เดือนกรกฎาคม 2561 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงเกือบตลอดเดือน ประกอบกับร่องมรสุมได้พาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบน และประเทศลาว ในช่วงกลางเดือน นอกจากนี้ยังได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน "เซินติญ" (SONTINH) ที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ประเทศไทย โดยอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาวตอนบนในวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 ต่อมาในเดือนสิงหาคม มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตลอดทั้งเดือน โดยมีกำลังแรงในช่วงกลางเดือน ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณประเทศเมียนมา ลาวตอนบน และเวียดนามตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ยในช่วงต้นเดือนและปลายเดือน และในบางช่วงร่องมรสุมได้เลื่อนลงมาพาดผ่านประเทศไทยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน นอกจากนี้ในช่วงกลางเดือนพายุโซนร้อน “เบบินคา” (BEBINCA) ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณจังหวัดเชียงรายในช่วงเช้าของวันที่ 18 กรกฎาคม 2561 ขณะมีกำลังแรงเป็นพายุดีเปรสชัน จากนั้นได้เคลื่อนผ่านจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมประเทศเมียนมา จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศไทย รวมถึงบริเวณจังหวัดเพชรบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง
               จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ค่อนข้างมาก โดยในวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 เพียงวันเดียวมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างสูงถึง 159.89 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือเป็นปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนรายวันที่สูงที่สุดของเขื่อนแก่งกระจานตั้งแต่มีการสร้างเขื่อน ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำกักเก็บในอ่างเริ่มเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน 2561 และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกินเกณฑ์ควบคุมตัวบนในวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 หลังจากนั้นปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกินระดับกักเก็บปกติตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2561 และเกิดสถานการณ์ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 13 กันยายน 2561 สถานการณ์จึงเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ รวมระยะเวลาที่น้ำเกินระดับกักเก็บปกติทั้งสิ้น 39 วัน โดยมีปริมาณน้ำกักเก็บสูงสุด 777.54 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 ซึ่งถือเป็นปริมาณน้ำกักเก็บมากที่สุดเมื่อเทียบกับปี 2546 2549 และ 2550 ซึ่งเป็นปีที่เคยเกิดสถานการณ์น้ำล้นเขื่อน แต่หากเทียบระยะเวลาที่ปริมาณน้ำเกินระดับกักเก็บของแต่ละปี จะพบว่า ปี 2546 มีระยะเวลานานที่สุดถึง 54 วัน โดยเกิดสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคมไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม 2546
               จากสถานการณ์ฝนตกหนักรวมทั้งปริมาณน้ำที่ระบายมาจากเขื่อนแก่งกระจาน ส่งผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเพิ่มสูงขึ้นและเกิดสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง โดยที่บริเวณ ต. ต้นมะม่วง อ. เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี เกิดระดับล้นตลิ่งตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. 61 จนถึงวันที่ 26 ส.ค. 61 รวม 6 วัน โดยมีระดับน้ำสูงสุด 6.75 เมตร รทก. เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 61 ซึ่งสูงกว่าระดับตลิ่ง 0.65 เมตร และที่บริเวณ ต. กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เกิดระดับน้ำล้นตลิ่งตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. 61 จนถึงวันที่ 10 ก.ย. 61 รวม 35 วัน โดยมีระดับน้ำสูงสุด 27.68 เมตร รทก. เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 61 ซึ่งสูงกว่าระดับตลิ่ง 1.59 เมตร
               กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณจังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2561 โดยมีน้ำท่วม ใน 6 อำเภอ 20 ตำบล 76 หมู่บ้าน 17 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 497 ครัวเรือน 2,048 คน










Created by Meow using WikiProject Tropical cyclones/Tracks. The background image is from NASA. Tracking data is from NOAA


          ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2561 พายุโซนร้อน "เซินติญ" (SON-TINH) ได้เคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศไทย โดยอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณตอนบนของประเทศลาวเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 นอกจากนี้ใน
ช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2561 พายุโซนร้อน “เบบินคา” (BEBINCA) ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณจังหวัดเชียงรายในช่วงเช้ามืดของวันที่ 18 สิงหาคม 2561 ขณะมีกำลังแรงเป็นพายุดีเปรสชัน จากนั้นได้เคลื่อนผ่านจังหวัดเชียงใหม่เข้าสู่ประเทศเมียนมาพร้อมทั้งอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมประเทศเมียนมา ซึ่งอิทธิพลของพายุทั้งสองลูกส่งผลทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ รวมถึงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี

พายุโซนร้อน "เซินติญ" (SON-TINH)
พายุโซนร้อน "เบบินคา" (BEBINCA)





ข้อมูลโดย : Kochi University

                    ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม Himawari-8 แสดงให้เห็นว่าอิทธิพลจากพายุทั้ง 2 ลูก รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง และร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณประเทศไทย ส่งผลให้มีกลุ่มเมฆปกคลุมบริเวณประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสองเดือน โดยมีกลุ่มเมฆหนาปกคลุมเป็นระยะ ๆ ซึ่งบริเวณภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ตอนบนมีกลุ่มเมฆปกคลุมค่อนข้างหนาแน่นในหลายช่วงเวลา ส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากเป็นระยะ ๆ


เดือนกรกฎาคม 2561

1/7/61

2/7/61

3/7/61

4/7/61

5/7/61

6/7/61

7/7/61

8/7/61

9/7/61

10/7/61

11/7/61

12/7/61

13/7/61

14/7/61

15/7/61

16/7/61

17/7/61

18/7/61

19/7/61

20/7/61

21/7/61

22/7/61

23/7/61

24/7/61

25/7/61

26/7/61

27/7/61

28/7/61

29/7/61

30/7/61

31/7/61
 

เดือนสิงหาคม 2561

1/8/61

2/8/61

3/8/61

4/8/61

5/8/61

6/8/61

7/8/61

8/8/61

9/8/61

10/8/61

11/8/61

12/8/61

13/8/61

14/8/61

15/8/61

16/8/61

17/8/61

18/8/61

19/8/61

20/8/61

21/8/61

22/8/61

23/8/61

24/8/61

25/8/61

26/8/61

27/8/61

28/8/61

29/8/61

30/8/61

31/8/61
 

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/TyphoonTracking/Goes9.php






 ข้อมูลโดย : กรมอุตุนิยมวิทยา          


                 เดือนกรกฎาคม 2561 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงเกือบตลอดเดือน ประกอบกับร่องมรสุมได้พาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบน และประเทศลาว ในช่วงกลางเดือน นอกจากนี้ยังได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน "เซินติญ" (SONTINH) ที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ประเทศไทย โดยอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาวตอนบนในวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 ต่อมาในเดือนสิงหาคม มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตลอดทั้งเดือน โดยมีกำลังแรงในช่วงกลางเดือน ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณประเทศเมียนมา ลาวตอนบน และเวียดนามตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ยในช่วงต้นเดือนและปลายเดือน และในบางช่วงร่องมรสุมได้เลื่อนลงมาพาดผ่านประเทศไทยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน นอกจากนี้ในช่วงกลางเดือนพายุโซนร้อน “เบบินคา” (BEBINCA) ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณจังหวัดเชียงรายในช่วงเช้าของวันที่ 18 กรกฎาคม 2561 ขณะมีกำลังแรงเป็นพายุดีเปรสชัน จากนั้นได้เคลื่อนผ่านจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมประเทศเมียนมา

เดือนกรกฎาคม

1/7/61

2/7/61

3/7/61

4/7/61

5/7/61

6/7/61

7/7/61

8/7/61

9/7/61

10/7/61

11/7/61

12/7/61

13/7/61

14/7/61

15/7/61

16/7/61

17/7/61

18/7/61

19/7/61

20/7/61

21/7/61

22/7/61

23/7/61

24/7/61

25/7/61

26/7/61

27/7/61

28/7/61

29/7/61

30/7/61

31/7/61
 


เดือนสิงหาคม

1/8/61

2/8/61

3/8/61

4/8/61

5/8/61

6/8/61

7/8/61

8/8/61

9/8/61

10/8/61

11/8/61

12/8/61

13/8/61

14/8/61

15/8/61

16/8/61

17/8/61

18/8/61

19/8/61

20/8/61

21/8/61

22/8/61

23/8/61

24/8/61

25/8/61

26/8/61

27/8/61

28/8/61

29/8/61

30/8/61

31/8/61
 
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/hmain.php?page=/TyphoonTracking/show_weather_map.php








 ข้อมูลโดย : สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)

                    แผนที่แสดงความกดอากาศที่ระดับความสูง 1.5 กิโลเมตรจากระดับน้ำทะเล ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2561 แสดงให้เห็นแนวร่องมรสุม (บริเวณสีเหลือง) ที่เคลื่อนตัวลงมาพาดผ่านบริเวณประเทศพม่า ตอนบนของประเทศไทย ประเทศลาวและประเทศเวียดนาม โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนของทั้งสองเดือน ประกอบกับอิทธิพลของพายุ "เซินติญ" (บริเวณพื้นที่วงกลมสีส้ม) ที่เคลื่อนตัวจากอ่าวตังเกี๋ยผ่านประเทศเวียดนามและสลายตัวไปในบริเวณประเทศลาว ในช่วงประมาณวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2561 โดยค่าความกดอากาศต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 840-842 hPa ส่วนในเดือนสิงหาคม พายุ "เบบินคา" (บริเวณพื้นที่วงกลมสีแดง) ได้เคลื่อนตัวจากอ่าวตังเกี๋ย ในวันที่ 16 สิงหาคม 2561 ผ่านประเทศเวียดนาม ประเทศลาว และเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณจังหวัดเชียงราย ในวันที่ 18 สิงหาคม 2561 โดยค่าความกดอากาศต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 838-840 hPa


เดือนกรกฎาคม 2561

1/7/61

2/7/61

3/7/61

4/7/61

5/7/61

6/7/61

7/7/61

8/7/61

9/7/61

10/7/61

11/7/61

12/7/61

13/7/61

14/7/61

15/7/61

16/7/61

17/7/61

18/7/61

19/7/61

20/7/61

21/7/61

22/7/61

23/7/61

24/7/61

25/7/61

26/7/61

27/7/61

28/7/61

29/7/61

30/7/61

31/7/61
 

เดือนสิงหาคม 2561

1/8/61

2/8/61

3/8/61

4/8/61

5/8/61

6/8/61

7/8/61

8/8/61

9/8/61

10/8/61

11/8/61

12/8/61

13/8/61

14/8/61

15/8/61

16/8/61

17/8/61

18/8/61

19/8/61

20/8/61

21/8/61

22/8/61

23/8/61

24/8/61

25/8/61

26/8/61

27/8/61

28/8/61

29/8/61

30/8/61

31/8/61
 


ข้อมูลเพิ่มเติม : http://live1.hii.or.th/wrf_image/weather_map.php, http://live1.hii.or.th/wrf_image/weather_map_latest.php?img=pressure_upperwind_1500m_low_latest.flv









 ข้อมูลโดย : สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)

                    ภาพแผนที่แสดงความเร็วลมที่ระดับความสูง 1.5 กิโลเมตร จากระดับน้ำทะเล แสดงให้เห็นว่าในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2561 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงหลายช่วง โดยเฉพาะช่วงประมาณวันที่ 10-22 กรกฎาคม 2561 และวันที่ 11-18 สิงหาคม 2561 ที่มรสุมมีกำลังแรงต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน โดยเฉพาะบริเวณภาคใต้ตอนบน ที่ได้รับอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ความเร็วลมสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เดือนกรกฎาคม 2561

1/7/61

2/7/61

3/7/61

4/7/61

5/7/61

6/7/61

7/7/61

8/7/61

9/7/61

10/7/61

11/7/61

12/7/61

13/7/61

14/7/61

15/7/61

16/7/61

17/7/61

18/7/61

19/7/61

20/7/61

21/7/61

22/7/61

23/7/61

24/7/61

25/7/61

26/7/61

27/7/61

28/7/61

29/7/61

30/7/61

31/7/61
 


เดือนสิงหาคม 2561

1/8/61

2/8/61

3/8/61

4/8/61

5/8/61

6/8/61

7/8/61

8/8/61

9/8/61

10/8/61

11/8/61

12/8/61

13/8/61

14/8/61

15/8/61

16/8/61

17/8/61

18/8/61

19/8/61

20/8/61

21/8/61

22/8/61

23/8/61

24/8/61

25/8/61

26/8/61

27/8/61

28/8/61

29/8/61

30/8/61

31/8/61
 



ข้อมูลเพิ่มเติม : http://live1.hii.or.th/wrf_image/weather_map.php, http://live1.hii.or.th/wrf_image/weather_map_latest.php?img=pressure_upperwind_1500m_low_latest.flv









ข้อมูลโดย : Ocean Weather Inc.

                    แผนภาพแสดงความสูงของคลื่นและทิศทางของคลื่นแสดงให้เห็นว่า จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้คลื่นทะเลบริเวณฝั่งอันดามันเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ปลายเดือนกรกฎาคม และกลางเดือนสิงหาคม 2561 ที่ความสูงของคลื่นเพิ่มขึ้นเป็น 2-3 เมตร

เดือนกรกฎาคม 2561

1/7/61

2/7/61

3/7/61

4/7/61

5/7/61

6/7/61

7/7/61

8/7/61

9/7/61

10/7/61

11/7/61

12/7/61

13/7/61

14/7/61

15/7/61

16/7/61

17/7/61

18/7/61

19/7/61

20/7/61

21/7/61

22/7/61

23/7/61

24/7/61

25/7/61

26/7/61

27/7/61

28/7/61

29/7/61

30/7/61

31/7/61
 

เดือนสิงหาคม 2561

1/8/61

2/8/61

3/8/61

4/8/61

5/8/61

6/8/61

7/8/61

8/8/61

9/8/61

10/8/61

11/8/61

12/8/61

13/8/61

14/8/61

15/8/61

16/8/61

17/8/61

18/8/61

19/8/61

20/8/61

21/8/61

22/8/61

23/8/61

24/8/61

25/8/61

26/8/61

27/8/61

28/8/61

29/8/61

30/8/61

31/8/61
 



ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/show_wave.php?zone=Ind









 ข้อมูลโดย : กรมอุตุนิยมวิทยา กรมฝนหลวงและการบินเกษตร

                    เครือข่ายภาพเรดาร์ตรวจวัดปริมาณฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา เรดาร์สุวรรณภูมิ ครอบคลุมพื้นที่ในรัศมี 240 กิโลเมตร และเรดาร์สัตหีบ คลอบคลุมพื้นที่ในรัศมี 240 กิโลเมตร ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แสดงภาพการตรวจวัดปริมาณฝนในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2561 พบกลุ่มฝนกระจุกตัวบริเวณจังหวัดเพชรบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงค่อนข้างต่อเนื่องเกือบตลอดระยะเวลา 2 เดือน โดยเฉพาะช่วงวันที่ 10-19 กรกฎาคม ช่วงวันที่ 30 กรกฎาคม - 6 สิงหาคม ช่วงวันที่ 15-20 สิงหาคม และช่วงวันที่ 24-29 สิงหาคม ที่มีฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้างต่อเนื่องหลายวัน


เรดาร์สัตหีบ (เดือนกรกฎาคม)

1/7/61 11:00GMT

2/7/61 08:00GMT

3/7/61 08:00GMT

4/7/61 07:00GMT

5/7/61 08:00GMT

6/7/61 11:00GMT

7/7/61 05:00GMT

8/7/61 05:00GMT

9/7/61 10:00GMT

10/7/61 14:00GMT

11/7/61 05:00GMT

12/7/61 00:00GMT

13/7/61 11:00GMT

14/7/61 16:00GMT

15/7/61 09:00GMT

16/7/61 06:00GMT

17/7/61 08:00GMT

18/7/61 03:00GMT

19/7/61 02:00GMT

20/7/61 05:00GMT

21/7/61 05:00GMT

22/7/61 06:00GMT

23/7/61 07:00GMT

24/7/61 07:00GMT

25/7/61 11:00GMT

26/7/61 11:00GMT

27/7/61 10:00GMT

28/7/61 09:00GMT

29/7/61 06:00GMT

30/7/61 10:00GMT

31/7/61 06:00GMT
 

เรดาร์สัตหีบ (เดือนสิงหาคม)

1/8/61 15:00GMT

2/8/61 05:00GMT

3/8/61 05:00GMT

4/8/61 01:00GMT

5/8/61 02:00GMT

6/8/61 02:00GMT

7/8/61 02:00GMT

8/8/61 03:00GMT

9/8/61 07:00GMT

10/8/61 07:00GMT

11/8/61 04:00GMT

12/8/61 04:00GMT

13/8/61 14:00GMT

14/8/61 07:00GMT

15/8/61 11:00GMT

16/8/61 07:00GMT

17/8/61 04:00GMT

18/8/61 08:00GMT

19/8/61 03:00GMT

20/8/61 06:00GMT

21/8/61 07:00GMT

22/8/61 07:00GMT

23/8/61 08:00GMT

24/8/61 14:00GMT

25/8/61 11:00GMT

26/8/61 08:00GMT

27/8/61 10:00GMT

28/8/61 07:00GMT

29/8/61 16:00GMT

30/8/61 14:00GMT

31/8/61 06:00GMT
 
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/radar/show_rm_satradar.php


เรดาร์สุวรรณภูมิ (เดือนกรกฎาคม)

1/7/61 16:29GMT

2/7/61 07:29GMT

3/7/61 23:29GMT

4/7/61 11:29GMT

5/7/61 11:29GMT

6/7/61 11:29GMT

7/7/61 11:29GMT

8/7/61 11:29GMT

9/7/61 09:29GMT

10/7/61 14:29GMT

11/7/61 23:29GMT

12/7/61 17:29GMT

13/7/61 08:29GMT

14/7/61 18:29GMT

15/7/61 05:29GMT

16/7/61 05:29GMT

17/7/61 21:29GMT

18/7/61 08:29GMT

19/7/61 03:29GMT

20/7/61 11:29GMT

21/7/61 11:29GMT

22/7/61 17:29GMT

23/7/61 08:29GMT

24/7/61 06:29GMT

25/7/61 11:29GMT

26/7/61 11:29GMT

27/7/61 15:00GMT

28/7/61 08:00GMT

29/7/61 07:00GMT

30/7/61 04:29GMT

31/7/61 07:29GMT
 

เรดาร์สุวรรณภูมิ (เดือนสิงหาคม)

1/8/61 21:29GMT

2/8/61 05:29GMT

3/8/61 01:29GMT

4/8/61 22:29GMT

5/8/61 01:29GMT

6/8/61 00:29GMT

7/8/61 13:29GMT

8/8/61 11:29GMT

9/8/61 11:29GMT

10/8/61 08:29GMT

11/8/61 13:29GMT

12/8/61 01:29GMT

13/8/61 05:29GMT

14/8/61 07:29GMT

15/8/61 10:29GMT

16/8/61 20:29GMT

17/8/61 04:29GMT

18/8/61 08:29GMT

19/8/61 00:29GMT

20/8/61 06:29GMT

21/8/61 08:29GMT
No Data

23/8/61 08:29GMT

24/8/61 14:29GMT

25/8/61 10:29GMT

26/8/61 08:29GMT

27/8/61 09:29GMT

28/8/61 08:29GMT

29/8/61 17:29GMT

30/8/61 14:29GMT

31/8/61 07:29GMT
 
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/radar/show_svpradar.php







 
ข้อมูลโดย : NARVAL, GSMaP


          จากแผนภาพแสดงปริมาณฝนสะสมรายวันจากสถาบันวิจัยทหารเรืออเมริกา (NARVAL) พบกลุ่มฝนปานกลางถึงตกหนักบริเวณจังหวัดเพชรบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ในช่วงวันที่ 17-15 กรกฎาคม ช่วงวันที่ 2-7 สิงหาคม ช่วงวันที่ 16-18 สิงหาคม และช่วงวันที่ 26-28 สิงหาคม

เดือนกรกฏาคม

1/7/61

2/7/61

3/7/61

4/7/61

5/7/61

6/7/61

7/7/61

8/7/61

9/7/61
No data

11/7/61

12/7/61

13/7/61

14/7/61

15/7/61

16/7/61

17/7/61

18/7/61

19/7/61

20/7/61

21/7/61

22/7/61

23/7/61

24/7/61
No data

26/7/61

27/7/61

28/7/61

29/7/61

30/7/61

31/7/61
 

เดือนสิงหาคม

1/8/61

2/8/61

3/8/61

4/8/61

5/8/61

6/8/61

7/8/61

8/8/61

9/8/61

10/8/61

11/8/61

12/8/61

13/8/61

14/8/61

15/8/61

16/8/61

17/8/61

18/8/61

19/8/61

20/8/61

21/8/61

22/8/61

23/8/61

24/8/61

25/8/61

26/8/61

27/8/61

28/8/61

29/8/61

30/8/61

31/8/61
 

mm.
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/show_ssta.php








 ข้อมูลโดย : กรมชลประทาน / การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

         สถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจานปี 2561 เทียบกับปี 2546 2549 2550 ซึ่งเป็นปีที่เกิดสถานการณ์น้ำล้นเขื่อน รายละเอียดเพิ่มเติมดังกราฟด้านล่าง


ปริมาณน้ำกักเก็บอ่างเก็บน้ำ เขื่อนแก่งกระจาน
          สถานการณ์น้ำในอ่างเริ่มเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน 2561 และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกินเกณฑ์ควบคุมตัวบนในวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 หลังจากนั้นปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกินระดับกักเก็บปกติตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2561 และเกิดสถานการณ์ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 13 กันยายน 2561 สถานการณ์จึงเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ รวมระยะเวลาที่น้ำเกินระดับกักเก็บปกติทั้งสิ้น 39 วัน โดยมีปริมาณน้ำกักเก็บสูงสุด 777.54 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 ซึ่งถือเป็นปริมาณน้ำกักเก็บมากที่สุดเมื่อเทียบกับปี 2546 2549 และ 2550 แต่หากเทียบระยะเวลาที่ปริมาณน้ำเกินระดับกักเก็บของแต่ละปี จะพบว่า ปี 2546 มีระยะเวลานานที่สุดถึง 54 วัน โดยเกิดสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคมไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม 2546


 
ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ เขื่อนแก่งกระจาน
          สถานการณ์ฝนที่ตกหนักส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจานค่อนข้างมาก โดยในวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 เพียงวันเดียวมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างสูงถึง 159.89 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือเป็นปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนรายวันที่สูงที่สุดของเขื่อนแก่งกระจานตั้งแต่มีการสร้างเขื่อน

ริมาณน้ำไหลเข้าสะสม อ่างเก็บน้ำ เขื่อนแก่งกระจาน
          ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสะสมตั้งแต่ต้นปี เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 และเพิ่มขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณน้ำปี 2561 มากกว่าปี 2546 2549 และ 2550 ค่อนข้างมาก
ปริมาณน้ำระบายอ่างเก็บน้ำขื่อนแก่งกระจาน

         เนื่องจากสถานการณ์น้ำไหลเข้าเขื่อนมีปริมาณค่อนข้างมากตั้งแต่ช่วงวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นมา ทำให้ต้องมีการระบายน้ำเพิ่มขึ้นมาก
ปริมาณน้ำระบายสะสมอ่างเก็บน้ำ เขื่อนแก่งกระจาน
ปริมาณน้ำระบายสะสมของปี 2561 เพิ่มขึ้นมากในช่วงปลายเดือนสิงหาคม แต่ยังคงน้อยกว่าปริมาณน้ำระบายของปี 2549 ค่อนข้างมาก
ปริมาณน้ำระบายผ่าน spill way อ่างเก็บน้ำ เขื่อนแก่งกระจาน
เนื่องจากปริมาณน้ำมีค่อนข้างมาก ทำให้ต้องมีการระบายน้ำผ่านทางน้ำล้น (spillway) โดยเขื่อนแก่งกระจานเริ่มมีการระบายน้ำผ่านทางน้ำล้นตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2561 ถึงวันที่ 13 กันยายน 2561 รวมทั้งสิ้น 39 วัน โดยมีการระบายน้ำผ่านทางน้ำล้นสูงสุด 29.89 ลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 20 สิงหาคม 2561 ซึ่งปี 2561 มีการระบายน้ำผ่านทางน้ำล้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับปีอื่น ๆ
 

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/egat_dam.php








 ข้อมูลโดย : สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)

               จากสถานการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 ส่งผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเพิ่มสูงขึ้นและเกิดสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง โดยตรวจพบระดับน้ำล้นตลิ่งใน 2 จุด คือ
1) สถานี PCH001-เพชรบุรี ต. ต้นมะม่วง อ. เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี เกิดระดับล้นตลิ่งตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. 61 จนถึงวันที่ 26 ส.ค. 61 รวม 6 วัน โดยมีระดับน้ำสูงสุด 6.75 เมตร รทก. เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 61 ซึ่งสูงกว่าระดับตลิ่ง 0.65เมตร
2) สถานี PCH003-ท่ายาง ต. กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เกิดระดับน้ำล้นตลิ่งตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. 61 จนถึงวันที่ 10 ก.ย. 61 รวม 35 วัน โดยมีระดับน้ำสูงสุด 27.68 เมตร รทก. เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 61 ซึ่งสูงกว่าระดับตลิ่ง 1.59 เมตร

รายละเอียดเพิ่มเติมดังกราฟด้านล่าง


สถานี PCH001-เพชรบุรี ต.ต้นมะม่วง อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี

สถานี PCH003-ท่ายาง ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/v3/telemetering/wl/warning






ข้อมูลโดย : สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)


         ดาวเทียม COSMO-SkyMed-2 RADARSAT-2 ได้บันทึกภาพบริเวณประเทศไทย  ช่วงวันที่ 25-30 ก.ค. 60 และจากการวิเคราะห์ภาพจากดาวเทียมพบพื้นที่ถูกน้ำท่วมทั้งสิ้น 35 จังหวัด ประกอบด้วย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดสกลนคร นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ นครพนม อุดรธานี ชัยภูมิ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร สุรินทร์ บึงกาฬ เลย หนองคาย มุกดาหาร หนองบัวลำภู ภาคเหนือบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ พิจิตร เชียงใหม่ พะเยา อุตรดิตถ์ พิษณุโลก น่าน แพร่ ลำปาง ลำพูน เชียงราย ภาคกลางบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท รวมพื้นที่ถูกน้ำท่วมประมาณ 3.6 ล้านไร่  โดยจังหวัดสกลนครมีพื้นที่ถูกน้ำท่วมมากที่สุด 340,578 ไร่ รองลงมาคือจังหวัดนครราชสีมา 322,145 ไร่ และนครสวรรค์ 322,089 ไร่ รายละเอียดเพิ่มเติมดังตารางและแผนที่ด้านล่าง




รายงานการติดตามพื้นที่น้ำท่วมปี 2561 โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม COSMO-SkyMed-3 บันทึกภาพวันที่ 9 สิงหาคม 2560 เวลา 17.53 น.
พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี

อ่านรายงานเพิ่มเติม

รายงานการติดตามพื้นที่น้ำท่วมปี 2561 โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพวันที่ 10 สิงหาคม 2561 เวลา 06.12 น. บริเวณบางส่วนของจังหวัดเพชรบุรี

อ่านรายงานเพิ่มเติม

รายงานการติดตามพื้นที่น้ำท่วมปี 2561 โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม COSMO-SkyMed-3 บันทึกภาพวันที่ 11 สิงหาคม 2561 เวลา 06.29 น.
บริเวณบางส่วนของจังหวัดเพชรบุรี

อ่านรายงานเพิ่มเติม

รายงานการติดตามพื้นที่น้ำท่วมปี 2561 โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม COSMO-SkyMed-2 บันทึกภาพวันที่ 13 สิงหาคม 2561 เวลา 05.45 น. บริเวณบางส่วนของจังหวัดเพชรบุรี

อ่านรายงานเพิ่มเติม

รายงานการติดตามพื้นที่น้ำท่วมปี 2561 โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพวันที่ 21 สิงหาคม 2561 เวลา 18.33 น.
บริเวณบางส่วนของจังหวัดเพชรบุรี

อ่านรายงานเพิ่มเติม

รายงานการติดตามพื้นที่น้ำท่วมปี 2561 โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม COSMO-SkyMed-4 บันทึกภาพวันที่ 22 สิงหาคม 2561 เวลา 17.41 น.
บริเวณบางส่วนของจังหวัดเพชรบุรี

อ่านรายงานเพิ่มเติม

รายงานการติดตามพื้นที่น้ำท่วมปี 2561 โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมCOSMO-SkyMed-2 บันทึกภาพวันที่ 24 สิงหาคม 2561 เวลา 17.52 น. บริเวณบางส่วนของจังหวัดเพชรบุรี

อ่านรายงานเพิ่มเติม

รายงานการติดตามพื้นที่น้ำท่วมปี 2561 โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม COSMO-SkyMed-2 บันทึกภาพวันที่ 26 สิงหาคม 2561 เวลา 05.38 น.
บริเวณบางส่วนของจังหวัดเพชรบุรี

อ่านรายงานเพิ่มเติม

รายงานการติดตามพื้นที่น้ำท่วมปี 2561 โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพวันที่ 28 สิงหาคม 2561 เวลา 18.29 น.
บริเวณบางส่วนของจังหวัดเพชรบุรี

อ่านรายงานเพิ่มเติม

รายงานการติดตามพื้นที่น้ำท่วมปี 2561 โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม Radarsat-2 บันทึกภาพวันที่ 3 กันยายน 2561 เวลา 06.32 น.
บริเวณบางส่วนของจังหวัดเพชรบุรี

อ่านรายงานเพิ่มเติม
หมายเหตุ : ตัวเลขพื้นที่น้ำท่วมเป็นการคำนวณแบบประมาณการจากภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ตัวเลขอาจมีความคลาดเคลื่อน



 
 
ข้อมูลโดย : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย


            รายงานสถานการณ์สาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ตัดมาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดเพชรบุรี)

วันที่ 10 สิงหาคม 2561
เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ 6 ตำบล 27 หมู่บ้าน ได้แก่
- อ. แก่งกระจาน ต. ห้วยแม่เพรียง (ม.1,2) ต. สองพี่น้อง (ม.1-3) ต. แก่งกระจาน (ม.1,3,9,10,14)
- อ. ท่ายาง ต. กลัดหลวง (ม.1,2,3,7,9) ต. ท่าไม้รวก (ม.1-5,7-13) ต. ยางหย่อง (ม.4)
ประชาชนได้รับผลกระทบ 396 ครัวเรือน 1,714 คน

วันที่ 15 สิงหาคม 2561
เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ 7 ตำบล 28 หมู่บ้าน ได้แก่
- อ. แก่งกระจาน ต. ห้วยแม่เพรียง (ม.1,2) ต. สองพี่น้อง (ม.1-3) ต. แก่งกระจาน (ม.1,3,9,10,14)
- อ. ท่ายาง ต. กลัดหลวง (ม.1,2,3,7,9) ต. ท่าไม้รวก (ม.1-5,7-13) ต. ยางหย่อง (ม.4)
- อ. บ้านลาด ต. ท่าเสน (ม.1)
ประชาชนได้รับผลกระทบ 399 ครัวเรือน 1,721 คน

วันที่ 20 สิงหาคม 2561
เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ 6 ตำบล 30 หมู่บ้าน ได้แก่
- อ. แก่งกระจาน ต. ห้วยแม่เพรียง (ม.1,2) ต. สองพี่น้อง (ม.1-3) ต. แก่งกระจาน (ม.1,3,9,10,14)
- อ. ท่ายาง ต. กลัดหลวง (ม.1,2,3,7,9) ต. ท่าไม้รวก (ม.1-5,7,8,9,11,12,13) ต. ยางหย่อง (ม.4)
- อ. บ้านลาด ต. ท่าเสน (ม.1)
ประชาชนได้รับผลกระทบ 404 ครัวเรือน 1,741 คน

วันที่ 30 สิงหาคม 2561
เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ 20 ตำบล 76 หมู่บ้าน 17 ชุมชน
ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 4 อำเภอ 7 ตำบล 19 หมู่บ้าน ได้แก่
- อ. แก่งกระจาน ต. ห้วยแม่เพรียง (ม.1,2) ต. สองพี่น้อง (ม.1-3) ต. แก่งกระจาน (ม.1,3,6,8,9,10,14)
- อ. ท่ายาง ต. ท่าไม้รวก (ม.2,13)
- อ. บ้านลาด ต. สมอพลือ (ม.2)
- อ. บ้านแหลม ต. บางครก (ม.1,2,3) ต. ท่าแร้ง (ม.3)
ประชาชนได้รับผลกระทบ 497 ครัวเรือน 2,048 คน








ระบายไม่ทัน! น้ำจ่อล้น “เขื่อนแก่งกระจาน” คาดท่วมเมืองเพชรบุรี 6 ส.ค.นี้ [ PPTV : 4 ส.ค. 61 เวลา 17.39 น. ]

สถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจาน กำลังเข้าขั้นวิกฤต ทางการแจ้งเตือนประชาชนท้ายเขื่อนขนของขึ้นบนที่สูง และคาดการณ์ว่าวันที่ 6 ส.ค. นี้ น้ำจะล้นตลิ่งท่วมเขตอำเภอเมืองเพชรบุรี ล่าสุดเจ้าหน้าที่ยังเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ หลังปริมาณน้ำในเขื่อนกักเก็บได้อีกแค่ 3 เปอร์เซ็นต์



(อัพเดทสถานการณ์น้ำ: อธิบดีกรมชลฯ คาด น้ำท่วม “เมืองเพชร” 12 ส.ค. นี้)

วันนี้ (4 ส.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ยังเร่งทำงานแข่งกับเวลา เพื่อติดตั้งเครื่องสูบน้ำให้ครบ 20 เครื่อง ในบริเวณอาคารระบายฉุกเฉิน หรือสปิลเวย์ ท้ายเขื่อนแก่งกระจาน หลังจากมีปริมาณน้ำเข้ามาเติมอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำขึ้น 2 เซนติเมตร ภายใน 1 ชั่วโมง และคาดว่าน้ำจะล้นสปิลเวย์ 100 เปอร์เซ็นต์ภายในเที่ยงวันพรุ่งนี้ (5 ส.ค.61)

โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งระบายน้ำในสามจุด คือ บริเวณประตูระบายน้ำปกติ และวิธีลักจำนวน 12 ท่อบนสันเขื่อน และในจุดประตูระบายน้ำฉุกเฉินที่กำลังเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถือว่าเต็มความสามารถแล้วระบายออกได้เพียง 9 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่น้ำไหลเข้าอ่างไม่ต่ำกว่า 20 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน



ทั้งนี้ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรี ประมาณ 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร ไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ตั้งแต่ในพื้นที่อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอเมืองเพชรบุรี และอำเภอบ้านแหลม แจ้งเตือนให้ประชาชนพื้นที่ดังกล่าวเก็บของขึ้นบนที่สูงและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำที่จากเข้าท่วมเขตอำเภอเมืองเพชรบุรีอาจเทียบเท่าปี 60 หรืออาจมากกว่า เพราะมีปัจจัยสำคัญคือน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง



ขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจผู้ประกอบการท้ายเขื่อนแก่งกระจาน ขณะนี้ได้รับผลกระทบน้ำ แม่น้ำเพชรบุรีล้นตลิ่งท่วมรีสอร์ทที่อยู่ติดริมตลิ่งแม่น้ำเพชรแล้วบางส่วน แต่ยังสามารถเปิดบริการได้ ผู้ประกอบการระบุว่า มีเจ้าหน้าอำเภอแก่งกระจาน เข้ามาแจ้งเตือนเป็นรอบที่ 2 ให้ประชาชนที่อยู่ติดริมตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรีเก็บของขึ้นที่สูง เพราะขณะนี้สถานการณ์น้ำในเขื่อนน่าเป็นห่วง และเร่งระบายน้ำตลอด 24 ชั่วโมง


นอกจากนี้ยังพบว่ามีประชาชนในพื้นที่เดินทางเข้ามาที่เขื่อนแก่งกระจานเพื่อติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง หลังมีประกาศจากทางการแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ติดริมแม่น้ำเพชรบุรี เตรียมตัวรับน้ำในเขื่อนแก่งกระจานที่ขณะนี้ใกล้ที่จะเกินความสามารถในการจัดเก็บแล้ว (อ่านข่าวน้ำท่วมเพชรบุรีเพิ่มเติม: ชาวเพชรบุรี ทำแนวกันน้ำเข้าบ้าน หลังน้ำข้ามสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจาน)

ด้านรองอธิบดีกรมชลประทาน ยืนยันว่าเขื่อนแก่งกระจานยังคงแข็งแรงปลอดภัย แต่สิ่งที่น่ากังวลคือปริมาณน้ำฝนที่ตกอยู่เหนือเขื่อนยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก และเฝ้าระวังตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าระหว่างวันที่ 5-8 ส.ค. นี้ จะมีลมมรสุมเข้ามาในพื้นที่จะทำให้วิกฤตมากไปกว่าเดิม (อ่านข่าวน้ำท่วมเพชรบุรีเพิ่มเติม: ศูนย์เฉพาะกิจฯคาด มวลน้ำแก่งกระจานถึงเมืองเพชรบุรี 7 ส.ค.นี้)





เตือนน้ำท่วมเพชรบุรี นับถอยหลังเขื่อนแก่งกระจานล้นคืนนี้ อาจท่วมนานเท่าปี 2546 [ Thestandare.co : 4 ส.ค. 61 ]

ช่วงเช้าวันนี้ (4 ส.ค.) สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พร้อม ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทานด้านบำรุงรักษา เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทานด้านวิชาการ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมเตรียมแผนรองรับจากการระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานและวางระบบการช่วยเหลือหากเกิดอุทกภัย

โดยในปีนี้ฝนตกเหนือเขื่อนแก่งกระจานแห่งเดียวในปริมาณมาก ขณะที่จุดอื่นแทบไม่ตกเลย ปริมาณน้ำที่ไหลลงเขื่อนมากที่สุดในวันที่ 18 กรกฎาคม จนถึง ณ วันนี้ประมาณ 690 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 97.18% โดยขณะนี้เปิดระบายน้ำเต็มบานที่ 108.91 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และทำกาลักน้ำร่วมระบายอีกทางหนึ่งด้วย พบว่าเหลืออีก 40 เซนติเมตร น้ำจะล้นอาคารน้ำล้นไหลลงสู่ด้านล่าง

ทั้งนี้ได้ประมาณการว่าน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานประมาณ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะไหลถึงเขื่อนเพชรบุรีวันที่ 6 สิงหาคม และไหลถึงเทศบาลเมืองเพชรบุรีในเวลาเที่ยงคืนวันเดียวกัน ซึ่งจะระบายทางคลองส่งน้ำออกไปได้ 50 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณที่เหลือจะไหลลงสู่พื้นที่อำเภอเมืองเพชรบุรี

หากมีฝนตก ปริมาณน้ำก็จะมากกว่านี้ และระยะเวลาท่วมมากกว่าเดิม คลัายกับปี 2546 ที่น้ำท่วมทั้งเมืองและท่วมนาน โดยฤดูน้ำหลากของจังหวัดเพชรบุรีคือช่วงเดือนตุลาคม

ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมของอุปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็นทั้งหมดตามจุดสำคัญๆ แล้ว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีมอบหมายให้ สมชาย บำรุงทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ดูแลส่วนปฏิบัติการ ให้นายอำเภอแก่งกระจาน นายอำเภอท่ายาง นายอำเภอเมือง นายอำเภอบ้านลาด ทำรายการว่ามีการทำป้องกันตลิ่งไว้ตรงไหน ทางน้ำหลากเดิมจะใช้ได้หรือไม่เพียงใด และประชุมเฉพาะส่วน จึงขอให้ประชาชนตั้งอยู่ในความไม่ประมาทและเก็บสิ่งของเครื่องใช้ขึ้นที่สูงและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงไว้ในที่ที่ปลอดภัย




5 อำเภอเพชรบุรี น้ำท่วมสูงสุดแค่ไหน? [ ไทยพีบีเอสนิวส์ : 7 ส.ค. 61 เวลา 18.19 น. ]


มวลน้ำแก่งกระจาน ถึงอ.เมืองเพชรบุรี เที่ยงคืนนี้ คาดระดับน้ำสูง 50-80 เซนติเมตรอาจท่วมนาน 2 สัปดาห์หากมีปัจจัยฝนตกเพิ่ม กรมชลประทาน เร่งขยายคลอง D9 เสร็จภายใน 2 วัน เพื่อตัดยอดน้ำบางส่วนออกทะเล รวมคลองฝั่งซ้าย-ขวา ก่อนเข้าเมือง 90 ลบ.ม./วินาที

วันนี้ (7 ส.ค.2561) นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำที่เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เมื่อเวลา 15.00 น.มีปริมาณน้ำไหลล้นผ่านทางระบายน้ำล้น (spill way) สูง 46 เซนติเมตร หรือคิดเป็น 180 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และน้ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ยชั่วโมงละ1 เซนติเมตร 

มวลน้ำก้อนแรกที่ไหลลงในแม่น้ำเพชรบุรี เดินทางถึงเขื่อนเพชร ที่ อ.ท่ายาง คิดเป็นปริมาณน้ำ 156 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมวลน้ำที่ผันออกจากเขื่อนเพชร ระบายน้ำผ่านระบบชลประทาน 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กำลังไหลผ่านไปยัง อ.บ้านลาด อ.เมือง และ อ.บ้านแหลม

โดยเฉพาะที่ อ.เมือง คาดว่าจะมีน้ำไหลผ่านในเขตเมืองช่วงหลังเที่ยงคืนนี้ จนถึงระดับตลิ่ง เพราะในเขื่อนแก่งกระจานด้านบนยังมีน้ำไหลลงมาเติมในแม่น้ำเพชรบุรีเรื่อยๆ และช่วงวันที่ 9-10 ส.ค.นี้ จะมีฝนตกลงมาเพิ่มและคาดการณน้ำสูงถึง 200-250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หมายความว่าจะมีน้ำท่วมในเขตเมืองมากขึ้น




2 วันขยายคลอง D9 ตัดยอดน้ำเข้าเมืองเพชร 

วิธีการจัดการน้ำ ขณะนี้กรมชลประทาน จะผันน้ำที่เข้ามาที่เขื่อนเพชบุรี โดยตัดน้ำออกในคลอง ชลประทานฝั่งขวา 3 คลอง และฝั่งซ้าย 1 คลอง โดยเฉพาะที่เรียกว่าคลอง D9 เดิมใช้ดึงน้ำจากการ เกษตรทิ้งลงทะเล ทางกรมชลประทาน ปรับเอาคลองส่งน้ำเดิมมาเชื่อมขยายให้ระบายน้ำได้มากขึ้นโดยคาดว่า ภายใน 2 วันนี้จะขยายคลอง D9 เป็นจุดระบายน้ำท้ายเขื่อนเพชร ก่อนที่จะเข้าเขตเมืองเพชร ได้อย่างน้อย 35 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวม 4 คลองทั้งฝั่งซ้ายและขวา จะระบายน้ำออกได้ 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที



คาดการณ์ระดับน้ำท่วมเขตเมืองเกินครึ่งเมตร

เมื่อถามถึงการคาดการณ์ระดับน้ำท่วมทั้ง 5 อำเภอ นายสำเริง กล่าวว่า ขณะนี้มีการประเมินระดับน้ำในเขตเมืองเพชร ไว้ประมาณ 50-80 เซนติเมตร โดยอาจจะท่วมอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะยังมีปัจจัยเรื่องปริมาณฝนตกที่อาจจะลงมาเติมน้ำในเขื่อนแก่งกระจานเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ และการพยายามตัดยอดน้ำออกก่อนที่จะระบายลงเขื่อนเพชร  

จากข้อมูลการคาดการณ์ของกรมชลประทาน ระบุว่า หากระดับน้ำท้ายเขื่อนเพชร 140-160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พื้นที่ต.คลองกระแซง ต.บ้านหม้อ ต.ท่าราบ ต.ต้นมะม่วง ต.หนองโสน ต.บ้านกุ่ม ต.ช่องสะแก อ.เมือง ความลึก 30-50 เซนติเมตร

ขณะที่ อ.เมือง เขตเทศบาลเมือง ความลึกน้ำ 30-50 เซนติเมตร ส่วนที่ต.บางจาก อ.เมือง ความลึกน้ำ 50-80 เซนติเมตร

ส่วนที่ อ.บ้านแหลม เข้าท่วมพื้นที่ต.ท่าแร้ง ต.ท่าแร้งออก ต.บ้านแหลม ต.บางขุนไทร ต.บางครก ความลึก 30-50 เซนติเมตร






สถานการณ์น้ำที่เพชรบุรี มีแนวโน้มลดลง [ ไอเอ็นเอ็นนิวส์ : 21 ส.ค. 61 21.52 น.]

รองอธิบดี กรมชลฯ เผยสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีมีแนวโน้มลดลง พร้อมเตือนประชาชนยังต้องระวังสถานการณ์

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดี กรมชลประทาน เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า สถานการณ์น้ำทั้งสองเขื่อนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีนั้น ขณะนี้มีแนวโน้มที่จะลดลง โดยปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจานอยู่ที่ 775 ล้าน.ลบ.ม. คิดเป็น 109 % ของความจุอ่างฯ และปริมาณน้ำของเขื่อนเพชรนั้น อยู่ที่ 160 ล้าน.ลบ.ม โดยเขื่อนเพชรได้มีการพร่องน้ำออกโดยส่งไปยังคลองระบายน้ำและคลองส่งน้ำต่างๆ อย่างเต็มกำลัง เพื่อรองรับน้ำที่อาจจะไหลลงมาเพิ่ม ส่งผลให้มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีแล้วในบางส่วน ซึ่งทางกรมชลประทานได้ประคองระดับน้ำที่เอ่อล้นนี้ให้คงที่โดยการปิดกั้นเส้นทางที่เป็นรูระบายน้ำที่จะเข้าเมื่องไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ จะมีการระบายน้ำเพิ่มจากตัวเมืองไปยังพื้นที่อำเภอบ้านแหลม ซึ่งอาจจะมีการท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านบ้างในบางส่วนแต่ได้มีการประกาศห้ามพี่น้องประชาชนไม่ได้ทำการเกษตรไปก่อนหน้านี้แล้ว

นอกจากนี้ ยังไม่ได้การเตรียมเครื่องสูบน้ำ 38 เครื่อง และสามารถนำมาเพิ่มได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ ขอเตือนประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอดเวลา เพราะบางทีที่อยู่อาศัยอาจจะอยู่ในพื้นที่อุทกภัยได้










แก่งกระจานน้ำล้น จ่อทะลักเมืองเพชรบุรี [ โพสต์ทูเดย์ : 22 ส.ค. 61 เวลา 06.46 น. ]



โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันตก และ จ.เพชรบุรี ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่เขื่อนแก่งกระจาน เมื่อวันที่ 21 ส.ค. มีปริมาณน้ำกักเก็บในเขื่อนเพิ่มขึ้น 777 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 109% ความจุ โดยมีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่เขื่อนวันละ 25.61 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งถือว่ามีปริมาณมากที่สุดในรอบ 10 ปี ทำให้กรมชลประทานที่ 14 และโครงการชลประทานเพชรบุรีต้องเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนจาก 247 ลบ.ม./วินาที เป็น 286 ลบ.ม./วินาที แต่การระบายน้ำครั้งนี้ยังคงเน้นระดับการระบายน้ำให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและเศรษฐกิจน้อยที่สุด

ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนกระแก่งกระจานเกินระดับกักเก็บคิดเป็น 109% หรือปริมาณน้ำสูงกว่าสปิลเวย์ 1.44 เมตร และมีแนวโน้ม เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้องเปิดทุกบานประตูเพื่อเร่งระบายน้ำเต็มพิกัดวันละ 24.36 ล้าน ลบ.ม หรือ 286 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้พื้นที่ริมสองฝั่งลำน้ำในบริเวณ อ.แก่งกระจาน ท่ายาง บ้านลาด เมือง และ อ.บ้านแหลม น้ำล้นตลิ่งเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชน แต่ขอยืนยันว่าจะได้รับผลกระทบระยะสั้น 5-7 วันเท่านั้น เนื่องจากได้เตรียมแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว ด้วยการผลักดันน้ำลงสู่ทะเลอ่าวไทย อย่างไรก็ไม่ประมาทได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

สันต์ จรเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า คาดว่าในช่วงเที่ยงของวันที่ 22 ส.ค. มวลน้ำที่ปล่อยออกมาจากเขื่อนแก่งกระจานที่ 286 ลบ.ม./วินาที จะเริ่มเข้าถึงตัวเมืองเพชรบุรี แต่กระทบไม่มาก เพราะผลจากการผลักน้ำเข้าระบบเมื่อวันที่ 20 ส.ค. จากลงคลองเดิม 4 สาย เพิ่มเป็นคลองขุดใหม่อีก 1 สาย คือ คลอง D9 ที่อัดน้ำเต็มที่ถึง 118 ลบ.ม./วินาที แม้ว่าส่งผลกระทบให้กับคันดินที่เป็นจุดอ่อนที่ขุดขึ้นใหม่จากคลองสาย 3 ไป D9 มีการพังทลายลง ทำให้มีน้ำบางส่วนทะลักเข้าบริเวณสาย 3 บางส่วนเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรซึ่งเสียหายไม่มากนัก

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาเบื้องต้น เจ้าหน้าที่จึงลดการระบายน้ำลงอยู่ที่ประมาณ 4-5 ชั่วโมง จะส่งผลทำให้น้ำไหลผ่านเขื่อนเพชรมากขึ้น แต่จะส่งผลกระทบในพื้นที่ตัวเมืองเพชรบุรีอีก 10 ชั่วโมงข้างหน้านี้ ซึ่งคาดว่าน้ำจะล้นตลิ่งเข้าท่วม 5 อำเภอลุ่มแม่น้ำเพชรบุรีดังกล่าว แต่ไม่น่าจะรุนแรงมากนัก โดยพื้นที่ที่มีน้ำปริ่มๆ อยู่ก็จะมีน้ำบริเวณที่ล้นตลิ่ง ส่วนมวลน้ำที่จะไหลเข้าไปท่วมในตัวเมืองเพชรจะอยู่ที่ประมาณ 10-20% คาดว่าไม่เกิน 5-7 วัน จะเริ่มทยอยลดลง

ด้าน ณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รอง ผวจ.เพชรบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดต้องปรับโหมดเข้าสู่การรับแผนเผชิญเหตุเพื่อเตรียมความพร้อมทุกอย่าง โดยมีการวางแผนร่วมกันกับทุกภาคส่วน ดำเนินการตามแผนที่วางไว้ในเรื่องของการป้องกันริมตลิ่งต่างๆ ทำแนวป้องกันน้ำ บริเวณพื้นที่ต่ำ ส่วนความพร้อมใน เรื่องของการยกสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง ดูแล ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุในเรื่องของการเคลื่อนย้ายไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย สำหรับพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบน้ำท่วมมี 4 ตำบล คือ ต.คลองกระแชง บ้านหม้อ ต้นมะม่วง บ้านกุ่ม และชุมชนนามอญ ซึ่งทางจังหวัดวางแผนผลักดันน้ำให้ออกตามคลองส่งน้ำต่างๆ เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว

ขณะที่สำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต กล่าวว่า การระบายน้ำออกจากเขื่อนแก่งกระจาน 286 ล้าน ลบ.ม./วินาที จะทำให้พื้นที่ริมสองฝั่งลำน้ำเพชรบุรีน้ำล้นตลิ่งเอ่อท่วม 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.บ้านแหลม และ อ.เมืองเพชรบุรี แต่ไม่รุ่นแรงมากนัก คาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์น่าจะคลี่คลาย เพราะกองทัพเรือนำเรือกว่า 20 ลำ ผลักดันน้ำลงอ่าวไทย

"ตลอดระยะเวลา 1 เดือน ชลประทานพยายามบริหารจัดการน้ำเพื่อที่จะให้ลดผลกระทบกับประชาชนให้มากที่สุด แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางหน่วยงานทำงาน เต็มที่ ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ช่วยกันระดมกำลังระบายน้ำออกสู่ทะเลให้มากขึ้น ทุกคลองที่เชื่อมต่อกับคลองส่งน้ำไปสู่คลองระบายน้ำลงทะเล ซึ่งก็ทำทั้งหมดแล้ว" สำเริง กล่าว

ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงต่อเนื่องหลังจากเขื่อนใหญ่ของจีนและเขื่อนไซยะบุรีของ สปป.ลาว เร่งระบายน้ำเต็มพิกัด เพราะฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุเบบินคา ทำให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่เขื่อนจำนวนมหาศาลต่อวัน ทั้งเขื่อนใหญ่ของจีนและเขื่อนไซยะบุรีระบายน้ำลงแม่น้ำโขงพร้อมกัน ส่งผลกระทบต่อจังหวัดติดริมแม่น้ำโขงแล้ว เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงไม่หยุดจนท่วมตลิ่งและบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.ปากชม จ.เลย รวมทั้ง จ.นครพนม หนองคาย และบึงกาฬ ส่วนพื้นที่การเกษตร เสียหายหลายหมื่นไร่

บรรยายภาพ ระดับนำในแม่นำเพชรบุรีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังเขื่อนแก่งกระจานเร่งระบายนำล้นตลิ่งท่วมหลายตำบล ในอ.บ้านลาด และ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี





เพชรบุรีส่อวิกฤติ! น้ำทะลักเข้าท่วมตัวเมืองแล้ว [ ไทยโพสต์ : 22 ส.ค. 61 เวลา 11.54 น. ]


22 ส.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ทั้งในตัวตลาดเมืองเพชร ถนนหน้าห้างสหไทย ถนนพงษ์สุริยา ถนน 18 เมตร และถนนคนเดิน ข้างจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี น้ำเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นผิวจราจรแล้ว โดยน้ำดันขึ้นทางฝาท่อระบายน้ำและน้ำที่ล้นตลิ่ง แต่ละจุดน้ำมีความสูงประมาณ 10-13 เซนติเมตร และเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ส่วนมวลน้ำก้อนใหญ่ที่จะมาถึงพื้นที่เมืองเพชรในช่วงเที่ยงของวันนี้คาดว่าจะทำให้มีปริมาณน้ำท่วมสูงเพิ่มมากขึ้นในตัวเมืองเพชร โดยชาวบ้านได้เร่งเก็บข้าวของขึ้นที่สูง และมีการนำถุงทรายก่อกั้นเป็นกำแพง บางบ้านก่อกำแพงขึ้นมาเพื่อป้องกันน้ำเข้าตัวบ้านซึ่งมีการเตรียมความพร้อมไว้แล้วตั้งแต่มีการเตือนว่าน้ำจะเข้าท่วมตั้งแต่ระลอกแรก โดยมีบางบ้านที่ทุบกำแพงที่กั้นทิ้งเพราะคิดว่าน้ำไม่ท่วมเมืองเพชรแล้ว

นางเยาวลักษณ์ บุญโพธิ์ ชาวบ้านตำบลบ้านกุ่ม อ.เมือง จ.เพชรบุรี เล่าว่า น้ำเริ่มเข้าเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาและได้เริ่มเก็บข้าวของไว้ที่สูงเพื่อป้องกันน้ำท่วมเสียหาย โดยมีการป้องกันด้วยการนำกระสอบทรายมากั้นที่หน้าบ้าน แต่ไม่สามารถต้านทานน้ำได้ เนื่องจากมีน้ำซึมมาจากใต้ดินแล้วเข้าท่วมจึงต้องปล่อยเลยตามเลย

ด้านนางอารดา สุขลาภ ที่ได้เช่าห้องพักอยู่ ใน ตำบลบ้านกุ่ม กับลูกชาย 2 คน ได้เก็บข้าวของที่จำเป็นเพื่อหาห้องเช่าใหม่ชั่วคราว เนื่องจากน้ำได้เข้าท่วมถึงในตัวห้องพักซึ่งตนมีลูกเล็ก ๆ กลัวจะเกิดอันตรายจึงย้ายไปหาที่พักชั่วคราวเพื่อให้ปลอดภัยไว้ก่อน

สำหรับเขื่อนแก่งกระจาน วันนี้ มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 773.490 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 108.94 % มีน้ำไหลลง 19.408 ล้านลูกบาศก์เมตร เปิดระบายน้ำ 263.30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ 22.7491 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำในอ่างฯ ลดลง – สถานการณ์เฝ้าระวัง ขณะที่เขื่อนเพชร เปิดระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรี อยู่ที่ 175.094 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ15.1281 ล้านลูกบาศก์เมตร เปิดน้ำเข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่ 4 สายรวม 115.09  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมทั้งสิ้น 290.18 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที







สถานการณ์น้ำ ในลุ่มน้ำเพชรบุรี วันที่ 26 สิงหาคม 2561 [ mthai.com : 26 ส.ค. 61 ]

ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา เผยถึงสถานการณ์น้ำ ในลุ่มน้ำเพชรบุรี วันที่ 26 สิงหาคม 2561 

นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำ ในลุ่มน้ำเพชรบุรี วันที่ 26สิงหาคม 2561 เวลา 07.00 น. ว่า

-เขื่อนแก่งกระจาน ปริมาณน้ำ 754.5 ล้าน.ลบ.ม คิดเป็น 106.3 % น้ำยังคงล้นทางระบายน้ำล้นสูง 0.99 ม ปริมาณน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อน 154 ลบ.ม/วินาที

– ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีตั้งแต่ท้ายเขื่อนแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จนถึงเขื่อนเพชร อ.ท่ายาง ต่ำกว่าตลิ่งแล้วเฉลี่ย 0.90 -1.80 ม.

-ที่เขื่อนเพชร อ.ท่ายาง ผันน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งซ้าย-ขวา รวม 74 ลบ.ม/วินาที ระบายผ่านท้ายเขื่อน 116 ลบ.ม/วินาที

-ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี ลดลงต่ำกว่าตลิ่ง 0.02 ม. ไม่มีน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลเมืองแต่อย่างใด สถานการณ์ปกติ

-ที่อำเภอบ้านแหลม ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำและอิทธิพลน้ำทะเลหนุน บริเวณ ต. บางครก และ ต.บ้านกุ่ม ระดับน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเพชรบุรีและคลองท่าแร้ง เฉลี่ย 0.10-0.50 ม.

ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน






เร่งระบายน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำเพชรบุรี [ ไอเอ็นเอ็นนิวส์ : 29 ส.ค. 61 เวลา 07.54 น. ]

กรมชลฯ เร่งระบายน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำอำเภอเมืองและอำเภอบ้านแหลม พร้อมระดมเครื่องสูบ-เรือผลักดันน้ำออกจากพื้นที่

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (28 ส.ค. 61) ระดับน้ำในเขื่อนแก่งกระจานลดลงอย่างต่อเนื่อง มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 754 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 106 ของความจุอ่างฯ แนวโน้มระดับน้ำลดลง ทำการหน่วงน้ำหน้าเขื่อนเพชรและตัดเข้าระบบชลประทานฝั่งซ้าย-ฝั่งขวา รวม 62 ลบ.ม./วินาที และผันเข้าคลองระบาย D.9 ในอัตรา 26 ลบ.ม./วินาที ทำให้มีปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเพชร ลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีในอัตราประมาณ 112.52 ลบ.ม./วินาที

จังหวัดเพชรบุรี ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีสถานการณ์น้ำท่วมได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2561 แล้ว คงเหลือพื้นที่ช่วงปลายของแม่น้ำเพชรบุรี ก่อนออกสู่ทะเลมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีสูงขึ้น ในพื้นที่ 6 ตำบล ใน 2 อำเภอ ได้แก่ ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอเมืองเพชรบุรี และตำบลบ้านแหลม บางครก ท่าแร้ง ท่าแร้งออก บางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม ประกอบกับในช่วงเวลาที่มีน้ำทะเลหนุนสูง จะมีน้ำล้นผ่านชุมชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ และไหลเข้าไปยังพื้นที่การเกษตร ขณะนี้ กรมชลประทานได้ระดมเครื่องสูบน้ำจำนวน 6 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำจำนวน 28 เครื่อง และเรือผลักดันน้ำของกองทัพเรือและหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาอีก 26 ลำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ให้ประชาชนและเกษตรกรได้รับความเดือนร้อนให้น้อยที่สุด