สรุปสถานการณ์ภัยแล้งช่วงปี 2547-2548

รายงานสภาพน้ำในเขื่อน

ข้อมูลจากเขื่อนสำคัญของประเทศพบว่า ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2547 (เดือนตุลาคมเป็นต้นมา) ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของแต่ละเขื่อนลดต่ำลงอันเป็นผลมาจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศยังคงมีปริมาณฝนน้อย

  • ภาคเหนือ
  •  

    ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพล

    ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสิริกิติ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  •  

    ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนจุฬากรณ์

    ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนอุบลรัตน์
  • ภาคใต้
  •  

    ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนรัชชประภา

    ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนแก่งกระจาน
  • ภาคกลาง
  •  

    ปริมาณน้ำไหลเข้า เขื่อนเขาแหลม

    ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนศรีนครินทร์
       

    ปริมาณฝนจากสถานีตรวจวัดอากาศกรมอุตุนิยมวิทยา





    การติดตามปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่โดยใช้สถิติการกระจายของน้ำฝนเพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม ประยุกต์ใช้ภาพตรวจอากาศด้วยเรดาร์ และค่าปริมาณน้ำฝนที่ตก ซึ่งตรวจวัดโดยสถานีตรวจอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจะยังคงมีปริมาณฝนน้อยและต่ำกว่าค่าปกติต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคม 2547 โดยเฉพาะพื้นที่ในภาคต่าง ๆ ดังนี้ ภาคเหนือ บริเวณ จ. ลำปาง ตาก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณ จ. เลย ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ุ ชัยภูมิ นครราชสีมา อุบลราชธานี ภาคกลาง บริเวณ จ. นครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี ลพบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี กาญจนบุรี และ กรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก บริเวณ จ.ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี และตราด ในช่วงฤดูร้อน มีฝนตกลงมาบ้างแต่มีปริมาณน้อย และตกไม่ต่อเนื่อง ทำให้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยมีปริมาณฝนไม่เพียงพอต่อ การอุปโภค บริโภค และการเกษตรกรรม

    ข้อมูลเพิ่มเติม


    รายงานพื้นที่ประสบภัย

    สรุปสถานการณ์ความแห้งแล้ง
    กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย

    --------------------------------------------------------------------------------
    จำนวนราษฎรที่ประสบภัยแล้ง (คน)
    วันที่รายงาน/ภาค
    เหนือ
    ตะวันออกเฉียงเหนือ
    กลาง
    ตะวันออก
    ใต้
    10-มี.ค.-48       2,435,421              5,409,806       496,404       432,646          822,606
    21-มี.ค.-48       2,534,306              5,649,061       759,180       579,217       1,537,138
    28-มี.ค.-48       1,575,960              4,525,772       676,911       394,455       1,057,805
    11-เม.ย.-48       1,436,153              4,544,074       570,161       378,816          860,462
    18-เม.ย.-48       1,158,671              4,156,680       503,189       214,001          775,829
    25-เม.ย.-48       1,158,671              4,093,480       481,658       200,106          747,354

    จำนวนหมู่บ้านที่ประสบภัยแล้ง
    ภาค
    จำนวนหมู่บ้านทั้งหมด
    จำนวนหมู่บ้านที่ประสบภัย
    10 มี.ค.48 21 มี.ค.48 28 มี.ค.48 11 เม.ย.48 18 เม.ย.48 25 เม.ย.48
    เหนือ                      16,306            7,518                   8,132              5,034          4,465          3,224            3,123
    ตะวันออกเฉียงเหนือ                      32,576          25,718                  25,745            20,262         19,927        17,718          17,707
    ตะวันออก                        4,816            3,040                   3,097              1,960          1,905          1,153            1,022
    กลาง                      11,377            2,868                   3,843              2,291          2,359          1,574            1,492
    ใต้                        8,588            2,524                   3,702              3,086          2,743          2,061            2,058
    รวม                      73,663          41,668                  44,519            32,633         31,399        25,730          25,402

    พื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้ง (ภาพรวมทั้งประเทศ)
     
    ประเภทพืช
    พื้นที่การเกษตรที่ได้
    รับความเสียหายแล้ว
    (ก.ย. - ธ.ค. 47)(ไร่) 
    พื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะประสบความเสียหาย (ไร่)
    21 มี.ค.48
    28 มี.ค.48
    11 เม.ย.48
    18 เม.ย.48
    25 เม.ย.48
    นาข้าว
    10,098,546
    6,029,059
    751,717
    356,485
    354,835
    307,469
    พืชไร่
    3,017,045
    3,445,430
    681,877
    402,283
    367,212
    319,904
    พืชสวน
    511,423
    2,281,829
    952,748
    759,818
    645,390
    628,547
    รวม
    13,627,014
    11,756,318
    2,386,342
    1,518,586
    1,367,437
    1,255,920
    มูลค่าความเสียหาย
    7,544,841,439
    5,909,796,250
    969,864,578
    639,060,007
    629,608,643
    613,356,571


    ภัยแล้ง : ปัจจัยพึงระวังปี'48
    บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

    (มองเศรษฐกิจ) ประจำวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2548
    --------------------------------------------------------------------------------

    ปัญหาภัยแล้งในปี 2548 มีแนวโน้มว่าจะรุนแรงกว่าในปี 2547 เนื่องจากภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2547 ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนสำคัญมีน้อยกว่าในปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรสำคัญที่ออกสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงปลายปี 2547 ลดลง ซึ่งถ้าในช่วงกลางปี 2548 ที่เป็นช่วงฤดูแล้งเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงเป็นระยะเวลานานหรือเกิดภาวะภัยแล้งก็จะทำให้ปริมาณน้ำมีไม่เพียงพอสำหรับการเกษตร ซึ่งก็จะส่งผลให้ผลผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปี 2547

    จากรายงานเบื้องต้นภัยแล้งของกรมส่งเสริมการเกษตรระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2547-24 มกราคม 2548 รายงานความเสียหายจากภัยฝนทิ้งช่วงต่อเนื่องภัยแล้งว่าพื้นที่การเกษตรประสบภัย 51 จังหวัด เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 1,541,712 ราย พื้นที่การเกษตรประสบภัยจำนวน 26.77 ล้านไร่ คาดว่าจะเสียหาย 18.17 ล้านไร่ โดยเสียหายสิ้นเชิงแล้ว 11.82 ล้านไร่ จังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากลำดับแรก ได้แก่นครราชสีมา 2.40 ล้านไร่ บุรีรัมย์ 0.70 ล้านไร่ และอุบลราชธานี 0.70 ล้านไร่ โดยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกข้าว

    นอกจากภัยแล้งในช่วงปลายปี 2547 จะส่งผลต่อปริมาณการผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญหลายประเภทแล้ว ช่วงฤดูแล้งกลางปี 2548 มีการคาดการณ์ว่าภาคเกษตรของไทยจะเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา อันเป็นผลมาจากปริมาณน้ำต้นทุนในแต่ละเขื่อนสำคัญน้อยกว่าทุกปี ซึ่งเท่ากับว่าปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรในปี 2548 ก็จะมีแนวโน้มลดลง

    ข้อมูลเพิ่มเติม


    ผลการปฏิบัติการกู้ภัยแล้งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
    ประจำวันที่ 4 พฤษภาคม 2548
    --------------------------------------------------------------------------------

    ฝนที่ตกในพื้นที่ลุ่มรับน้ำต่างๆ ทั้ง 25 ลุ่มน้ำ ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม – 4 พฤษภาคม 2548 รวม 927.73 ล้าน ลบ.ม.โดยวันที่ 4 พฤษภาคม 2548 ปริมาตรน้ำใช้การได้รวม 12,756 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 29 ของความจุที่ใช้การได้ (30 อ่าง) และมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง รวม 8.61 ล้านลบ.ม. ซึ่งอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาตรน้ำไหลลงอ่างมากที่สุด ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี มีปริมาตรน้ำไหลเข้าอ่าง 1.95 ล้าน ลบ.ม.

    อ่างเก็บน้ำเขื่อนที่อยู่ในภาวะวิกฤต จำนวน 5 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนจุฬาภรณ์ ลำตะคอง ลำพระเพลิง ทับเสลา และกระเสียว อยู่ในเกณฑ์ร้อยละ 5,6,8,8 และ 0 ของความจุใช้การได้ของอ่างเก็บน้ำตามลำดับ

    อ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวัง จำนวน 12 อ่าง ได้แก่ ภูมิพล แม่กวง ลำปาว อุบลรัตน์ ลำนางรอง มูลบน ลำแซะ วชิราลงกรณ์ บางพระ หนองปลาไหล คลองสียัด และปราณบุรี อยู่ในเกณฑ์ร้อยละ 14 - 29

    อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาตรน้ำเพียงพอ จำนวน 12 อ่าง ได้แก่ สิริกิติ์ แม่งัด กิ่วลม น้ำอูน สิรินธร ห้วยหลวง น้ำพุง ป่าสักฯ ศรีนครินทร์ แก่งกระจาน รัชชประภา และบางลาง อยู่ในเกณฑ์ร้อยละ 30 ขึ้นไป

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    แล้งวิกฤติ66จว.อีสาน-อ่วม100%เกษตรพัง7พันล.
    หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับประจำวันที่ 30 มีนาคม 2548
    --------------------------------------------------------------------------------

    สถานการณ์ภัยแล้ง ที่ปีนี้ทวีความรุนแรงมากยิ่งกว่าทุกปีที่ผ่านมา และครอบคลุมพื้นที่ในทุกภาคของไทย ขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว 66 จังหวัด แยกเป็นภาคเหนือ 17 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 จังหวัด ภาคกลาง 12 จังหวัด ภาคตะวันออก 8 จังหวัด ภาคใต้ 10 จังหวัด พื้นที่การเกษตรเสียหาย 13,704,675 ไร่ มูลค่าความเสียหาย 7,410,787,165 บาท ได้จัดสรรน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรไปแล้ว 5,316,000 ไร่ แจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภค 856,760,450 ลิตร เร่งรัดให้จังหวัดที่ประสบภัยใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อป้องกันและช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งไปแล้ว 971,790,681 บาท

    ในการนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ กำหนดมาตรการเร่งด่วน ให้เกษตรกรที่ต้องใช้น้ำจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง งดการปลูกข้าวนาปรังครั้งที่ 2 โดยเด็ดขาด ส่วนเกษตรกรที่ต้องใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในขั้นวิกฤติ 6 อ่าง ได้แก่ เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนกระเสียว เขื่อนทับเสลา เขื่อนแก่งกระจานและเขื่อนปราณบุรี ให้งดปลูกพืชฤดูแล้ง

    ทั้งนี้ในเบื้องต้น สำนักฝนหลวงและการบินเกษตรได้เพิ่มศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศจาก 9 แห่งเป็น 15 แห่ง ขอสนับสนุนเครื่องบินจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเพิ่มอีก 8 ลำ ยังขาดอีก 17 ลำ จึงต้องเชิญเหล่าทัพมาหารือเพื่อยืมเครื่องบินมาใช้ ขณะนี้ได้กำชับให้ฐานปฏิบัติการทุกฐาน เตรียมพร้อมและประสานกับกรมอุตุฯ ตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าพบว่าพื้นที่ใดมีความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า 60% ให้ออกปฏิบัติการทันที โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งขณะนี้ได้รับอิทธิพลจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีน

    การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) แถลงถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนของ กฟผ.ว่า ส่วนใหญ่ปริมาณน้ำอยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำมาก คือภาคเหนือ เขื่อนภูมิพล มีน้ำ 32.9% เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำ 57.8% รวมปริมาณน้ำใช้งาน 7,119 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งฤดูแล้งปีนี้ กฟผ.ต้องส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานอีก 3,225 ล้าน ลบ.ม. เพียงพอต่อการปลูกพืชฤดูแล้งในพื้นที่โครงการใหญ่ เช่น โครงการพิษณุโลก ส่วนภาคอีสานปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำถึงต่ำมาก โดยน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ มี 609 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนสิรินธร มีปริมาณน้ำคงเหลือ 483 ล้าน ลบ.ม. จึงขอให้เกษตรกรใช้น้ำอย่างประหยัด สำหรับการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำในช่วงฤดูร้อนปีนี้ จะลดลงประมาณ 200 ล้านหน่วย แต่ กฟผ.ได้วางแผนเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนแม่เมาะ และโรงไฟฟ้าบางปะกง เป็นการทดแทน ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้เพียงพอในช่วงหน้าร้อนอย่างแน่นอน

    ที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ น้ำในเขื่อนลำปาวปีนี้มีปริมาณต่ำสุดในรอบ 6 ปี เหลือน้ำอยู่เพียง 35% หรือประมาณ 500 ล้าน ลบ.ม. แต่ยังปล่อยน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่บริการจนถึงวันที่ 20 เม.ย. 2548 หลังจากนั้นจะปิดการส่งน้ำ้


    ข้อมูลอ้างอิง

  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย http://www.disaster.go.th/drought/drought.htm
  • บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด http://www.kasikornresearch.com/
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ http://www.moac.go.th/builder/moac/#
  • กรมทรัพยากรน้ำบาดาล http://www.dgr.go.th/