี ระดับน้ำลดลงจนเห็นแก่งหิน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า แก่งตาด
       
        ชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่า ตั้งแต่จังหวัดมหาสารคามมีงบประมาณสร้างแนวตลิ่งป้องกันน้ำท่วมเมื่อปี 2549 แก่งตาด ซึ่งเคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจก็ไม่เคยมีให้เห็นอีกเลย แต่มาปีนี้ถือว่าแล้งมากที่สุดในรอบ 20 ปี น้ำในแม่น้ำชีลดลงมาก แก่งตาด จึงโผล่ให้เห็นอีกครั้งหนึ่ง
       
        แก่งตาดเป็นหินดินดาน มีน้ำไหลลดหลั่นกันมาเป็นคลื่น เหมือนน้ำตกลดหลั่นกันมาเป็นชั้นๆ สวยงามแปลกตา ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ นอกจากจะมาพักผ่อนแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถมาให้อาหารแก่ลิงแสมขนสีเทาและขนสีทอง ที่มีแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย 




--------------------------------------------------------------------------------------
ภัยแล้งกระทบน้ำดิบ ไม่พอผลิตประปาหมู่บ้านขอนแก่น [ ผู้จัดการออนไลน์ : 28 ก.พ. 56 ]
ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ภัยแล้งขอนแก่นน่าห่วง เขื่อนอุบลรัตน์เหลือน้ำใช้การแค่ 13% ล่าสุดขาดแคลนน้ำดิบผลิตประปาหลายหมู่บ้าน เหตุชาวบ้านริมคลองส่งน้ำแย่งสูบเข้าที่ตนเอง ขณะที่จังหวัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือแล้ว
       
        วันนี้(28 ก.พ.) นายทรงยศ เจิดนภาพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ใช้การได้แค่ 257 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) และยังไม่มีน้ำไหลเข้า ซึ่งเขื่อนต้องระบายน้ำอย่างน้อย 1 ล้านลบ.ม.เพื่อหล่อเลี้ยงระบบนิเวศ และผลิตน้ำประปา อีกทั้งน้ำเกิดระเหยตามธรรมชาติวันละ 8 แสนลบ.ม. เฉลี่ยต่อวันมีน้ำไหลออกจากเขื่อน 1.8 ล้านลบ.ม.
       
        "นอกจากนี้ยังมีปัญหาน้ำที่ระบายออกไปไม่เพียงพอต่อการผลิตน้ำประปาชุมชน รวมถึงเขตเทศบาลนครขอนแก่น เนื่องจากชาวบ้านริมคลองส่งน้ำ ได้แย่งสูบน้ำเข้าพื้นที่ของตนเอง ซึ่งโรงไฟฟ้ายืนยันว่าได้ส่งน้ำดิบผ่านคลองส่งน้ำชลประทานในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของหมู่บ้านและชุมชนต่างๆ จึงต้องขอความร่วมมือประชาชนริมคลอง อย่าสูบน้ำเข้าพื้นที่ตนเอง ควรสงวนไว้ผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคเท่านั้น"
       
        นายทรงยศ กล่าวว่า ข้อมูลที่น่าสนใจจากกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าช่วงเดือนพฤษภาคม จะเริ่มมีฝนตกลง แต่ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ฝนทิ้งช่วงถึง 3 เดือน ซึ่งปริมาณน้ำที่เหลือในเขื่อนและฝนที่ตกเดือนพฤษภาคมนี้ จะเพียงพอต่อการใช้หรือไม่ยังไม่ทราบ ประชาชนจึงไม่ควรประมาท การใช้น้ำอย่างประหยัด และรู้คุณค่ายังเป็นสิ่งจำเป็นอยู่
       
        นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จากการสำรวจเบื้องต้นมีประชาชนเดือดร้อนแล้ว 679,588 คน 184,333 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 733,948.25 ไร่ แยกเป็นนาข้าว 732,552.25 ไร่ พืชไร่ 1,396 ไร่ มูลค่าความเสียหายกว่า 700 ล้านบาท โดยจังหวัดได้อนุมัติใช้เงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง 50 ล้านบาท
       
        ทั้งนี้ จังหวัดได้ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)ขอนแก่น นำน้ำดื่ม ถังไฟเบอร์กลาส ข้าวสาร แจกจ่ายให้ประชาชนที่ประสบภัยแล้งในอ.น้ำพอง และร่วมกับมณฑลทหารบกที่ 23 แจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคแล้วกว่า 2,400 เที่ยว จำนวน 20.8 ล้านลิตร ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด และขอความร่วมมือเกษตรกรงดทำนาปรัง ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดี




--------------------------------------------------------------------------------------

เขื่อนอุบลรัตน์วิกฤติภายใน3 เดือนฝนไม่ตกขาดน้ำแน่ [ เดลินิวส์ : 15 ก.พ. 56 ]

วันนี้ (15 ก.พ. ) ที่ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในปี 2555–2556 จ.ขอนแก่น ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วยนายทรงพล จำปาพันธุ์ รองผวจ.ขอนแก่น นายเมธา รุ่งฤทัยวัฒน์ ท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น นายสินสมุทร น้อยสุวรรณ นายทรงวุฒิ กิจวรวุฒิ ผอ.โครงการชลประทานขอนแก่น นายประพันธ์ ก้านทอง ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวายขอนแก่น ตัวแทน กฟผ.เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และคณะกรรมการคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัด ได้ประชุมเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งใน จ.ขอนแก่น

เนื่องจากคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดขอนแก่น ได้รับแจ้งจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ว่า สภาพน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ณ ปัจจุบันมีน้ำในเขื่อน 870 ล้าน ลบ.เมตร คิดเป็น 35.82 % ปริมาณน้ำใช้งานได้ 289.24 ล้านลบ.เมตร คิดเป็น 15.64 % ไม่มีน้ำไหลเข้าเขื่อนแม้แต่นิดเดียว แต่มีน้ำระบายออก 0.80 ล้าน ลบ.เมตร ยังสามารถรับน้ำได้อีก 1,560 ล้าน ลบ.เมตร

ถือว่าเขื่อนอุบลรัตน์เข้าสู่ขั้นวิกฤติมีปริมาณน้ำเก็บกักในอ่างอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อยมาก เหลือน้ำทำการเกษตร และน้ำดิบทำประปาในเขต จ.ขอนแก่นน้อยมาก นอกจากนี้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดขอนแก่น ได้รับแจ้งจาก จ.มหาสารคาม โดยขอความช่วยเหลือให้จัดสรรน้ำจากเขื่อนฯเพิ่มขึ้นประมาณ 13,200,000 ลบ.เมตร แต่คงให้ไม่ได้

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จ.ขอนแก่นประสบภัยแล้งปีนี้ถือว่ารุนแรงมาก เพราะแนวโน้มสถานการณ์น้ำในปีนี้ต่างจากปีที่แล้วมาก และอ่างเก็บน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์มีน้ำเก็บกักน้อยมาก แถมสถานการณ์แนวโน้มจะลดลงเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อการปลูกข้าวนาปีที่จะเก็บเกี่ยวช่วงปลายเดือนพ.ย.-ธ.ค.นี้

“เรื่องการบริหารจัดการน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ว่า ขณะนี้เขื่อนฯจำเป็นที่จะระบายน้ำวันละ 4 ล้าน ลบ.เมตร ในบางพื้นที่ที่ปลูกข้าว โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวายจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำมาก เนื่องจากข้าวกำลังตั้งท้อง ถ้าข้าวขาดน้ำในช่วงนี้ผลผลิตข้าวจะตกต่ำ จึงจำเป็นที่จะต้องส่งน้ำให้ นอกจากนี้เขื่อนยังจำเป็นจะต้องส่งน้ำในกิจการด้านต่างๆ เช่น ด้านการอุปโภค – บริโภค การประปา และเพื่อการรักษาคุณภาพน้ำไม่ให้น้ำเน่าเสีย แต่น้ำที่ใช้ในส่วนนี้ก็ยังไม่มีน้ำฝนเข้ามาเติม หากภายใน 3 เดือนฝนไม่ตกลงมาคาดว่าจะขาดน้ำแน่นอน ขณะนี้การใช้น้ำจากลำน้ำพองตอนในจำเป็นจะต้องใช้น้ำจากเขื่อนฯ นี้ด้วย

ขณะเดียวกันโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวายก็ได้ทำการบริหารจัดการน้ำด้วยความเข้มงวดในสถานการน้ำที่เกิดขึ้นในเขื่อนอุบลรัตน์อีกเช่นกัน เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนที่ต้องมีน้ำดิบทำน้ำประปาในเขต จ.ขอนแก่น โดยเฉพาะอ.เมืองขอนแก่นที่ประชาชนจะต้องมีน้ำประปาเพื่อการบริโภค –อุปโภค อย่าให้ขาดแคลนน้ำประปาเด็ดขาด” ผวจ.ขอนแก่น กล่าว

ผวจ.ขอนแก่น กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานเกษตรและสหกรร์จังหวัดขอนแก่น ได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านสำนักงานเกษตรอำเภอ ทุกอำเภอ พร้อมแจ้งสำนักงานเกษตรจังหวัดทำการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้เกษตรกรงดการปลูกข้าวนาปรังในปี 2556 ในเขตพื้นที่ชลประทาน จากปัญหาน้ำที่เกิดขึ้นทำให้เกษตรกรจำเป็นต้องงดการปลูกข้าวนาปรังในปีนี้ หันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยประเภท ถั่วเหลือง,ถั่วเขียว และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แทน

--------------------------------------------------------------------------------------
กฟผ.เผยปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่มีน้อย-ยันเพียงพอตลอดฤดูแล้ง [ ผู้จัดการออนไลน์ : 29 ธ.ค. 55 ]

นายกิตติ ตันเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ กฟผ.ว่า ณ ปัจจุบันปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ กฟผ. มีอยู่ 44,062 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 72 ของความจุ น้อยกว่าปีที่แล้วร้อยละ 19 หรือ 10,203 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำที่สามารถใช้งานได้ 21,018 ล้านลูกบาศก์เมตร ลดลงจากวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 ซึ่งเป็นวันที่เริ่มต้นการระบายน้ำฤดูแล้ง 2,808 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยอ่างเก็บน้ำทุกแห่ง (ยกเว้นเขื่อนวชิราลงกรณ์) มีปริมาณน้ำในอ่างน้อยกว่าปีที่แล้ว รวมทั้งเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่แล้วมากถึง 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งนับว่าน้อยกว่าปีที่แล้วค่อนข้างมาก เนื่องจากปีนี้ฝนน้อย อยู่ในเกณฑ์ค่าเฉลี่ยเท่านั้น ต่างจากปีที่แล้ว ที่ฝนภาคเหนือมากกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 40
นายกิตติ กล่าวต่อไปว่า สำหรับแผนการระบายน้ำช่วงฤดูแล้ง เพื่อโครงการชลประทานเจ้าพระยา จำนวน 6,800 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยปัจจุบันระบายน้ำไปแล้ว 2,350 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 35 ของแผนทั้งหมด ยังเหลือปริมาณน้ำต้องระบายตลอดฤดูแล้งอีก 4,450 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่เขื่อนทั้งสองยังมีปริมาณน้ำใช้งานได้รวมกัน 7,108 ล้านลูกบาศก์เมตร เพียงพอที่จะระบายตลอดฤดูแล้งนี้
ปัจจุบันเขื่อนภูมิพลมีปริมาตรน้ำในอ่างฯ ร้อยละ 59 มีปริมาณน้ำใช้งานได้ 4,098 ล้านลูกบาศก์เมตร มีแผนการระบายน้ำช่วงฤดูแล้ง 3,500 ล้านลูกบาศก์เมตร และได้ระบายน้ำไปแล้ว 1,176 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังเหลือปริมาณน้ำต้องระบายตลอดฤดูแล้งอีก 2,327 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ ร้อยละ 62 มีปริมาณน้ำใช้งานได้ 3,010 ล้านลูกบาศก์เมตร มีแผนการระบายน้ำช่วงฤดูแล้ง 3,300 ล้านลูกบาศก์เมตร และได้ระบายน้ำไปแล้ว 1,174 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังเหลือปริมาณน้ำต้องระบายตลอดฤดูแล้งอีก 2,126 ล้านลูกบาศก์เมตร หลังสิ้นสุดการระบายน้ำฤดูแล้ง คาดว่าเขื่อนทั้งสองจะมีปริมาณน้ำใช้งานได้ในอ่างฯ ประมาณ 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
สำหรับการอุปโภคและบริโภคในช่วงต้นฤดูฝนที่มักจะเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ส่วนอ่างเก็บน้ำทางภาคตะวันตก เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ์ มีปริมาณน้ำในอ่างอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเขื่อนศรีนครินทร์มีน้ำอยู่ร้อยละ 87 และเขื่อนวชิราลงกรณ์มีน้ำอยู่ร้อยละ 83 รวมปริมาณน้ำใช้งานได้ในเขื่อนทั้งสอง 9,523 ล้านลูกบาศก์เมตร เพียงพอที่จะระบายเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง และผันมาช่วยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างได้อีกด้วย


--------------------------------------------------------------------------------------

ข้อมูลอ้างอิง
  • เดลินิวส์ : http://www.dailynews.co.th
  • ไทยรัฐ : http://www.thairath.co.th
  • ผู้จัดการออนไลน์ : http://www.manager.co.th
  • มติชนออนไลน์ : http://www.matichon.co.th
  • INN News : http://www.innnews.co.th
  •