บันทึกเหตุการณ์น้ำท่วมจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน "ปาบึก" (PABUK)


               พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ก่อตัวขึ้นจากหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2561 และมีทิศทางการเคลื่อนตัวมาทางทิศตะวันตกมุ่งเข้าสู่อ่าวไทยตอนล่าง โดยอิทธิพลของพายุเริ่มส่งผลทำให้เกิดฝนตกเพิ่มขึ้นบริเวณภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2562 และได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ในขณะที่ความแรงของพายุอยู่ในระดับพายุโซนร้อน ในช่วงเที่ยงของวันที่ 4 มกราคม 2562 และต่อมาได้เคลื่อนตัวเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดพังงาพร้อมกับลดกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันในช่วงเช้าของวันที่ 5 มกราคม 2562 ก่อนที่จะเคลื่อนตัวลงทะเลอันดามันไปในวันเดียวกัน
               เมื่อเปรียบเทียบเส้นทางและความรุนแรงของพายุโซนร้อน "ปาบึก" (PABUK) กับพายุลูกอื่นที่เคยสร้างความเสียหายให้กับภาคใต้ของไทยอดีต ไม่ว่าจะเป็นพายุโซนร้อน "แฮเรียต" (HARRIET) ในปี 2505 พายุไต้ฝุ่น "เกย์" (GAY) ปี 2532 พายุไต้ฝุ่น "ลินดา" (LINDA) ปี 2540 และพายุไต้ฝุ่น "ทุเรียน" (DURIAN) ปี 2549 พบว่าพายุโซนร้อนแฮเรียตและพายุโซนร้อนปาบึก เคลื่อนขึ้นฝั่งที่บริเวณ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เหมือนกัน ด้วยความแรงที่อยู่ในเกณฑ์พายุโซนร้อนเหมือนกัน แต่พายุโซนร้อนปาบึกมีความเร็วลมมากกว่า ส่วนพายุลินดาเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ด้วยความเร็วลมในระดับพายุโซนร้อน เช่นเดียวกันกับพายุแฮเรียตและพายุปาบึก ส่วนพายุไต้ฝุ่นทุเรียน ถึงแม้จะเป็นพายุที่มีความเร็วลมอยู่ในเกณฑ์พายุไต้ฝุ่น แต่ก่อนที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ภาคใต้ของไทย พายุได้ลดกำลังลงมาอยู่ในเกณฑ์พายุดีเปรสชันเท่านั้น มีเพียงพายุไต้ฝุ่นเกย์เพียงลูกเดียวในประวัติศาสตร์ ที่เคลื่อนตัวเข้ามาในประเทศไทยด้วยความแรงในระดับพายุไต้ฝุ่น
          อิทธิพลจากพายุโซนร้อน "ปาบึก" เริ่มส่งผลทำให้ภาคใต้ตอนล่าง บริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส มีฝนเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2562 โดยแนวฝนมีการเคลื่อนตัวจากภาคใต้ตอนล่างขึ้นสู่ตอนบนของภาคตามการเคลื่อนตัวของพายุ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 3-4 มกราคม 2562 ที่มีฝนตกหนักถึงหนักมากกระจายตัวเป็นบริเวณกว้างในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พังงา และจังหวัดใกล้เคียง ต่อมาในวันที่ 5 มกราคม 2562 ปริมาณฝนโดยรวมลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากทางตอนบนของภาคโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดชุมพรและประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้กลุ่มฝนได้สลายตัวไปในวันที่ 6 มกราคม 2562 สำหรับจังหวัดที่มีฝนตกหนักมาก ปริมาณฝนเกิน 90 มิลลิเมตรต่อวัน ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร ตรัง กระบี่ พังงา ประจวบคีรีขันธ์ และระนอง
          หากเปรียบเทียบปริมาณฝนที่เกิดจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน "ปาบึก" กับช่วงที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในอดีต ปี 2553 2554 2559 2560 พบว่าอิทธิพลจากพายุปาบึกทำให้เกิดฝนในพื้นที่ภาคใต้เป็นระยะเวลาค่อนข้างสั้นรวมทั้งปริมาณฝนโดยรวมน้อยกว่าเหตุการณ์อื่น
          และถึงแม้อิทธิพลจากพายุโซนร้อน "ปาบึก" จะทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของภาคใต้ แต่กลับไม่ทำให้น้ำไหลลงเขื่อนขนาดใหญ่ในพื้นที่มีเพิ่มขึ้นมากนัก โดยเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี มีน้ำไหลลงสูงสุดต่อวันเพียง 6.97 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 5 มกราคม 2562 ส่วนเขื่อนบางลาง จ.ยะลา มีปริมาณน้ำไหลลงเพียง 9.50 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 3 มกราคม 2562
          นอกจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน "ปาบึก" จะส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้แล้ว ยังส่งผลให้ความสูงของคลื่นบริเวณอ่าวไทยเพิ่มสูงขึ้น โดยคลื่นบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่างเริ่มเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1-2 เมตร ในวันที่ 2 มกราคม 2562 ต่อมาในวันที่ 3 มกราคม 2562 ชายฝั่งภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดพัทลุงลงไปมีความสูงคลื่นเพิ่มขึ้นเป็น 3-5 เมตร เนื่องจากพายุได้เคลื่อนเข้ามาใกล้บริเวณดังกล่าว และเนื่องจากพายุมีทิศทางการเคลื่อนตัวขึ้นไปทางทิศเหนือ ส่งผลทำให้บริเวณชายฝั่งที่พายุเคลื่อนเข้าไปใกล้มีความสูงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะชายฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ที่มีคลื่นสูงเพิ่มขึ้นเป็น 3-5 เมตร ในวันที่ 4 มกราคม 2562 เนื่องจากพายุได้เคลื่อนขึ้นฝั่งในบริเวณดังกล่าว แต่บริเวณชายฝั่งตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ความสูงของคลื่นลดลงเหลือประมาณ 2-3 เมตร ต่อมาในวันที่ 5 มกราคม 2562 ที่ถึงแม้พายุจะเคลื่อนตัวลงทะเลอันดามันไปแล้ว แต่อิทธิพลของพายุยังคงส่งผลทำให้มีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณชายฝั่งจังหวัดชุมพรและประจวบคีรีขันธ์ โดยความสูงคลื่นเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติในวันที่ 6 มกราคม 2562
                    กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัย ประจำวันที่ 7 มกราคม 2562 กรณีพายุโซนร้อน “ปาบึก” ที่ส่งผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-7 มกราคม 2562 ซึ่งนอกเหนือจากพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบถึง 14 จังหวัด และภาคกลางตอนล่าง 2 จังหวัด คือ จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ แล้ว อิทธิพลจากพายุดังกล่าวยังส่งผลกระทบไปถึงภาคตะวันออกและภาคกลางตอนล่างที่ติดชายฝั่งทะเล โดยมีสถานการณ์วาตภัย คลื่นลมแรง คลื่นสูงกว่าปกติและน้ำทะเลหนุนสูงเข้าสู่ชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดระยอง จันทบุรี ชลบุรี ตราด สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ รวมพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 23 จังหวัด 97 อำเภอ 454 ตำบล 2,887 หมู่บ้าน 133 ชุมชน ราษฎรได้รับผลกระทบ 222,737 ครัวเรือน 720,885 คน เสียชีวิต 4 ราย ประกอบด้วย จ.นครศรีธรรมราช 2 ราย จ.ปัตตานี 2 ราย มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จุดอพยพ 123 จุด 31,665 คน ยังคงเหลือจุดอพยพ รวม 6 จุด 970 คน ที่ จ.นครศรีธรรมราช นอกจากนี้ยังมีความเสียหายด้านสิ่งสาธารณูปโภค ประกอบด้วย บ้านเรือนเสียหายทั้งหมด 5 หลัง เสียหายบางส่วน 5,254 หลัง โดย ณ วันที่รายงาน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 20 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี นราธิวาส สงขลา พัทลุง ระนอง กระบี่ ยะลา สตูล ภูเก็ต พังงา ตรัง เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ และยังคงมีสถานการณ์ 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร รวม 41 อำเภอ 251 ตำบล 1,924 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 193,598 ครัวเรือน 577,617 คน ดังนี้







เส้นทางพายุ



พายุ “ปาบึก” ก่อตัวขึ้นจากหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2561  แล้วทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันในวันเดียวกัน  หลังจากนั้นได้เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ แล้วทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนในวันที่ 1 มกราคม 2562 พร้อมกับเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกอย่างต่อเนื่อง จนถึงช่วงเช้าของวันที่ 3 มกราคม 2562 พายุดังกล่าวได้เริ่มเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือมุ่งหน้าเข้าสู่บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ในขณะที่ความแรงของพายุยังคงอยู่ในระดับพายุโซนร้อน ต่อมาในช่วงเที่ยงของวันที่ 4 มกราคม 2562 พายุดังกล่าวได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ในขณะที่ความแรงของพายุดังคงอยู่ในระดับพายุโซนร้อน และต่อมาได้เคลื่อนตัวปกคลุมบริเวณจังหวัดพังงาพร้อมกับลดกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันในช่วงเช้าของวันที่ 5 มกราคม 2562 แล้วเคลื่อนตัวลงทะเลอันดามันไปในวันเดียวกัน ก่อนสลายตัวไปในช่วงค่ำของวันที่ 5 มกราคม 2562



ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/2019_Pacific_typhoon_season

ชื่อภาษาไทย :
ปาบึก
ชื่อภาษาอังกฤษ :
PABUK
รายละเอียด :
ปาบึก (PABUK) ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ในแม่น้ำโขง ชื่อจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
วันที่
ระดับความรุนแรง
ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง (นอต)
ละติจูด
ลองจิจูด
31/12/2018 0:00
หย่อมความกดอากาศต่ำ
0
7
113
31/12/2018 6:00
ดีเปรสชัน
30
7.5
112.5
31/1/2019 12:00
ดีเปรสชัน
30
7
111
31/1/2019 18:00
ดีเปรสชัน
30
7
111.5
1/1/2019 0:00
ดีเปรสชัน
30
6.3
110
1/1/2019 6:00
พายุโซนร้อน
35
6.3
109.9
1/1/2019 12:00
พายุโซนร้อน
35
6
109.6
1/1/2019 18:00
พายุโซนร้อน
35
6.1
109
2/1/2019 0:00
พายุโซนร้อน
35
5.9
108.6
2/1/2019 6:00
พายุโซนร้อน
35
6.1
108
2/1/2019 12:00
พายุโซนร้อน
35
6.3
107
2/1/2019 18:00
พายุโซนร้อน
35
6.2
105.8
3/1/2019 0:00
พายุโซนร้อน
35
6.1
104.9
3/1/2019 6:00
พายุโซนร้อน
35
6.3
104.4
3/1/2019 12:00
พายุโซนร้อน
40
6.5
104
3/1/2019 18:00
พายุโซนร้อน
40
7.2
103.1
4/1/2019 0:00
พายุโซนร้อน
40
7.9
101.5
4/1/2019 3:30
พายุโซนร้อน
35
8
100.9
4/1/2019 5:45
พายุโซนร้อน
35
8.2
100.2
4/1/2019 10:00
พายุโซนร้อน
35
8.4
99.7
4/1/2019 15:00
พายุโซนร้อน
35
8.5
99.5
4/1/2019 18:00
พายุโซนร้อน
35
8.4
98.9
4/1/2019 21:00
พายุโซนร้อน
35
8.5
98.7
5/1/2019 0:00
ดีเปรสชัน
30
8.5
98.6
5/1/2019 3:00
ดีเปรสชัน
30
8.7
98.2
5/1/2019 4:00
ดีเปรสชัน
30
8.7
98.1
5/1/2019 6:00
ดีเปรสชัน
30
9
98
5/1/2019 8:00
ดีเปรสชัน
30
9.2
97.8
5/1/2019 13:00
หย่อมความกดอากาศต่ำ
0
9.2
96.5
ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th





แผนภาพแสดงเส้นทางพายุที่เคลื่อนผ่านภาคใต้ของประเทศไทย



หากเปรียบเทียบเส้นทางและความรุนแรงของพายุโซนร้อน "ปาบึก" (PABUK) กับพายุลูกอื่นที่เคยสร้างความเสียหายให้กับภาคใต้ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นพายุโซนร้อน "แฮเรียต" (HARRIET) ในปี 2505 พายุไต้ฝุ่น "เกย์" (GAY) ปี 2532 พายุไต้ฝุ่น "ลินดา" (LINDA) ปี 2540 และพายุไต้ฝุ่น "ทุเรียน" (DURIAN) ปี 2549 จะพบว่าพายุโซนร้อนแฮเรียตและพายุโซนร้อนปาบึก เคลื่อนขึ้นฝั่งที่บริเวณ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เหมือนกัน ด้วยความแรงที่อยู่ในเกณฑ์พายุโซนร้อนเหมือนกัน แต่พายุโซนร้อนปาบึกมีความเร็วลมมากกว่า ส่วนพายุลินดาเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ด้วยความเร็วลมในระดับพายุโซนร้อน ส่วนพายุไต้ฝุ่นทุเรียน ถึงแม้จะเป็นพายุที่มีความเร็วลมอยู่ในเกณฑ์พายุไต้ฝุ่น แต่ก่อนที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ภาคใต้ของไทย พายุได้ลดกำลังลงมาอยู่ในเกณฑ์พายุดีเปรสชันเท่านั้น มีเพียงพายุไต้ฝุ่นเกย์เพียงลูกเดียวในประวัติศาสตร์ ที่เคลื่อนตัวเข้ามาในประเทศไทยด้วยความแรงในระดับพายุไต้ฝุ่น


ที่มา : Weather Underground https://www.wunderground.com/ , U.S. research Laboratory , www.thaiwater.net
หมายเหตุ : เลือกแสดงเฉพาะบางลูกเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบสถานการณ์






ภาพถ่ายดาวเทียม




ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม Himawari-8 แสดงให้เห็นว่าอิทธิพลจากพายุโซนร้อน "ปาบึก" (PABUK) ส่งผลทำให้มีกลุ่มเมฆปกคลุมหนาแน่นบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ในช่วงวันที่ 2-3 มกราคม 2562 และได้เคลื่อนตัวเข้าปกคลุมบริเวณภาคใต้ของไทยในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 ซึ่งกลุ่มเมฆดังกล่าวได้แผ่ตัวปกคลุมไปถึงภาคกลางและภาคตะวันออกด้ววย ต่อมาในวันที่ 5 มกราคม 2562 พายุได้สลายตัวไป ทำให้เหลือเพียงกลุ่มเมฆเบาบางปกคลุมในบางพื้นที่เท่านั้น  


2/1/2562 11GMT

3/1/2562 11GMT

4/1/2562 11GMT

5/1/2562 11GMT

6/1/2562 11GMT
ที่มา : มหาวิทยาลัยโคชิ http://weather.is.kochi-u.ac.jp/index-e.html , www.thaiwater.net






แผนที่อากาศ



จากภาพแผนที่อากาศ จะเห็นได้ว่าพายุโซนร้อน "ปาบึก" (สัญลักษณ์ ) มีทิศทางการเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเข้าสู่บริเวณอ่าวไทยตอนล่างในช่วงวันที่ 2-3 มกราคม 2562 และเข้าปกคลุมภาคใต้ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 ซึ่งพายุดังกล่าวได้ลดกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันในช่วงเช้าของวันที่ 5 มกราคม 2562 (สัญลักษณ์ ) ที่บริเวณจังหวัดพังงา หลังจากนั้นได้เคลื่อนตัวลงทะเลอันดามัน และสลายตัวเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ (สัญลักษณ์ ) ในวันเดียวกัน
                 
                 

2/1/2562 00UTC

3/1/2562 00UTC

4/1/2562 00UTC

5/1/2562 00UTC

6/1/62 00UTC
 
ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th/weather_map.php, www.thaiwater.net







แผนที่ความกดอากาศ
จากแบบจำลองสภาพอากาศ WRF-ROMS




แผนที่แสดงความกดอากาศที่ระดับความสูง 1.5 กิโลเมตรจากระดับน้ำทะเล แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนตัวของพายุโซนร้อน "ปาบึก" ซึ่งในวันที่ 2 มกราคม 2562 พายุดังกล่าวได้เคลื่อนตัวอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง (พื้นที่วงกลมสีเหลือง) ค่าความกดอากาศอยู่ที่ประมาณ 844-846 hPa ซึ่งหลังจากนั้นพายุดังกล่าวได้เคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณอ่าวไทย และเข้าปกคลุมบริเวณภาคใต้ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 (วงกลมสีเขียว) โดยค่าความกดอากาศอยู่ที่ประมาณ 846-850 hPa


2/1/2562

3/1/2562

4/1/2562

5/1/2562

6/1/2562

ที่มา : คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ www.thaiwater.net








แผนที่ความเร็วลม
จากแบบจำลองสภาพอากาศ WRF-ROMS



ภาพแผนที่แสดงความเร็วลมที่ระดับความสูง 1.5 กิโลเมตร จากระดับน้ำทะเล แสดงให้เห็นว่าอิทธิพลของพายุโซนร้อน "ปาบึก" ทำให้เกิดลมพัดแรงเป็นบริเวณกว้างในช่วงวันที่ 2-3 มกราคม 2562 โดยความเร็วลมสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่อมาในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 พื้นที่ที่เกิดลมพัดแรงลดน้อยลง รวมทั้งความเร็วลมได้ลดลงเหลือประมาณ 70-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากเป็นช่วงที่พายุได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งซึ่งส่งผลทำให้ความแรงลดลง ต่อมาในวันที่ 6 มกราคม 2562 ความเร็วลมบริเวณภาคใต้ได้ลดลงมาก เนื่องจากพายุได้เคลื่อนตัวลงทะเลอันดามันและสลายตัวลงกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ 



2/1/2562

3/1/2562

4/1/2562

5/1/2562

6/1/2562

ที่มา : คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ www.thaiwater.net







ความสูงคลื่นทะเล



แผนภาพแสดงความสูงของคลื่นและทิศทางของคลื่นแสดงให้เห็นว่า จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน "ปาบึก" (PABUK) ส่งผลให้ความสูงของคลื่นบริเวณอ่าวไทยตอนล่างเริ่มเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1-2 เมตร ในวันที่ 2 มกราคม 2562 ต่อมาในวันที่ 3 มกราคม 2562 ชายฝั่งภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดพัทลุงลงไปมีความสูงคลื่นเพิ่มขึ้นเป็น 3-5 เมตร เนื่องจากพายุได้เคลื่อนเข้ามาใกล้บริเวณดังกล่าว และเนื่องจากพายุมีทิศทางการเคลื่อนตัวขึ้นไปทางทิศเหนือ ส่งผลทำให้บริเวณชายฝั่งที่พายุเคลื่อนเข้าไปใกล้มีความสูงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะชายฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ที่มีคลื่นสูงเพิ่มขึ้นเป็น 3-5 เมตร ในวันที่ 4 มกราคม 2562 แต่บริเวณชายฝั่งตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ความสูงของคลื่นลดลงเหลือประมาณ 2-3 เมตร ต่อมาในวันที่ 5 มกราคม 2562 ที่ถึงแม้พายุจะเคลื่อนตัวลงทะเลอันดามันไปแล้ว แต่อิทธิพลของพายุยังคงส่งผลทำให้มีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณชายฝั่งจังหวัดชุมพรและประจวบคีรีขันธ์ และเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติในวันที่ 6 มกราคม 2562


2/1/2562

3/1/2562

4/1/2562

5/1/2562

6/1/2562

ที่มา : OceanWeather inc. https://www.oceanweather.com/ , คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ www.thaiwater.net





ปริมาณฝน




เรดาร์ตรวจอากาศ

เครือข่ายภาพเรดาร์ตรวจวัดปริมาณฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้แก่ เรดาร์ชุมพร เรดาร์กระบี่ เรดาร์พนม เรดาร์สงขลา และเรดาร์นราธิวาส ตรวจพบกลุ่มฝนที่เกิดจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน "ปาบึก" ตั้งแต่ช่วงวันที่ 2 มกราคม 2562 ที่เริ่มมีกลุ่มฝนบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป หลังจากนั้นปริมาณฝนได้เพิ่มขึ้นมากในช่วงวันที่ 3-4 มกราคม 2560 ซึ่งกลุ่มฝนตกหนักได้เคลื่อนตัวขึ้นไปทางตอนบนของภาคตามเส้นทางเดินของพายุ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และจังหวัดใกล้เคียง ที่ตรวจพบกลุ่มฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้าง ต่อมาในวันที่ 5 มกราคม 2562 กลุ่มฝนได้เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ โดยตรวจพบฝนตกหนักบริเวณจังหวัดชุมพร ระนอง และประจวบคีรีขันธ์ หลังจากนั้นกลุ่มฝนได้ลดน้อยลงในวันที่ 6 มกราคม 2562

เรดาร์ชุมพร

2/1/2562 14:38GMT

3/1/2562 19:38GMT

4/1/2562 10:38GMT

5/1/2562 10:38GMT

6/1/2562 10:38GMT




เรดาร์กระบี่

2/1/2562 18:45GMT

3/1/2562 18:45GMT

4/1/2562 09:45GMT

5/1/2562 09:45GMT

6/1/2562 05:45GMT

dBz


เรดาร์พนม

2/1/2562 21:30

3/1/2562 12:30

4/1/2562 05:12

5/1/2562 04:24

6/1/2562 11:48



เรดาร์สงขลา

2/1/2562 16:15GMT

3/1/2562 15:15GMT

4/1/2562 11:15GMT

5/1/2562 09:15GMT

6/1/2562 06:15GMT



เรดาร์นราธิวาส

2/6/2562 11:45GMT

3/6/2562 07:45GMT

4/6/2562 01:00GMT

5/6/2562 02:45GMT

6/6/2562 03:45GMT


ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา http://weather.tmd.go.th/, กรมฝนหลวงและการบินเกษตร http://www.royalrain.go.th/royalrain/reports/rader_daily, คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ www.thaiwater.net





แผนภาพแสดงปริมาณฝนสะสมจากภาพถ่ายดาวเทียม


จากแผนภาพแสดงปริมาณฝนสะสมรายวันจากสถาบันวิจัยทหารเรืออเมริกา (NARVAL) พบว่าอิทธิพลจากพายุ "ปาบึก" เริ่มส่งผลทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2562 ต่อมาในวันที่ 3 มกราคม 2562 มีฝนตกหนักมากในหลายพื้นที่ครอบคลุมขึ้นมาถึงบริเวณจังหวัดสงขลา พัทลุง หลังจากนั้นกลุ่มฝนได้เคลื่อนตัวขึ้นสู่ตอนบนของภาคตามการเคลื่อนตัวของพายุ โดยในวันที่ 4 มกราคม 2562 เกิดฝนตกหนักบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากพายุได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ต่อมาในวันที่ 5 มกราคม 2562 พายุได้เคลื่อนตัวลงทะเลอันดามันและสลายตัวไปในวันเดียวกัน แต่ก็ยังคงทำให้มีฝนตกในพื้นทีตอนบนของภาคใต้บริเวณจังหวัดชุมพรและประจวบคีรีขันธ์


2/1/2562 00Z

3/1/2562 00Z

4/1/2562 00Z

5/1/2562 00Z

6/1/2562 00Z

ที่มา : สถาบันวิจัยทหารเรืออเมริกา https://www.nrlmry.navy.mil/ , คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ www.thaiwater.net


         แผนภาพแสดงข้อมูลปริมาณฝนสะสมรายวันจากดาวเทียม GSMaP แสดงผลสอดคล้องใกล้เคียงกับแผนภาพฝนของ NARVAL ที่แสดงให้เห็นว่า อิทธิพลของพายุเริ่มส่งผลทำให้เกิดฝนตกเพิ่มขึ้นบริเวณภาคใต้ตอนล่าง และมีฝนตกหนักมากในหลายพื้นที่ในช่วงวันที่ 3-4 มกราคม 2562 ส่วนในวันที่ 5 มกราคม 2562 ซึ่งเป็นวันที่พายุสลายตัว แต่ยังพบมีฝนตกบริเวณตอนบนของภาคใต้ โดยสถานการณ์ฝนได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติในวันที่ 6 มกราคม 2562


2/1/2562

3/1/2562

4/1/2562

5/1/2562

6/1/2562

ที่มา : JAXA (GSMAP Near Real Time product)



การกระจายตัวของฝนในพื้นที่ภาคใต้
เปรียบเทียบกับช่วงที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2553 2554 2559 2560 และ 2562


หากทำการเปรียบเทียบแผนภาพแสดงข้อมูลปริมาณฝนสะสมจากดาวเทียม GSMaP ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ในอดีต พบว่าอิทธิพลจากพายุปาบึกทำให้เกิดฝนในพื้นที่ภาคใต้เป็นระยะเวลาค่อนข้างสั้นกว่าเหตุการณ์อื่น รวมทั้งปริมาณฝนที่เกิดขึ้นมีค่อนข้างน้อยกว่าเหตุการณ์อื่นด้วย ยกเว้นเพียงเหตุการณ์ปี 2553 ที่มีฝนน้อยกว่าปี 2562


หมายเหตุ : เนื่องจากเป็นการประมาณค่าปริมาณฝนจากภาพถ่ายดาวเทียม ค่าฝนที่คำนวณได้อาจมีความคลาดเคลื่อน






ปริมาณฝนสะสมจากสถานีตรวจอากาศ


รายงานข้อมูลปริมาณฝนสะสมรายวันจากคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ ในช่วงวันที่ 2-6 มกราคม 2562 พบกลุ่มฝนตกหนักกระจุกตัวบริเวณภาคใต้ ในช่วงวันที่ 2-5 มกราคม 2562 โดยกลุ่มฝนเริ่มส่งผลกระทบกับภาคใต้ตอนล่าง และเคลื่อนตัวขึ้นสู่พื้นที่ตอนบนของภาค ตามแนวการเคลื่อนตัวของพายุ และกลุ่มฝนได้สลายตัวไปในวันที่ 6 มกราคม 2562 สำหรับจังหวัดที่มีฝนตกหนักมาก ปริมาณฝนเกิน 90 มิลลิเมตรต่อวัน ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร ตรัง กระบี่ พังงา ประจวบคีรีขันธ์ และระนอง รายละเอียดเพิ่มเติม ดังแผนที่และตารางด้านล่าง 



2/1/2562

3/1/2562

4/1/2562

5/1/2562

6/1/2562

วันที่
ชื่อสถานี
ตำบล
อำเภอ
จังหวัด
ปริมาณฝนรายวัน (มม.) 
2/1/2019 บ้านไร่ ทุ่งหวัง เมืองสงขลา สงขลา                         65.0
บ้านตลาดนาทวี นาทวี นาทวี สงขลา                         58.5
บ้านปากช่อง จะโหนง จะนะ สงขลา                         46.0
บ้านโคกทัง นาหม่อม นาหม่อม สงขลา                         42.0
บ้านห้วยบอน บ้านโหนด สะบ้าย้อย สงขลา                         40.0
อบต.พิจิตร พิจิตร นาหม่อม สงขลา                         37.2
3/1/2019 บ้านห้วยบอน บ้านโหนด สะบ้าย้อย สงขลา                        271.0
บ้านแซะ สะกอม เทพา สงขลา                        160.5
ชุมชนบ้านท่าด่าน ดอนรัก หนองจิก ปัตตานี                        154.4
อบต.เขาตูม เขาตูม ยะรัง ปัตตานี                        153.2
บ้านตลาดนาทวี นาทวี นาทวี สงขลา                        128.5
บ้านปากช่อง จะโหนง จะนะ สงขลา                        125.0
ชุมชนบ้านควน 1 พร่อน เมืองยะลา ยะลา                        123.0
บ้านเหล้า เขารูปช้าง เมืองสงขลา สงขลา                        122.0
สถานีตำรวจภูธรอำเภอกะพ้อ กะรุบี กะพ้อ ปัตตานี                        117.4
ที่ทำการเกษตรอำเภอสายบุรี มะนังดาลำ สายบุรี ปัตตานี                        106.6
บ้านโคกทัง นาหม่อม นาหม่อม สงขลา                        105.5
บ้านพรุเตาะนอก ทุ่งใหญ่ หาดใหญ่ สงขลา                        105.5
บ้านเขานา น้ำขาว จะนะ สงขลา                         98.0
วัดเชิงแสใต้ เชิงแส กระแสสินธุ์ สงขลา                         95.4
ฟาร์มตัวอย่างปะนาเระ ปะนาเระ ปะนาเระ ปัตตานี                         88.0
บ้านไร่ ทุ่งหวัง เมืองสงขลา สงขลา                         82.0
บ้านวังไทร ทับช้าง นาทวี สงขลา                         79.0
อบต.พิจิตร พิจิตร นาหม่อม สงขลา                         76.4
เทศบาลตำบลมายอ มายอ มายอ ปัตตานี                         74.0
สำนักงานเกษตรอำเภอเจาะไอร้อง จวบ เจาะไอร้อง นราธิวาส                         73.6
ที่ว่าการอำเภอยี่งอ ยี่งอ ยี่งอ นราธิวาส                         69.6
โรงเรียนวัดทายิการาม การะเกด เชียรใหญ่ นครศรีธรรมราช                         68.0
อบต.ป่าพะยอม ป่าพะยอม ป่าพะยอม พัทลุง                         67.8
อบต.บูกิต บูกิต เจาะไอร้อง นราธิวาส                         67.0
บ้านวัด ประกอบ นาทวี สงขลา                         64.5
สถานีประปาอำเภอศรีสาคร ศรีสาคร ศรีสาคร นราธิวาส                         62.0
บ้านโคกแมว เขาชัยสน เขาชัยสน พัทลุง                         61.5
อบต.กาบัง กาบัง กาบัง ยะลา                         56.0
บ้านเหนือคลอง ทุ่งโพธิ์ จุฬาภรณ์ นครศรีธรรมราช                         55.5
บ้านโฮ๊ะ ทุ่งตำเสา หาดใหญ่ สงขลา                         53.5
ทต.เขื่อนบางลาง เขื่อนบางลาง บันนังสตา ยะลา                         53.0
บ้านห้วยครก เขาปู่ ศรีบรรพต พัทลุง                         50.5
บ้านนาส้อง ตะโหมด ตะโหมด พัทลุง                         50.0
บ้านธารโต ธารโต ธารโต ยะลา                         49.5
บ้านคลองกั่ว เขาพระ รัตภูมิ สงขลา                         48.5
บ้านเขาจันทร์ หนองธง ป่าบอน พัทลุง                         47.5
บ้านหูแร่ ทุ่งตำเสา หาดใหญ่ สงขลา                         47.0
บ้านขุนพัง หินตก ร่อนพิบูลย์ นครศรีธรรมราช                         46.5
บ้านโตนปาหนัน ทุ่งนุ้ย ควนกาหลง สตูล                         46.5
บ้านวังพา ทุ่งตำเสา หาดใหญ่ สงขลา                         46.0
โรงเรียนบ้านเหมืองตะกั่ว หนองธง ป่าบอน พัทลุง                         45.0
บ้านห้วยไม้แก่น ร่อนพิบูลย์ ร่อนพิบูลย์ นครศรีธรรมราช                         43.5
บ้านคันเบ็ด เขาแก้ว ลานสะกา นครศรีธรรมราช                         42.5
บ้านคลองหิน เขาพระ รัตภูมิ สงขลา                         41.5
รพสต.บ้านลำกะ ชุมพล ศรีนครินทร์ พัทลุง                         41.2
บ้านท่าโต้ เขามีเกียรติ สะเดา สงขลา                         40.0
มัสยิดกาวมินมูฮายีริน ปาล์มพัฒนา มะนัง สตูล                         39.4
บ้านชายควน ปาดังเบซาร์ สะเดา สงขลา                         39.0
ชุมชนบ้านควน 2 พร่อน เมืองยะลา ยะลา                         39.0
บ้านในปง อ่าวตง วังวิเศษ ตรัง                         37.0
บ้านควนยาว ลานข่อย ป่าพะยอม พัทลุง                         37.0
อบต.เขาพระ เขาพระ รัตภูมิ สงขลา                         36.8
บ้านปากแคลง ปะเหลียน ปะเหลียน ตรัง                         36.5
บ้านทุ่งยูง เขาปู่ ศรีบรรพต พัทลุง                         35.0
4/1/2019 บ้านเหนือฟ้า พิปูน พิปูน นครศรีธรรมราช                        224.5
บ้านไสใหญ่เหนือ ถ้ำใหญ่ ทุ่งสง นครศรีธรรมราช                        204.5
ปัตตานี บ่อทอง หนองจิก ปัตตานี                        199.4
อบต.ขุนทะเล ขุนทะเล ลานสะกา นครศรีธรรมราช                        198.8
ฝายกลองท่าเลา นาหลวงเสน ทุ่งสง นครศรีธรรมราช                        198.6
บ้านหน้าเหมือง ควนทอง ขนอม นครศรีธรรมราช                        197.0
บ้านสวนปราง คลองสระ กาญจนดิษฐ์ สุราษฎร์ธานี                        182.0
บ้านสระบัว ลำพูน บ้านนาสาร สุราษฎร์ธานี                        181.0
บ้านเหนือคลอง ช้างขวา กาญจนดิษฐ์ สุราษฎร์ธานี                        180.0
บ้านใสเขือ เขาพระ พิปูน นครศรีธรรมราช                        178.0
ยะลา สกษ. สะเตงนอก เมืองยะลา ยะลา                        164.1
บ้านในเพลา ขนอม ขนอม นครศรีธรรมราช                        152.0
บ้านปลายระแนะ ละอาย ฉวาง นครศรีธรรมราช                        152.0
อบต.เทพราช เทพราช สิชล นครศรีธรรมราช                        150.0
บ้านห้วยกลาง กระทูน พิปูน นครศรีธรรมราช                        144.5
บ้านเหนือ (แทนบ้านหาดริ้น) บ้านใต้ เกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี                        141.0
บ้านท้องนายปาน บ้านใต้ เกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี                        138.0
นราธิวาส บางนาค เมืองนราธิวาส นราธิวาส                        127.2
บ้านท่าแพ ช้างกลาง ช้างกลาง นครศรีธรรมราช                        124.0
บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา กระทูน พิปูน นครศรีธรรมราช                        119.5
บ้านควนนนท์ ไม้เรียง ฉวาง นครศรีธรรมราช                        118.5
สงขลา บ่อยาง เมืองสงขลา สงขลา                        115.6
บ้านควนหินราว บ้านลำนาว บางขัน นครศรีธรรมราช                        110.5
ทุ่งใหญ่ บางรูป ทุ่งใหญ่ นครศรีธรรมราช                        109.4
บ้านนาจีนซิ้ว สวนแตง ละแม ชุมพร                        108.5
บ้านเขาหลัก ปากแจ่ม ห้วยยอด ตรัง                        107.5
บ้านเหนือคลอง บ้านส้อง เวียงสระ สุราษฎร์ธานี                        105.5
บ้านห้วยโต้ ทับปริก เมือง กระบี่                        105.5
บ้านคันเบ็ด เขาแก้ว ลานสะกา นครศรีธรรมราช                        105.0
บ้านหน้าเหมน ช้างกลาง ช้างกลาง นครศรีธรรมราช                        102.5
โรงเรียนวัดทายิการาม การะเกด เชียรใหญ่ นครศรีธรรมราช                        101.8
บ้านจันดีเมืองใหม่ หลักช้าง ช้างกลาง นครศรีธรรมราช                         95.0
บ้านช่องยูงทอง คลองพา ท่าชนะ สุราษฎร์ธานี                         94.0
เทศบาลตำบลจันดี จันดี ฉวาง นครศรีธรรมราช                         94.0
บ้านบางหลาโอน คึกคัก ตะกั่วป่า พังงา                         93.5
อบต.บ้านลำนาว บ้านลำนาว บางขัน นครศรีธรรมราช                         93.0
โรงเรียนบ้านพูน กะปาง ทุ่งสง นครศรีธรรมราช                         91.4
บ้านช่องช้าง พรุพี บ้านนาสาร สุราษฎร์ธานี                         91.0
อบต.ควนสุบรรณ ลำพูน บ้านนาสาร สุราษฎร์ธานี                         90.0
บ้านเขาไว้ข้าว ดินแดง ลำทับ กระบี่                         88.5
บ้านธาราวงศ์อารีย์ เพิ่มพูนทรัพย์ บ้านนาสาร สุราษฎร์ธานี                         87.0
บ้านรุ่งเรือง ละแม ละแม ชุมพร                         83.5
บ้านเคี่ยมงาม บ้านลำนาว บางขัน นครศรีธรรมราช                         83.5
อบต.คลองพา คลองพา ท่าชนะ สุราษฎร์ธานี                         80.8
บ้านห้วยแก้ว เขาค่าย สวี ชุมพร                         80.5
รพ.สต.เวียงสระ เวียงสระ เวียงสระ สุราษฎร์ธานี                         79.4
ทต.ห้วยยอด ห้วยยอด ห้วยยอด ตรัง                         79.0
อบต.นากะซะ นากะชะ ฉวาง นครศรีธรรมราช                         77.2
คอหงษ์ สกษ. คอหงส์ หาดใหญ่ สงขลา                         76.8
บ้านบางยิงวัว เขาต่อ ปลายพระยา กระบี่                         75.5
บ้านห้วยใหญ่ นาสัก สวี ชุมพร                         75.5
บ้านน้ำร้อน สีขีด สิชล นครศรีธรรมราช                         75.0
ชุมชนบ้านทับคริสต์ คลองชะอุ่น พนม สุราษฎร์ธานี                         73.8
อบต.สินปุน สินปุน เขาพนม กระบี่                         73.6
บ้านเขาหลัก (บ้านยางโพรง) ปากฉลุย ท่าฉาง สุราษฎร์ธานี                         73.5
บ้านหน้าถ้ำ คลองท่อมเหนือ คลองท่อม กระบี่                         73.0
ถ้ำพรรณรา ถ้ำพรรณรา ถ้ำพรรณรา นครศรีธรรมราช                         72.8
บ้านแม่ทะบน ประสงค์ ท่าชนะ สุราษฎร์ธานี                         72.5
อบต.ทุ่งคาวัด ทุ่งคาวัด ละแม ชุมพร                         72.2
บ้านหนองปลา ท่าหิน สวี ชุมพร                         71.5
บ้านคลองชะมวง พรุดินนา คลองท่อม กระบี่                         71.5
บ้านน้ำฉา ฉลอง สิชล นครศรีธรรมราช                         71.5
บ้านบางหยด อิปัน พระแสง สุราษฎร์ธานี                         71.0
ทม.ท่าข้าม ท่าข้าม พุนพิน สุราษฎร์ธานี                         71.0
บ้านเหนือคลองระแนะ พิปูน พิปูน นครศรีธรรมราช                         70.5
ทต.ลำแก่น ลำแก่น ท้ายเหมือง พังงา                         69.8
นครศรีธรรมราช สกษ. ท่าเรือ เมืองนครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช                         69.5
พัทลุง สกษ. ลำปำ เมืองพัทลุง พัทลุง                         66.4
ชุมชนลีเล็ด ลีเล็ค พุนพิน สุราษฎร์ธานี                         66.0
ทต.ปลายพระยา ปลายพระยา ปลายพระยา กระบี่                         65.8
บ้านน้ำซ่ำ ปลายพระยา ปลายพระยา กระบี่                         64.5
บ้านบางหอย เขาต่อ ปลายพระยา กระบี่                         63.0
อบต.ชัยบุรี ชัยบุรี ชัยบุรี สุราษฎร์ธานี                         58.6
บ้านนาแฝก นาเตย ท้ายเหมือง พังงา                         58.0
บ้านใต้โตน บางสวรรค์ พระแสง สุราษฎร์ธานี                         58.0
บ้านสะพานไทร บางดี ห้วยยอด ตรัง                         56.5
บ้านหนองตำเสา วิสัยเหนือ เมืองชุมพร ชุมพร                         56.0
บ้านหัวโคก นบพิตำ นบพิตำ นครศรีธรรมราช                         55.5
สะเดา ท่าโพธิ์ สะเดา สงขลา                         55.2
อบต.ปากฉลุย ปากฉลุย ท่าฉาง สุราษฎร์ธานี                         54.0
อบต.อ่าวตง อ่าวตง วังวิเศษ ตรัง                         54.0
บ้านในปง อ่าวตง วังวิเศษ ตรัง                         53.5
บ้านห้วยเหรียง กระบี่น้อย เมือง กระบี่                         53.0
บ้านยางค้อม ยางค้อม พิปูน นครศรีธรรมราช                         52.0
บ้านคีรีราษฎร์ เขานิพันธ์ เวียงสระ สุราษฎร์ธานี                         52.0
ทต.ปากตะโก ปากตะโก ทุ่งตะโก ชุมพร                         51.8
อบต.พะแสง พะแสง บ้านตาขุน สุราษฎร์ธานี                         50.8
อบต.ไม้ขาว ไม้ขาว ถลาง ภูเก็ต                         50.6
อบต.เขาค่าย เขาค่าย สวี ชุมพร                         50.6
หาดใหญ่ ทุ่งลาน คลองหอยโข่ง สงขลา                         50.6
บ้านสะพานนาค คลองศก พนม สุราษฎร์ธานี                         49.5
บ้านคลองไชยใต้ กะเปียด ฉวาง นครศรีธรรมราช                         48.5
บ้านคลองแรด แหลมสัก อ่าวลึก กระบี่                         48.0
อบต.ตะปาน ตะปาน พุนพิน สุราษฎร์ธานี                         47.6
ที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ ลป.๒ (น้ำตกลำปี) ท้ายเหมือง ท้ายเหมือง พังงา                         47.5
บ้านเขาขาว เขาคราม เมือง กระบี่                         47.0
บ้านเนินทอง ในวงใต้ ละอุ่น ระนอง                         46.5
บ้านห้วยครก เขาปู่ ศรีบรรพต พัทลุง                         45.5
ทต.บางสะพานน้อย ฺบางสะพาน บางสะพานน้อย ประจวบคีรีขันธ์                         44.4
อบต.คลองขนาน คลองขนาน เหนือคลอง กระบี่                         43.4
นครศรีธรรมราช ปากพูน เมืองนครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช                         43.4
วัดเชิงแสใต้ เชิงแส กระแสสินธุ์ สงขลา                         41.2
อบต.ป่าพะยอม ป่าพะยอม ป่าพะยอม พัทลุง                         41.2
อบต.บ้านเสด็จ บ้านเสด็จ เคียนซา สุราษฎร์ธานี                         40.8
บ้านในง่วม วังใหม่ เมืองชุมพร ชุมพร                         40.0
บ้านวังประจัน วังประจัน ควนโดน สตูล                         39.5
บ้านเนินสำลี (ควน) สะพลี ปะทิว ชุมพร                         39.0
บ้านประชาธิปไตย ชุมโค ปะทิว ชุมพร                         39.0
อบต.คลองหิน คลองหิน อ่าวลึก กระบี่                         39.0
บ้านเสียบญวน วังใหม่ เมืองชุมพร ชุมพร                         38.5
คลองนางน้อย นาโยงใต้ เมืองตรัง ตรัง                         37.2
บ้านอ่าวกลาง วังมะปรางเหนือ วังวิเศษ ตรัง                         36.5
บ้านโรงกลวง นบปริง เมืองพังงา พังงา                         36.0
บ้านวังทอง ทะเลทรัพย์ ปะทิว ชุมพร                         35.0
บ้านหาดทรายเปลือกหอย คลองเคียน ตะกั่วทุ่ง พังงา                         35.0
5/1/2019 บ้านเผียนบน เปลี่ยน สิชล นครศรีธรรมราช                        253.5
บ้านในง่วม วังใหม่ เมืองชุมพร ชุมพร                        222.5
บ้านห้วยใหญ่ นาสัก สวี ชุมพร                        207.0
บ้านหนองตำเสา วิสัยเหนือ เมืองชุมพร ชุมพร                        187.5
บ้านควนสามัคคี วิสัยใต้ สวี ชุมพร                        134.5
บ้านน้ำตกสาย 1 ห้วยยาง ทับสะแก ประจวบคีรีขันธ์                        134.0
สุราษฎร์ธานี สกษ. ท่าอุแท กาญจนดิษฐ์ สุราษฎร์ธานี                        124.9
บ้านห้วยแก้ว เขาค่าย สวี ชุมพร                        124.0
เกาะสมุย เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี                        121.4
บ้านมรสวบ ชัยเกษม บางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์                        115.0
บ้านช่องลม ช้างแรก บางสะพานน้อย ประจวบคีรีขันธ์                        114.5
บ้านบางพรวด ลำเลียง กระบุรี ระนอง                        114.0
ทต.วังใหม่ วังใหม่ เมืองชุมพร ชุมพร                        113.8
โรงเรียนบ้านดงไม้งาม ชัยเกษม บางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์                        111.8
บ้านเสียบญวน วังใหม่ เมืองชุมพร ชุมพร                        111.5
บ้านน้ำร้อน สีขีด สิชล นครศรีธรรมราช                        110.5
ฉวาง ไม้เรียง ฉวาง นครศรีธรรมราช                        108.7
บ้านเนินทอง ในวงใต้ ละอุ่น ระนอง                        102.5
บ้านวังพุง หินแก้ว ท่าแซะ ชุมพร                         97.5
บ้านบางฝนตก รับร่อ ท่าแซะ ชุมพร                         95.0
บ้านเขาแงน นาขา หลังสวน ชุมพร                         94.0
บ้านพันวาล 4 รับร่อ ท่าแซะ ชุมพร                         90.5
บ้านท้องนายปาน บ้านใต้ เกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี                         90.0
บ้านปากแพรก นากระตาม ท่าแซะ ชุมพร                         89.5
บ้านประชาธิปไตย ชุมโค ปะทิว ชุมพร                         88.5
ประปาหมู่บ้านคลองเพลิน ร่อนทอง บางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์                         85.4
บ้านสวนส้ม เขาล้าน ทับสะแก ประจวบคีรีขันธ์                         84.5
บ้านเนินสำลี (ควน) สะพลี ปะทิว ชุมพร                         83.5
บ้านหนองปลา ท่าหิน สวี ชุมพร                         83.0
บ้านหัวเขา ห้วยยาง ทับสะแก ประจวบคีรีขันธ์                         82.0
อบต.เขาไชยราช เขาไชยราช ปะทิว ชุมพร                         80.2
สะพานมิตรภาพรับร่อ-หินแก้ว รับร่อ ท่าแซะ ชุมพร                         79.6
ศาลากลางหมู่บ้านในล๊อค ทองมงคล บางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์                         79.2
พระแสง สอท. ทุ่งหลวง เวียงสระ สุราษฎร์ธานี                         78.5
อบต.ท่าข้าม ท่าข้าม ท่าแซะ ชุมพร                         77.8
บ้านตะแบกโพรง อ่างทอง ทับสะแก ประจวบคีรีขันธ์                         73.0
บ้านวังทอง ทะเลทรัพย์ ปะทิว ชุมพร                         72.0
สวี สกษ. วิสัยเหนือ เมืองชุมพร ชุมพร                         68.6
บ้านหุบผึ้ง ห้วยทราย เมืองประจวบคีรีขัน ประจวบคีรีขันธ์                         68.0
บ้านห้วยใหญ่ สองพี่น้อง ท่าแซะ ชุมพร                         66.5
บ้านเหนือ (แทนบ้านหาดริ้น) บ้านใต้ เกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี                         66.5
น้ำตกไทรคู่ ทองมงคล บางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์                         66.2
อบต.เขาค่าย เขาค่าย สวี ชุมพร                         64.8
คลองขนาน ร่อนทอง บางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์                         61.6
บ้านด่านสิงขร คลองวาฬ เมืองประจวบคีรีขัน ประจวบคีรีขันธ์                         60.5
บ้านบางเจริญ ห้วยทราย เมืองประจวบคีรีขัน ประจวบคีรีขันธ์                         60.5
บ้านโป่งบอน หงษ์เจริญ ท่าแซะ ชุมพร                         60.5
สำนักงานเกษตรอำเภอเจาะไอร้อง จวบ เจาะไอร้อง นราธิวาส                         58.0
อบต.บางใหญ่ บางใหญ่ กระบุรี ระนอง                         56.2
บ้านวังประดิษฐ์ เขาค่าย สวี ชุมพร                         56.0
ภูเก็ต (ศูนย์ฯ) ไม้ขาว ถลาง ภูเก็ต                         54.9
พัทลุง สกษ. ลำปำ เมืองพัทลุง พัทลุง                         54.6
บ้านคลองอารักษ์ บังหวาน พะโต๊ะ ชุมพร                         54.0
บ้านบางใหญ่ บางพระเหนือ ละอุ่น ระนอง                         53.0
อบต.หงษ์เจริญ หงษ์เจริญ ท่าแซะ ชุมพร                         52.8
โรงเรียนปะทิววิทยา บางสน ปะทิว ชุมพร                         52.8
บ้านหน้าเหมน ช้างกลาง ช้างกลาง นครศรีธรรมราช                         52.0
สุราษฎร์ธานี หัวเตย พุนพิน สุราษฎร์ธานี                         51.9
กระบี่ เหนือคลอง เหนือคลอง กระบี่                         51.4
บ้านในเพลา ขนอม ขนอม นครศรีธรรมราช                         46.0
บ้านห้วยโต้ ทับปริก เมือง กระบี่                         45.5
ตะกั่วป่า คึกคัก ตะกั่วป่า พังงา                         44.9
บ้านรุ่งเรือง ละแม ละแม ชุมพร                         44.0
ที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ ลป.๒ (น้ำตกลำปี) ท้ายเหมือง ท้ายเหมือง พังงา                         44.0
ชุมพร ท่าตะเภา เมืองชุมพร ชุมพร                         43.0
ทต.บางสะพานน้อย ฺบางสะพาน บางสะพานน้อย ประจวบคีรีขันธ์                         42.8
บ้านบางนอนใน บางนอน เมืองระนอง ระนอง                         42.5
บ้านหาดส้มแป้น หาดส้มแป้น เมืองระนอง ระนอง                         42.0
สถานีตำรวจภูธรอำเภอกะพ้อ กะรุบี กะพ้อ ปัตตานี                         41.4
บ้านน้ำฉา ฉลอง สิชล นครศรีธรรมราช                         40.5
อบต.พระรักษ์ พระรักษ์ พะโต๊ะ ชุมพร                         38.6
บ้านทุ่งกระทิงทอง ท่าแซะ ท่าแซะ ชุมพร                         35.5
6/1/2019 สวี สกษ. วิสัยเหนือ เมืองชุมพร ชุมพร                        140.4
ชุมพร ท่าตะเภา เมืองชุมพร ชุมพร                         84.8
บ้านเนินทอง ในวงใต้ ละอุ่น ระนอง                         44.0
บ้านบางใหญ่ บางพระเหนือ ละอุ่น ระนอง                         41.0
ประจวบคีรีขันธ์ เมือง ประจวบคีรีขันธ์                         36.9
หมายเหตุ : 
1. ข้อมูลจากคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ
2. รายงานเฉพาะปริมาณฝนสะสมรายวันที่ตรวจวัดได้ตั้งแต่ 35 มิลลิเมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ฝนตกหนักตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอุตุนิยมวิทยา





แผนที่แสดงปริมาณฝนสะสมในช่วงวันที่ 3-6 มกราคม 2562

หมายเหตุ : 
1. ข้อมูลฝนจากคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ
2.คำนวณปริมาณฝนฝนด้วยวิธี Inverse Distance Weighting





การกระจายตัวของฝนในพื้นที่ภาคใต้
เปรียบเทียบกับช่วงที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2553 2554 2559 2560 และ 2562


หากทำการเปรียบเทียบแผนภาพแสดงข้อมูลปริมาณฝนสะสมที่คำนวณจากสถานีตรวจอากาศกรมอุตุนิยมวิทยาในพื้นที่ภาคใต้ ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในอดีต พบว่าอิทธิพลจากพายุปาบึกทำให้เกิดฝนในพื้นที่ภาคใต้เป็นระยะเวลาค่อนข้างสั้นกว่าเหตุการณ์อื่น รวมทั้งปริมาณฝนที่เกิดขึ้นมีค่อนข้างน้อยกว่าเหตุการณ์อื่นด้วย





ปริมาณฝนสะสมสูงสุดของแต่ละจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้
เปรียบเทียบกับช่วงที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2553 2554 2559 2560 และ 2562



จากการตรวจวัดปริมาณฝนสะสมจากสถานีตรวจอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา (เฉพาะสถานีหลัก) ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ฝนตกจากอิทธิพลของพายุ "ปาบึก" ระหว่างวันที่ 2-5 มกราคม 2562 มีปริมาณฝนสะสมสูงสุดเพียง 225.6 มิลลิเมตร ที่จังหวัดปัตตานี รองลงมาคือที่จังหวัดนราธิวาส ปริมาณฝน 192.5 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นและปริมาณฝนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต





รายงานการเตือนภัยปริมาณฝน ผ่าน SMS


จากรายงานการส่ง SMS เพื่อเตือนภัยสถานการณ์น้ำช่วงวันที่ 3-6 มกราคม 2562 พบว่ามีการเตือนภัยปริมาณฝนในบริเวณที่เกิดฝนตกหนัก ทั้งในระดับการเฝ้าระวังสูงสุดและระดับวิกฤต จำนวนทั้งสิ้น 31 ครั้ง โดยมีการเตือนภัยในระดับเฝ้าระวังสูงสุด จำนวน 17 ครั้ง ระดับวิกฤต 14 ครั้ง รายละเอียดดังกราฟและตารางด้านล่าง



วันที่
เวลา
ช่วงเวลาฝนสะสม
สถานี / ตำบล
อำเภอ
จังหวัด
ปริมาณฝนสะสม (มม.) 
ระดับการเตือนภัย
6/1/2019
9:00:00
ฝนวานนี้
สวี สกษ.
อ.สวี
จ.ชุมพร
140.4
เฝ้าระวังสูงสุด
6/1/2019
7:00:00
ฝน3วัน
ต.เขาล้าน
อ.ทับสะแก
จ.ประจวบคีรีขันธ์
251.6
วิกฤต
6/1/2019
7:00:00
ฝน3วัน
ต.ขุนทะเล
อ.ลานสกา
จ.นครศรีธรรมราช
236.0
วิกฤต
6/1/2019
7:00:00
ฝน3วัน
ต.เทพราช
อ.สิชล
จ.นครศรีธรรมราช
196.8
เฝ้าระวังสูงสุด
6/1/2019
7:00:00
ฝน3วัน
ต.การะเกด
อ.เชียรใหญ่
จ.นครศรีธรรมราช
188.8
เฝ้าระวังสูงสุด
6/1/2019
3:00:00
ฝน05/07-06/03น.
ต.วังใหม่
อ.เมือง
จ.ชุมพร
105.6
เฝ้าระวังสูงสุด
6/1/2019
2:00:00
ฝน05/07-06/02น.
ต.เขาล้าน
อ.ทับสะแก
จ.ประจวบคีรีขันธ์
95.2
เฝ้าระวังสูงสุด
5/1/2019
9:00:00
ฝนวานนี้
ฉวาง
อ.ฉวาง
จ.นครศรีธรรมราช
108.7
เฝ้าระวังสูงสุด
5/1/2019
9:00:00
ฝนวานนี้
สุราษฎร์ธานี สกษ.
อ.เมือง
จ.สุราษฎร์ธานี
124.9
วิกฤต
5/1/2019
9:00:00
ฝนวานนี้
เกาะสมุย
อ.เกาะสมุย
จ.สุราษฎร์ธานี
121.4
วิกฤต
5/1/2019
7:00:00
ฝน3วัน
ต.ขุนทะเล
อ.ลานสกา
จ.นครศรีธรรมราช
226.8
วิกฤต
5/1/2019
1:00:00
ฝน04/07-05/01น.
ต.บ่อผุด
อ.เกาะสมุย
จ.สุราษฎร์ธานี
95.8
เฝ้าระวังสูงสุด
5/1/2019
1:00:00
ฝน04/07-05/01น.
ต.บ้านลำนาว
อ.บางขัน
จ.นครศรีธรรมราช
90.4
เฝ้าระวังสูงสุด
5/1/2019
0:00:00
ฝน04/07-05/00น.
ต.ขุนทะเล
อ.ลานสกา
จ.นครศรีธรรมราช
197.0
วิกฤต
5/1/2019
0:00:00
ฝน04/07-05/00น.
ต.เทพราช
อ.สิชล
จ.นครศรีธรรมราช
149.2
วิกฤต
5/1/2019
0:00:00
ฝน04/07-05/00น.
ต.การะเกด
อ.เชียรใหญ่
จ.นครศรีธรรมราช
101.8
เฝ้าระวังสูงสุด
4/1/2019
18:00:00
ฝน07-18น.
ต.เทพราช
อ.สิชล
จ.นครศรีธรรมราช
125.2
วิกฤต
4/1/2019
16:00:00
ฝน15-16น.
ต.ขุนทะเล
อ.ลานสกา
จ.นครศรีธรรมราช
50.0
วิกฤต
4/1/2019
16:00:00
ฝน07-16น.
ต.ขุนทะเล
อ.ลานสกา
จ.นครศรีธรรมราช
146.8
วิกฤต
4/1/2019
15:00:00
ฝน07-15น.
ต.การะเกด
อ.เชียรใหญ่
จ.นครศรีธรรมราช
96.0
เฝ้าระวังสูงสุด
4/1/2019
15:00:00
ฝน07-15น.
ต.ขุนทะเล
อ.ลานสกา
จ.นครศรีธรรมราช
100.4
เฝ้าระวังสูงสุด
4/1/2019
9:00:00
ฝนวานนี้
ยะลา
อ.เมือง
จ.ยะลา
164.1
วิกฤต
4/1/2019
9:00:00
ฝนวานนี้
นราธิวาส
อ.เมือง
จ.นราธิวาส
127.2
วิกฤต
4/1/2019
9:00:00
ฝนวานนี้
ปัตตานี
อ.เมือง
จ.ปัตตานี
199.4
วิกฤต
4/1/2019
9:00:00
ฝนวานนี้
สงขลา
อ.เมือง
จ.สงขลา
115.6
เฝ้าระวังสูงสุด
4/1/2019
5:00:00
ฝน03/07-04/05น.
ต.เขาล้าน
อ.ทับสะแก
จ.ประจวบคีรีขันธ์
111.2
เฝ้าระวังสูงสุด
4/1/2019
3:00:00
ฝน03/07-04/03น.
ต.มะนังดาลำ
อ.สายบุรี
จ.ปัตตานี
101.8
เฝ้าระวังสูงสุด
4/1/2019
0:00:00
ฝน03/07-04/00น.
ต.พร่อน
อ.เมือง
จ.ยะลา
98.8
เฝ้าระวังสูงสุด
4/1/2019
0:00:00
ฝน03/07-04/00น.
ต.เขาตูม
อ.ยะรัง
จ.ปัตตานี
129.4
วิกฤต
3/1/2019
22:00:00
ฝน07-22น.
ต.พร่อน
อ.เมือง
จ.ยะลา
91.2
เฝ้าระวังสูงสุด
3/1/2019
16:00:00
ฝน07-16น.
ต.เขาตูม
อ.ยะรัง
จ.ปัตตานี
93.0
เฝ้าระวังสูงสุด







ปริมาณน้ำในเขื่อน



อิทธิพลจากพายุโซนร้อน "ปาบึก" ส่งผลทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี และเขื่อนบางลาง จ.ยะลา เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยเขื่อนรัชชประภา มีน้ำไหลลงสูงสุดต่อวันเพียง 6.97 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 5 มกราคม 2562 ส่วนเขื่อนบางลางมีปริมาณน้ำไหลลงเพียง 9.50 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 3 มกราคม 2562


ปริมาณน้ำกักเก็บในเขื่อนรัชชประภา
ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนรัชชประภา
ปริมาณน้ำกักเก็บเขื่อนบางลาง
ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนบางลาง







ระดับน้ำในแม่น้ำลำคลอง




สถานีโทรมาตรตรวจวัดระดับน้ำของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) ในพื้นที่ภาคใต้ ตรวจพบสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ จ.สุราษฏร์ธานี บริเวณคลองอิปัน อ.พระแสง และที่แม่น้ำตาปี บริเวณ อ.เวียงสระ นอกจากนี้ยังพบน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำตรัง บริเวณ อ.รัษฏา และ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ทั้งนี้สถานการณ์น้ำล้นตลิ่งเกือบทุกพื้นที่ สามารถกลับสู่เข้าสภาวะปกติได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ รายละเอียดตามกราฟด้านล่าง



สถานี TNG001 - สะพานหนำเหนือ ต. ท่าสะบ้า อ. วังวิเศษ จ. ตรัง

สถานี TNG006 - รัษฎา ต. ควนเมา อ. รัษฎา จ. ตรัง

สถานี TPI005 -  เวียงสระ ต. ทุ่งหลวง อ. เวียงสระ จ. สุราษฎร์ธานี
  สถานี TPI006 - พระแสง ต. ไทรขึง อ. พระแสง จ. สุราษฎร์ธานี
ที่มา : www.thaiwater.net






พื้นที่น้ำท่วม


ดาวเทียม RADARSAT-1 และ RADARSAT-2 ได้บันทึกภาพบริเวณภาคใต้  ในช่วงวันที่ 3-6 มกราคม 2562 และจากการวิเคราะห์ภาพจากดาวเทียมพบพื้นที่ถูกน้ำท่วมทั้งสิ้น 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช ปัตตานี ยะลา พัทลุง ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร รวมพื้นที่ถูกน้ำท่วมประมาณ 38,932 ไร่  โดยบริเวณจังหวัดสงขลาตรวจพบพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด ประมาณ 15,375 ไร่ รองลงมาคือบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พบพื้นที่ถูกน้ำท่วมประมาณ 12,378 ไร่ รายละเอียดเพิ่มเติมดังตารางและแผนที่ด้านล่าง 



คลิกเพื่อแสดงภาพใหญ่

จังหวัด
พื้นที่น้ำท่วม (ไร่)
สงขลา      15,375
นครศรีธรรมราช      12,378
ปัตตานี        6,069
ยะลา        1,645
พัทลุง        1,637
ประจวบคีรีขันธ์        1,304
ชุมพร           524
รวม      38,932
ข้อมูลโดย : สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)






ความเสียหาย



กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์อุทกภัย ประจำวันที่ 7 มกราคม 2562 กรณีพายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ที่ส่งผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-7 มกราคม 2562 ซึ่งนอกเหนือจากพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบถึง 14 จังหวัด และภาคกลางตอนล่าง 2 จังหวัด คือ จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ แล้ว อิทธิพลจากพายุดังกล่าวยังส่งผลกระทบไปถึงภาคตะวันออกและภาคกลางตอนล่างที่ติดชายฝั่งทะเล โดยมีสถานการณ์วาตภัย คลื่นลมแรง คลื่นสูงกว่าปกติและน้ำทะเลหนุนสูงเข้าสู่ชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดระยอง จันทบุรี ชลบุรี ตราด สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และ สมุทรปราการ รวมพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 23 จังหวัด 97 อำเภอ 454 ตำบล 2,887 หมู่บ้าน 133 ชุมชน ราษฎรได้รับผลกระทบ 222,737 ครัวเรือน 720,885 คน เสียชีวิต 4 ราย ประกอบด้วย จ.นครศรีธรรมราช 2 ราย จ.ปัตตานี 2 ราย มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จุดอพยพ 123 จุด 31,665 คน ยังคงเหลือจุดอพยพ รวม 6 จุด 970 คน ที่ จ.นครศรีธรรมราช

ความเสียหายด้านสิ่งสาธารณูปโภค บ้านเรือนเสียหายทั้งหมด 5 หลัง เสียหายบางส่วน 5,254 หลัง

สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 20 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี นราธิวาส สงขลา พัทลุง ระนอง กระบี่ ยะลา สตูล ภูเก็ต พังงา ตรัง เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ

ยังคงมีสถานการณ์ 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร รวม 41 อำเภอ 251 ตำบล 1,924 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 193,598 ครัวเรือน 577,617 คน ดังนี้

  1. จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 3 ม.ค. 61 เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 23 อำเภอ (อ.หัวไทร อ.ปากพนัง อ.ขนอม อ.สิชล อ.ท่าศาลา อ.เมืองฯ อ.นบพิตำ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ทุ่งสง อ.ร่อนพิบูลย์ อ.ทุ่งใหญ่ อ.พิปูน อ.พรหมคีรี อ.ช้างกลาง อ.ถ้ำพรรณรา อ.ฉวาง อ.ลานสกา อ.พระพรหม อ.ชะอวด อ.จุฬาภรณ์ อ.เชียรใหญ่ อ.นาบอน และ อ.บางขัน รวม 155 ตำบล 1,400 หมู่บ้าน 105 ชุมชน ราษฎรได้รับผลกระทบ 179,868 ครัวเรือน 539,847 คน เสียชีวิต 2 ราย (อ.ปากพนัง สาเหตุจมน้ำเสียชีวิต อ.เฉลิมพระเกียรติ สาเหตุต้นไม้ล้มทับภายในบ้านเสียชีวิต) โรงพยาบาล 6 แห่ง โรงพยาบาลเสริมสุขภาพตำบล 5 แห่ง และเตรียมจุดอพยพไว้ 193 จุด รองรับประชาชนได้ 86,270 คน มีการอพยพในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.ปากพนัง อ.ท่าศาลา อ.สิชล อ.เมืองฯ อ.หัวไทร อ.ขนอม อ.ลานสกา จำนวน 106 จุด 23,396 คน ประชาชนยังคงอยู่ในจุดอพยพ จำนวน 6 จุด 970 คน ได้แก่ อ.ปากพนัง อ.ท่าศาลา และ อ.ลานสกา ท่าอากาศยานได้เปิดให้บริการตามปกติแล้ว การรถไฟแห่งประเทศไทย ประกาศหยุดวิ่งช่วงสถานีเขาชุมทอง-สถานีนครศรีธรรมราช โดยมีรถบริการรับส่ง จากนครศรีธรรมราชไปขึ้นรถไฟที่สถานีเขาชุมทอง ปัจจุบันฝนหยุดตกแล้ว
  2. จ.สุราษฎร์ธานี เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 12 อำเภอ ได้แก่ อ.ไชยา อ.ท่าชนะ อ.ดอนสัก อ.เกาะพะงัน อ.บ้านนาเดิม อ.พุนพิน อ.เกาะสมุย อ.เมืองฯ อ.บ้านนาสาร อ.พระแสง อ.ท่าฉาง และ อ.กาญจนดิษฐ์ รวม 57 ตำบล 316 หมู่บ้าน 25 ชุมชน ราษฎรได้รับผลกระทบ 9,511 ครัวเรือน 23,987 คน บ้านเรือนเสียหาย 19 หลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จุดอพยพ 27 จุด ประกาศปิดโรงเรียน 88 แห่ง ท่าอากาศยานได้เปิดให้บริการตามปกติแล้ว ปิดศูนย์อพยพทั้ง 27 จุด ปัจจุบันฝนหยุดตกแล้ว
  3. จ.ชุมพร วันที่ 5 ม.ค. 62 เวลา 09.00 น. เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ละแม อ.หลังสวน อ.ทุ่งตะโก อ.สวี อ.เมืองฯ และ อ.ปะทิว รวม 39 ตำบล 208 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ 4,219 ครัวเรือน 13,783 คน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 1 หลัง บางส่วน 522 หลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันฝนหยุดตกแล้ว

*จ.ตรัง วันที่ 5 ม.ค. 62 เวลา 14.00 น. เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.รัษฎา และ อ.ห้วยยอด รวม 9 ตำบล 45 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ 2,595 ครัวเรือน 8,419 คน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว






ข่าว




พายุปาบึก: คร่าชีวิตแล้ว 1 นายกฯ เตือนภาคใต้อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันจากฝนหนัก [ BBC News : 4 ม.ค. 62 ]


กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า พายุปาบึกขึ้นฝั่งแล้วเมื่อ 12:45 น. ที่บริเวณ อ. ปากพนัง จ. นครศรีธรรมราช โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและคาดว่าจะเกิดฝนตกฟ้าคะนองต่อเนื่อง ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 รายใน จ. ปัตตานี

นายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีเปิดเผยกับบีบีซีไทย ว่า เรือประมงโชคมลิณี ออกจากจ. สงขลาและจะหลบพายุโซนร้อนปาบึก ในพื้นที่จ. ปัตตานี ถูกลมพัดอับปาง เมื่อเวลา 02.00 น. ของวันนี้ ทำให้มีลูกเรือซึ่งทำหน้าที่เป็นช่างเครื่องเสียชีวิต 1 คน ส่วนลูกเรือที่เหลือ 6 คน ได้รับการช่วยเหลือไว้ได้ทัน

ส่วนสถานการณ์การรับมือนั้น ทางจังหวัดได้อพยพประชาชนราว 1,800 คนจาก 9 ตำบล ของ อ.ยะหริ่ง อ. หนองจิกและอ.เมืองปัตตานี เพื่อความปลอดภัยแล้ว

สำหรับพายุโซนร้อน "ปาบึก" (PABUK) ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณระหว่างอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว โดยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง



นอกจากนี้ก็ยังคาดด้วยว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและจะเคลื่อนเข้าปกคลุมจังหวัดสุราษฎรธานีในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้


ศูนย์อพยพเสียหาย เร่งเคลื่อนย้ายคนด่วน

นายทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย ซึ่งลงพื้นที่ใน อ. ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช รายงานว่า ความรุนแรงหลังจากพายุโซนร้อนปาบึก และฝนที่ตกหนัก ได้สร้างความเสียหายให้กับศูนย์อพยพที่ศาลาว่าการอำเภอพังเสียหายจนทำให้ต้องอพยพประชาชนกว่าพันคน ออกไปยังที่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่และทหารต่างเร่งลำเลียงประชาชนพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไปยังอาคารพลศึกษาภายในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งสามารถรองรับประชาชนได้กว่า 5 พันคน ในขณะนี้มีเพียงผู้อพยพอยู่ที่นั่นเพียง 1.5 พันคนเท่านั้น



ขึ้นฝั่งเร็วกว่าที่คาด

ก่อนหน้านี้ นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาแถลงเมื่อ 11.00 น. วันนี้ (4 ม.ค.) ว่าขณะนี้พายุโซนร้อนปาบึกอยู่ห่างจาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราชราว 80 กิโลเมตร คาดว่าพายุจะขึ้นฝั่งในเวลา 15.00 - 16.30 น. ในบริเวณ อ.หัวไทร หรือ อ.ท่าศาลา หรือ อ.เมือง ของ จ.นครศรีธรรมราช

หลังจากนั้นพายุจะเคลื่อนผ่านนครศรีธรรมราช เข้าไปในเขต จ. สุราษฎร์ธานี จากนั้นก็เข้าเขต จ.ระนอง และจะเคลื่อนลงไปในทะเลฝั่งอันดามันในวันพรุ่งนี้

เขายังได้กล่าวอีกว่าพายุจะก่อให้เกิดผลกระทบในภาคใต้เกือบทั้งหมด นับตั้งแต่จ.ชุมพรลงไป ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกหนัก คลื่นลมแรง








ขณะที่ในทวิตเตอร์ของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่ากองทัพภาคที่ 4 ได้จัดกำลังและยุทโธปกรณ์บรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากพายุโซนร้อนปาบึก โดยจัดกำลังพล 6,000 นายพร้อม ชุดแพทย์เคลื่อนที่, ชุดเปิดเส้นทาง รวมทั้งเครื่องมือสื่อสารทางการทหารลงไปเตรียมพร้อมในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

จังหวัดต่าง ๆ ที่ยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของพายุ เช่น นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, สงขลา ต่างก็เตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ นครศรีธรรมราชอพยพประชาชนราว 30,000 คนที่อยู่ริมชายทะเลไปอยู่ตามศูนย์อพยพต่าง ๆ สื่อท้องถิ่นรายงานว่าขณะนี้หลายจังหวัดในภาคใต้เริ่มได้รับผลกระทบจากพายุปาบึกแล้ว โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ อย่างที่ แหลมตะลุมพุก อ. ปากพนัง จ. นครศรีธรรมราช บริเวณชายทะเลเริ่มเห็นน้ำทะเลขึ้นสูง คลื่นลมแรง เช่น เกาะสมุย

ที่ อ.ขนอม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ. นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยรายงานว่าช่วงก่อนที่พายุจะขึ้นฝั่ง มีฝนตกหนักมาก ชาวบ้านแถบนั้นบอกว่าตกต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา และก่อนหน้านี้ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชได้สั่งอพยพประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่ชายฝั่งออกหมดแล้ว รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่อยู่ในโรงแรมที่ติดชายหาดด้วย


นักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วนไม่ยอมอยู่ในศูนย์อพยพ

ในวันศุกร์ที่ 4 มี นักท่องเที่ยวต่างชาติราว 200 คนและประชาชนราว 600 คนพักอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทางอำเภอขนอมจัดไว้ให้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ของ อ.ขนอมกล่าวว่ายังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนหนึ่งที่ไม่ยอมอยู่ในศูนย์ฯ พยายามจะเดินทางออกไปที่อื่นด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกตามหาเพื่อให้กลับเข้ามาในศูนย์ฯ เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัย

นักท่องเที่ยวหญิงจากเยอรมนีที่เปิดเผยแต่เพียงชื่อว่า เอลวิรา บอกกับบีบีซีไทยว่าเธอเดินทางมาถึงขนอมพร้อมกับสามีเมื่อสองวันก่อน โดยที่ไม่รู้เรื่องพายุปาบึกมาก่อนเลย เมื่อรู้ว่าพายุจะเข้าก็จึงมาอยู่ที่ศูนย์ฯ โดยมั่นใจในความปลอดภัย และเห็นว่าทางศูนย์ฯ มีการจัดการที่ดีพอสมควร

ขณะที่นายอลงกต วัชรสินธิ์ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมแห่งหนึ่งในขนอม กล่าวว่า โรงแรมที่อยู่ชายหาดขนอมมีรวมกันทั้งหมดราว 1,000 ห้องก็ได้ปิดตัวลงชั่วคราวทั้งหมดเมื่อวันพฤหัสบดีเนื่องจากพายุปาบึก แต่ก็คิดว่าไม่กระทบกับการท่องเที่ยว "เพราะเมื่อพายุไป นักท่องเที่ยวก็น่าจะกลับมาอีก"






ชาวโชเชียลแชร์ภาพความเสียหาย

คำว่า #พายุปาบึก กลายขึ้นมาเป็นแฮชแทคอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์แล้วในระหว่างที่พายุลูกนี้พัดถล่มชายฝั่งของไทย ในขณะเดียวกันผู้ที่ใช้งานในทวิเตอร์ต่าง ๆ ก็นำภาพพายุมาโพสต์ไว้เป็นจำนวนมาก


นายกฯ ห่วงใย

ต่อมา ราว 22.30 น. ของวันที่ 4 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกแถลงการณ์ถึงประชาชน แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชน และเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงาน โดยขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนร่วมมือกันปฏิบัติงานตามแผนที่ได้วางเอาไว้ และเตือนว่าพายุที่คาดว่าจะเคลื่อนที่เข้าปกคลุม จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะทำให้ภาคใต้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มได้





“จิสด้า” เผย คลื่นทะเลใกล้ศูนย์กลาง “พายุปาบึก” สูง 3 เมตร [ PPTV HD36 : เผยแพร่ 4 ม.ค. 2562,11:21น.ปรับปรุงล่าสุด 4 ม.ค. 2562,11:36น. ]

สำนักพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ พบคลื่นในทะเลบริเวณใกล้ศูนย์กลางพายุ มีความสูงประมาณ 3 เมตร พร้อมเร่งติดตามการก่อตัวของคลื่นพายุหมุนยกซัดฝั่ง หรือ สตอร์มเซิร์ช

วันนี้ 4 ม.ค. 2561 นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา  ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า  ระบุว่า ขณะนี้ได้ใช้ดาวเทียมติดตามทั้งการเคลื่อนตัวของแนวพายุปาปึก รวมถึงใช้ภาพถ่ายดาวเทียมตรวจสอบระดับความสูงคลื่นในทะเล เพื่อเสริมการทำงานของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งพบว่าบริเวณที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางพายุ คลื่นมีความสูงประมาณ 3 เมตร ส่วนชายฝั่งทั่วไป เช่น จ.สงขลา นครศรีธรรมราช ขณะนี้มีความสูงคลื่นอยู่ที่ 1-2 เมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่อันตรายโดยเฉพาะกับกลุ่มเรือขนาดเล็ก ส่วนพายุหมุนและคลื่นพายุหมุนยกซัดฝั่ง หรือสตอร์มเซิร์ช นั้น ล่าสุดยังไม่พบว่าเกิดขึ้น

ทั้งนี้ จิสด้า  เผย แผนที่แสดงข้อมูลความสูงของภูมิประเทศที่ต่ำกว่าระดับ 0.5 เมตร บริเวณ จ.ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์  สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำชายฝั่งทะเลที่มีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง หรือ storm surge มากกว่าพื้นที่อื่นๆ จากอิทธิพลของพายุปาบึก 

สำหรับสตอร์มเซิร์ช  Storm Surge หรือปรากฏการณ์น้ำหนุน เป็นคลื่นที่เกิดจากการยกตัวขึ้นของน้ำทะเลนอกชายฝั่ง จากอิทธิพลของความกดอากาศต่ำ และอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อน เมื่อลมที่มีความเร็วสูงพัดผ่านพื้นผิวทะเล จะทำให้คลื่นสูงขึ้นกว่าปกติไปอีก 1 – 2 เมตร ซึ่งจะทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำมีน้ำเอ่อหนุนขึ้น จากสถานการณ์ดังกล่าวนี้ จิสด้าได้มีการวิเคราะห์ชายฝั่งทะเลหลายๆจุดในภาคใต้ฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ เช่น จ.ชุมพร  ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ที่มีหลายพื้นที่เป็นพื้นที่ต่ำและเอ่อท่วมได้




พายุปาบึก: ชาวบ้านเริ่มเก็บกวาดบ้านเรือนและถนนหนทาง หลังจากพายุอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชันและเคลื่อนลงทะเลอันดามัน [ BBC News : 5 ม.ค. 2562 ]



แม้ว่าพายุปาบึกจะอ่อนกำลังลงกลายเป็นพายุดีเปรสชันและลงทะเลฝั่งอันดามันไปแล้วเมื่อเช้าวันนี้ แต่ก็ได้ก่อความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จ. นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นที่ที่พายุขึ้นฝั่งเมื่อวานนี้

ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล นักข่าวบีบีซีไทยซึ่งลงไปในพื้นที่นครศรีธรรมราชกล่าวว่าในช่วงเช้าวันที่ 5 ฝนหยุดตก เริ่มมีแสงสว่าง แต่ก็ท้องทะเลก็ยังมีคลื่นค่อนข้างสูง

ที่แหลมตะลุมพุก ซึ่งชาวบ้านได้รับกระทบจากการที่พายุปาบึกขึ้นฝั่งมากที่สุดแห่งหนึ่งก็กลับมาจากศูนย์พักพิงชั่วคราวและเริ่มทำความสะอาดซ่อมแซมบริเวณที่อยู่อาศัยแล้ว เจ้าหน้าที่และชาวบ้านก็เริ่มออกมาเก็บกวาดบ้านเรือน รวมทั้งสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่เสียหาย ในขณะที่หลายพื้นที่ประสบกับปัญหาน้ำป่าหลากเข้าท่วม



"ข้าวของในบ้านเสียหายไปมาก แต่ครอบครัวของเราทุกคนปลอดภัย ของพวกนี้เราหาใหม่ได้ ไม่เป็นไร" อนงค์พร สุวรรณสังข์ ชาวบ้านที่แหลมตะลุมพุกกล่าวในขณะที่กำลังสำรวจความเสียหายของบริเวณที่ถูกลมพายุกระหน่ำเมื่อวานนี้

อนงค์พรและครอบครัวเพิ่งเดินทางกลับมาจากศูนย์พักพิงชั่วคราวเมื่อเช้านี้ เพราะพายุปาบึกเมื่อขึ้นฝั่งแล้วทำให้เกิดฝนตกหนักและลมแรงจัด จนทางจังหวัดต้องสั่งอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ริมทะเลทั้งหมดไปอยู่ในที่ปลอดภัย

ส่วนในเขตเทศบาลนครของ จ. นครศรีธรรมราช ชัยณรงค์ กาพย์เกิด ประชาสัมพันธ์จังหวัดให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยเมื่อช่วงเที่ยงวันว่า ขณะนี้ทางเทศบาลนครต้องประกาศปิดถนนหลายสาย เนื่องจากน้ำท่วมสูง อันเป็นผลมาจากน้ำป่าที่ไหลมาจากอำเภอรอบนอกมาถึงในตัวเทศบาลเมือง

ไฟฟ้าก็ยังคงดับในหลายจุด ต้องเร่งระดมเจ้าหน้าที่จากจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาช่วยซ่อมแซมเพื่อให้สามารถจ่ายกระแสไฟได้ภายในวันนี้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำเอาต้นไม้ซึ่งล้มขวางถนนออกได้หมด อันเป็นอุปสรรคต่อการซ่อมแซมเสาและสายไฟฟ้าภายในเมืองอีกด้วย

ส่วนสนามบินนครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานีเปิดให้บริการแล้วในช่วงเที่ยงวันนี้ ขณะที่หลายพื้นที่ในสุราษฎร์ธานีต้องประสบกับภาวะน้ำป่าไหลหลาก



กรมอุตุนิยมวิทยาก็ออกประกาศเกี่ยวกับพายุปาบึก ฉบับที่ 24 ในช่วงเที่ยงของวันนี้ว่า พายุดีเปรสชัน "ปาบึก" (PABUK) มีศูนย์กลางอยู่ในบริเวณทะเลอันดามัน ห่างจากชายฝั่งของอ.ตะกั่วป่า จ. พังงาราว 15 กิโลเมตร

พายุมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ โดยจะมีผลกระทบต่อไปอีก 1 วัน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในที่ลุ่มต่ำได้

ก่อนหน้านี้กรมอุตุ ฯ ได้แถลงว่าพายุปาบึกได้อ่อนแรงลงกลายเป็นดีเปรสชันในช่วงเช้า และเคลื่อนลงไปในทะเลฝั่งอันดามันเมื่อเวลา 9.00 น.







สรุปพิษ “พายุปาบึก” กระทบ 18 จังหวัด เกือบ 7 แสนคน หลายพื้นที่ยังมีน้ำไหลหลาก [ ผู้จัดการออนไลน์ : เผยแพร่: 6 ม.ค. 2562 15:32   ปรับปรุง: 6 ม.ค. 2562 16:58 ]


ปภ.สรุปผลกระทบพายุโซนร้อน “ปาบึก” รวม 18 จังหวัด 90 อำเภอ 407 ตำบล 212,784 ครัวเรือน 696,189 คน ประชาชนยังอยู่อาศัยในศูนย์อพยพ 8 จุด รวม 1,119 คน ภาพรวมสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว หลายพื้นที่ยังเกิดน้ำไหลหลาก

วันนี้ (6 ม.ค.) นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผู้อำนวยการกลางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) กล่าวถึงผลกระทบที่เกิดจากพายุโซนร้อนปาบึก ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค. 2562 ซึ่งขณะนี้อ่อนกำลังจนเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงว่า อิทธิพลจากพายุโซนร้อน “ปาบึก” ส่งผลกระทบในพื้นที่ 18 จังหวัด รวม 90 อำเภอ 407 ตำบล 2,635 หมู่บ้าน 133 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 212,784 ครัวเรือน 696,189 คน ประชาชนยังอยู่อาศัยในศูนย์อพยพ 8 จุด รวม 1,119 คน จัดตั้งโรงครัวพระราชทานใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ท่าศาลา อ.เมืองนครศรีธรรมราช อ.ปากพนัง และ อ.หัวไทร จัดตั้งโรงครัวประทานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองนครศรีธรรมราชและอำเภอสิชล ผู้เสียชีวิต 3 ราย นครศรีธรรมราช 2 ราย ปัตตานี 1 ราย ผู้สูญหายในจังหวัดปัตตานี 1 ราย

นายชยพลกล่าวว่า ทั้งนี้ จ.นครศรีธรรมราช เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 23 อำเภอ รวม 155 ตำบล 1,400 หมู่บ้าน 105 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 539,847 คน ยังคงมีน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.พิปูน อ.ช้างกลาง อ.ฉวาง และ อ.ชะอวด, จ.ปัตตานี เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ บ้านเรือนเสียหาย 594 หลัง ปิดศูนย์อพยพในพื้นที่แล้วทั้ง 22 จุด, จ.สุราษฎร์ธานี เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ บ้านเรือนเสียหาย 19 หลัง ปิดศูนย์อพยพในพื้นที่แล้วทั้ง 27 จุด, จ.สงขลา เกิดวาตภัยและคลื่นซัดชายฝั่งในพื้นที่ 4 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 71,250 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 2,129 หลัง ถนนเสียหาย 5 สาย ปิดศูนย์อพยพแล้วทั้ง 56 จุด, จ.นราธิวาส เกิดวาตภัยในพื้นที่ 5 อำเภอ 7,062 คน สถานการณ์คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

จ.ชุมพร เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้รับผลกระทบ 2,121 คน ปัจจุบันเกิดน้ำไหลหลากจากคลองชุมพรเข้าท่วมอำเภอเมืองชุมพร, จ.ตรัง เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 2 อำเภอ รับผลกระทบ 8,419 คน, จ.พัทลุง เกิดวาตภัยในพื้นที่ 6 อำเภอ รับผลกระทบ 37,620 คน สถานการณ์ภัยเริ่มคลี่คลายแล้ว ปิดศูนย์อพยพแล้ว, จ.ระนอง เกิดน้ำไหลหลากในอำเภอกระบุรี รวม 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 18 คน สะพาน 1 แห่ง ปัจจุบันคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ, จ.กระบี่ เกิดอุทกภัยในอำเภอเขาพนม อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย สถานการณ์คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ, จ.ยะลา เกิดน้ำท่วมขังในอำเภอเมืองฯ ปิดศูนย์อพยพแล้วทั้ง 27 จุด, เพชรบุรี เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในอำเภอเมือง ประชาชนได้รับผลกระทบ 20 ครัวเรือน, จ.ประจวบคีรีขันธ์ เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ 5 อำเภอ รับผลกระทบ 1,500 คน บ้านเรือนเสียหาย 77 หลัง ผู้บาดเจ็บ 2 ราย เตรียมอพยพประชาชนไปยังศูนย์อพยพ อบต.แม่รำพึง 1 จุด 40 ครัวเรือน

จ.จันทบุรี เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ 3 อำเภอ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย, จ.ตราด เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้รับผลกระทบ 69 ครัวเรือน, จ.ระยอง เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ 3 อำเภอ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย, จ.สมุทรสาคร เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในอำเภอเมืองสมุทรสาคร ได้รับผลกระทบ 689 ครัวเรือน และ จ.สมุทรสงคราม เกิดน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ 2 อำเภอ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย

ทั้งนี้ กอปภ.ก โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเจ้าหน้าที่ พร้อมระดมวัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ภัย โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกเครื่องส่งสูบน้ำระยะไกล เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง อีกทั้งซ่อมแซมสาธารณูปโภค โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าให้สามารถใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประภัย โดยแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยให้บริการขนย้ายสิ่งของและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์ภัยเริ่มคลี่คลายแล้วให้สำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้านเพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป พร้อมเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ