ช่วงปลายเดือนมกราคม 2559 ความกดอากาศสูงกําลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกําลังแรง นอกจากนี้คลื่นกระแสลมตะวันตกได้เคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทําให้บริเวณประเทศไทยมีอุณหภูมิลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะวันที่ 25 มกราคม 2559 ที่อุณหภูมิลดลงจากวันก่อนหน้าค่อนข้างมาก โดยลดลงอยู่ในช่วง 4-10 องศาเซลเซียส และยังคงลดลงอีกในวันต่อมา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงหนือ และภาคกลาง รวมทั้งมีอากาศหนาวจัดในบางพื้นที่ทางตอนบนของภาคเหนือ หลังจากนั้นพื้นที่ส่วนใหญ่มีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น สําหรับภาคใต้มีอากาศเย็นหลายพื้นที่และมีอากาศหนาวบางพื้นที่ทางตอนบนของภาค ทั้งนี้อุณหภูมิต่ำสุดที่วัดได้ 7.5 องศาเซลเซียส บริเวณอําเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2559 ส่วนบริเวณเทือกเขาและยอดดอยที่อุณหภูมิลดลงจนมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด วัดอุณหภูมิต่ำสุดได้ -1.0 องศาเซลเซียส ที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูหลวงและอุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2559

          นอกจากจะเกิดภาวะอากาศหนาวถึงหนาวจัดแล้ว อิทธิพลจากคลื่นกระแสลมตะวันตกที่เคลื่อนตัวผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ยังทําให้ภาคเหนือมีฝนตกในหลายพื้นที่และบางพื้นที่มีฝนตกหนัก   ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกกระจายตัวเป็นแห่งๆ และมีฝนฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนของภาค สําหรับภาคกลางและภาคตะวันออกมีฝนตกเป็นแห่งๆ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ปริมาณฝนมากที่สุดบริเวณประเทศไทยตอนบนวัดได้ 100.5 มิลลิเมตร ที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2559 นอกจากนี้มีรายงานลมกระโชกแรงในหลายจังหวัด โดยวันที่ 23 มกราคม 2559 เกิดลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดเลย มหาสารคาม และโสธร ต่อมาวันที่ 24 มกราคม 2559 บริเวณจังหวัดเชียงใหม่และมุกดาหาร ส่วนวันที่ 25 มกราคม 2559 บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ตราด และพัทลุง ทั้งนี้อุณหภูมิเฉลี่ยเดือนมกราคม 2559 ยังคงสูงกว่าค่าปกติในเกือบทุกภาค ยกเว้นภาคเหนือที่อุณหภูมิต่ำกว่าค่าปกติเล็กน้อย



         

 ข้อมูลโดย : กรมอุตุนิยมวิทยา


จากภาพแผนที่อากาศโดยมกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าความกดอากาศสูงกำลังแรงได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2559 และแผ่
ขยายปกคลุมไปยังภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 24-26 มกราคม 2559 หลังจากนั้นได้อ่อนกำลังลงส่งผลให้อุณหภูมิเริ่มเพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่
ของประเทศ


22/1/2559

23/1/2559

24/1/2559
   

25/1/2559

26/1/2559
27/1/2559
   

28/1/2559

29/1/2559

30/1/2559
   

รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/hmain.php?page=/TyphoonTracking/show_weather_map.php

 


 ข้อมูลโดย : สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)


22/1/2559

23/1/2559

24/1/2559

25/1/2559

26/1/2559

27/1/2559

28/1/2559

29/1/2559

30/1/2559

31/1/2559

รายละเอียดเพิ่มเติม : http://thaiwater.hii.or.th/thaiwater_l5/public/wrfroms/upper_wind








 ข้อมูลโดย : สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)

จากแผนที่การกระจายตัวของอุณหภูมิเฉลี่ยเวลา 6.00 น. ตั้งแต่วันที่ 22-31 มกราคม 2559 พบว่าอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศสูงส่งผลให้อุณหภูมิลดต่ำลงอย่างชัดเจน
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2559 และต่อมาในวันที่ 25 มกราคม อุณหภูมิได้ลดต่ำลงอย่างมากและครอบคลุมพื้นที่ตอนบนของประเทศเกือบทั้งหมดรวมถึง
ตอนบนของภาคใต้ และอุณหภูมิยังคงลดลงต่อเนื่องจนถึงวันที่ 26 มกราคม 2559 ต่อมาในวันที่ 27 มกราคม 2559 พื้นที่ภาคใต้ตอนบน ภาคกลางและภาคตะวันออก เริ่มมีอุณหภูมิ
เพิ่มสูงขึ้นและทะยอยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือน โดยมีเพียงบางพื้นที่ของภาคเหนือเท่านั้นที่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว


22/1/2559

23/1/2559

24/1/2559

25/1/2559

26/1/2559

27/1/2559

28/1/2559

29/1/2559

30/1/2559

31/1/2559

รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/radar/show_tempImg.php




 ข้อมูลโดย : สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)

จากการตรวจวัดอุณหภูมิผ่านระบบโทรมาตร พบว่าอุณหภูมิเริ่มลดต่ำลงตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2559 และลดลงต่ำมากช่วงวันที่ 24-26 มกราคม 2559
โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในบางพื้นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส


ภาคเหนือ


สถานี MECN - อ.แม่จัน จ.เชียงราย

สถานี SSCN - อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สถานี PHPS - อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

สถานี TKPP - อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

สถานี G24 - เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

สถานี CAN001 - อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ภาคกลาง

สถานี LNRI - อ.ลำนารายณ์ จ.ลพบุรี

สถานี WTSG - อ.วัดสิงห์ จ.สิงห์บุรี

ภาคตะวันออก

สถานี WLGE - ชุมชนเปร็ดใน อ.เมือง จ.ตราด

สถานี WTCH - วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/web/index.php/hydroinfo.html










ปภ. เตือน 37 จังหวัดรับมือหนาวฉับพลัน 23-26 ม.ค. [ เดลินิวส์ : 23 ม.ค. 59 ]

ปภ. ออกหนังสือด่วนถึงผู้ว่าฯ 37 จังหวัด รับมือภัยหนาวฉับพลันระหว่าง 23-26 ม.ค.นี้ อุณหภูมิลด 6-10 องศา เร่งแผนช่วยปชช. ส่วน 9 จังหวัดภาคใต้ ระวังมรสุม

เมื่อวันที่ 23  ม.ค. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกหนังสือด่วนที่สุดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 37 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม บึงกาฬ มุกดาหาร อุดรธานี หนองคาย เลย หนองบัวลำภู อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี พิษณุโลก ตาก สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ ลำปาง เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน เชียงราย น่าน พะเยา และแพร่ ระบุว่า กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนเรื่องอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ระหว่างวันที่ 23-26 ม.ค. นี้ บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้มีอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนองในระยะแรก จากนั้นอุณหภูมิจะลดอย่างรวดเร็ว 6-10 องศา ขอให้จังหวัดเตรียมการป้องกัน แก้ไขปัญหาและดำเนินการดังนี้  1.แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูง และพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมป้องกันและระมัดระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติ โดยประชาสัมพันธ์ผ่านทางวิทยุกระจายเสียงประจำท้องถิ่น 

อธิบดี ปภ. กล่าวอีกว่า 2. ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สำรวจความต้องการเครื่องกันหนาวเพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือทันต่อสถานการณ์ และจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง รวมทั้งใช้มิสเตอร์เตือนภัยที่ประจำอยู่ในหมู่บ้านเสี่ยงภัย ช่วยแจ้งเหตุด้วย 3.ดำเนินการตามขั้นตอนของแผนป้องกันภัยจังหวัด อำเภอ ให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันที และ 4 รายงานผลการปฏิบัติงานในการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ให้ ปภ.รับทราบ และหากเกิดภัยขึ้นให้รายงานสถานการณ์ และให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นให้ทราบทันที ที่ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย โทร  02-2417-450-6 หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์  operation@nirapai.com ทั้งนี้ขอให้รายงานทุกระยะจนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด

นายฉัตรชัย กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังได้ออกหนังสือด่วนที่สุดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ 9 จังหวัดได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส ระบุว่าสภาวะอากาศช่วงวันที่ 23-26 ม.ค. มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ ส่งผลให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ปัญหาวาตภัย ขอให้จังหวัดดำเนินการ 1. แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลและพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัด ในระยะ 3-4 วันนี้ สำหรับชาวประมง ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง  2.กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังเตรียมรับสถานการณ์  3.ดำเนินตามขั้นตอนแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และ 4. รายงานผลการปฏิบัติงานในการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ให้ทราบภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับข้อมูลแจ้งเตือน







อากาศแปรปรวนหนาวลงอีก กทม.เย็นแตะ'16-18 องศาฯ' [ เดลินิวส์ : 25 ม.ค. 59 ]

ไทยตอนบนอากาศแปรปรวนมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรง อากาศหนาวเย็นลด 2-4 องศาฯ หลัง 26-27 ม.ค.นี้ คลื่นกระแสลมจากพม่าจะเคลื่อนเข้าเหนือ-อีสาน จะหนาวเย็นลงอีก

เมื่อวันที่ 25 ม.ค. กรมอุตุนิยมวิทยารายงานลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมถึงบริเวณประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรงเกิดขึ้น และอากาศจะหนาวเย็นลงอย่างรวดเร็ว และอุณหภูมิจะลดลงอีก 2-4 องศาเซลเซียส

สำหรับการคาดการณ์อุณหภูมิต่ำสุดตามภาคต่างๆ ในช่วง 1-2 วันนี้ จะมีดังนี้

- ภาคเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 8-14 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยจะมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่

- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 8-15 องศาเซลเซียส

- ภาคกลางและภาคตะวันออก อุณหภูมิต่ำสุด 14-18 องศาเซลเซียส

- กรุงเทพมหานครและปริมลฑล อุณหภูมิต่ำสุด 16-18 องศาเซลเซียส

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 26-27 ม.ค. 59 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนเกิดขึ้นและยังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อไปอีก ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงและหนาวเย็นลง

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 25-27 ม.ค. 59 ไว้ด้วย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ มีฝนเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อากาศหนาว อุณหภูมิจะลดลงอีก 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 20-25 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 2-6 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียสกับมีฝนเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดขอนแก่นชัยภูมิ และนครราชสีมาอุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 18-24 องศาเซลเซียสสำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-8 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยาอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียสอุณหภูมิต่ำสุด 16-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-30 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้วอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียสอุณหภูมิต่ำสุด 17-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสอุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-45 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูลอุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมากกับมีฝนเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียสอุณหภูมิต่ำสุด 18-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.






กทม. หนาวแล้ว ทุบสถิติอุณหภูมิต่ำสุดในรอบสิบปี แตะ 15 องศา [ เรื่องเล่าเช้านี้ : 25 ม.ค. 59)

กรุงเทพฯ เช้านี้ (25 มกราคม 2559) หนาวสุดในรอบ 10 ปี หลังอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส โดยที่สนามบินดอนเมืองลดต่ำทำลายสถิติเดิม วัดได้ 15.3 องศาเซลเซียส  

            วันนี้ (25 มกราคม 2559) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า สภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ เช้านี้ มีอุณหภูมิลดลง 6-8 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 18-20 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่า กทม. อากาศลดต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียสในรอบ 10 ปี ทั้งนี้เมื่อทำการตรวจวัดอุณหภูมิต่ำสุด ปรากฏว่า อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่สนามบินดอนเมือง วัดได้ 15.3 องศาเซลเซียส จากสถิติของปี 2558 ของสนามบินดอนเมือง ที่อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 19 องศาเซลเซียส
             ดร.รอยล จิตรดอน ผอ.สถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร กล่าวถึงสภาพอากาศที่เย็นลงอย่างฮวบฮาบว่า ภาคกลาง และ กทม. จะมีอุณหภูมิลดลง 10 องศาเซลเซียส อันเนื่องมาจากความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมาจากประเทศจีนคราวนี้ค่อนข้างกว้าง ไม่ได้แผ่ลงมาเป็นลิ่มเหมือนเช่นทุกครั้ง ทำให้อากาศหนาวเย็นกระจายออกไปอย่างกว้างขวางและค่อนข้างลึกทั่วภาคกลาง แต่หลังจากปรากฏการณ์ความหนาวฉับพลัน คือจะมีลมแรงและฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ 
             อย่างไรก็ตาม ในกรุงเทพฯ ฝนจะลดลงและอุณหภูมิจะเริ่มอุ่นขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวันนี้ (25 มกราคม) เป็นต้นไป ส่วนภาคเหนือกับตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนต่อไปจนถึง 27 มกราคม




ดอยช้างมูบ -3 องศา เซ่นหนาวตาย 4 ศพ [ ไทยโพสต์ : 26 ม.ค. 59 ]

เหนือ อีสานเผชิญภัยหนาวรุนแรง อุตุฯ เตือนอุณหภูมิยังลดลงอีก ที่ดอยช้างมูบ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทำสถิติติดลบ 3 องศา ส่วนภูทับเบิก 0 องศา โคราช สกลนคร ชัยนาท หนาวตายแล้ว 4 ศพ ส่วนหนึ่งมาจากดื่มเหล้า กรุงเทพฯ เหลือ 13 องศา ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ใส่เสื้อกันหนาวกันพรึ่บ

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 16 เมื่อเช้าวันจันทร์ เรื่อง "อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย" ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงยังคงปกคลุมบริเวณประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรงเกิดขึ้น และยังคงมีอากาศหนาวเย็น และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส

สำหรับการคาดการณ์อุณหภูมิต่ำสุดตามภาคต่างๆ ในช่วง 1-2 วันนี้ จะมีดังนี้ ภาคเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 6-14 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยจะมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 8-15 องศาเซลเซียส ภาคกลางและภาคตะวันออก อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิต่ำสุด 13-16 องศาเซลเซียส

ในช่วงวันที่ 25-27 มกราคม 2559 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนเกิดขึ้นและยังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อไปอีก ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงและหนาวเย็นลง

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 25-27 มกราคม 2559 ไว้ด้วย
ยอดดอยอุณหภูมิลบ 3 องศา

เชียงราย พ.อ.ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 (ฉก.ม.2) กองกำลังผาเมือง สั่งการให้ พ.ต.คมสรรณ์ เป็นใย ผบ.ร้อย ม.2 ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง นำกำลังพล เจ้าหน้าที่แพทย์ทหาร ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ออกปฏิบัติการช่วยเหลือตรวจสุขภาพและเยี่ยมเยียมประชาชนที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่สูงชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทั้งนี้ พบว่าพื้นที่บริเวณปฏิบัติการดอยช้างมูบ บ้านผาฮี้ หมู่ 10 ต.โป่งงาม อ.แม่สาย ที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,485 เมตร อุณหภูมิที่ลดต่ำลงอย่างมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิภายนอกฐานเมื่อเวลา 12.00 น.เศษ พบว่าอุณหภูมิ -3 องศาเซลเซียส

ส่วนพื้นที่อื่นๆ ทั่วจังหวัดเชียงรายยังมีอุณหภูมิต่ำตลอดทั้งวัน และต่างมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสาธารณะหรือโซเชียลมีเดียแจ้งระดับอุณหภูมิตามอำเภอต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส
ที่วนอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า อ.เทิง จ.เชียงราย ชายแดนไทย-สปป.ลาว มีอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ติดลบ 1-2 องศาเซลเซียส รวมทั้งมีเมฆหมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้ท้องฟ้าปิด มองไม่เห็นดวงอาทิตย์

พะเยา
อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากมีฝนตกลงมาตลอดทั้งคืน ช่วงเช้าอุณหภูมิต่ำสุดในพื้นราบวัดได้ 7 องศาเซลเซียส ขณะที่ยอดดอยต่างๆ อุณหภูมิต่ำอย่างไม่เคยปรากฏมาตลอดฤดูหนาวนี้

เชียงใหม่ ฝนตกตั้งแต่บ่ายวันอาทิตย์ และเกิดลมพายุใน ต.ออนกลาง อ.แม่ออน ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนประชาชน ศาลาหมู่บ้าน ในหมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 10 ต.ออนกลาง ได้รับความเสียหายกว่า 90 หลังคาเรือน ส่วนอุณหภูมิพื้นราบในตัวเมืองเชียงใหม่ลดลงเหลือ 13 องศาเซลเซียส ขณะที่บนยอดดอยอ่างขาง อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 2.3 องศา

นายพรเทพ เจริญสืบสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตามที่มีการแพร่ภาพและข้อความในโลกโซเชียล ระบุมีหิมะตกบนดอยอินทนนท์ ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง อุณหภูมิยอดดอยอยู่ที่ 6 องศาเซลเซียส ซึ่งภาพที่แชร์กันบนสังคมออนไลน์ บางภาพเป็นเหตุการณ์พายุลูกเห็บตกที่ดอยอินทนนท์เมื่อเดือน พ.ค. ปี 56 ส่วนภาพเกล็ดน้ำแข็งขาวโพลนบริเวณหน้ากองบังคับการ ศูนย์ควบคุมและรายงานดอยอินทนนท์ เป็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 26 ม.ค.57

น่าน นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน แจ้งเตือนประชาชนให้พร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งมีทั้งฝนฟ้าคะนองและสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงฉับพลัน ขอให้ระมัดระวังเรื่องสุขภาพ ทำให้ร่างกายอบอุ่น โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่สูงและตามยอดดอย

พิษณุโลก ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย หนาวเย็นลงอย่างฉับพลัน มีลมกระโชกแรง แต่ไม่มีฝนและไม่มีแม่คะนิ้ง โดยบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ภูหินร่องกล้า อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 8 องศา ขณะที่บนดอยภูแผงม้า, ภูลมโล อุณหภูมิต่ำสุด 4-6 องศา ภูทับเบิก อุณหภูมิลดต่ำลงแตะ 0 องศา นอกจากนี้ที่ลานหน้าศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ อ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งเป็นลานฐานอิฐแดง ปรากฏเป็นเกล็ดน้ำแข็งหรือเหมยขาบทั่วพื้น นายสมบัติ คำดอนทอง เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ กล่าวว่า ตั้งแต่ก่อสร้างพระราชวังจันทน์ไม่เคยพบมาก่อน เชื่อว่าเกิดจากอากาศหนาวเย็นเฉียบพลัน ก่อนหน้านี้มีฝนโปรยปราย อาจเกิดความชื้นสูงและเป็นเกล็ดน้ำแข็ง

เพชรบูรณ์ นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่าบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมถึงบริเวณประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรงเกิดขึ้น และอากาศจะหนาวเย็นลงอย่างรวดเร็ว และอุณหภูมิจะลดลงอีก 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด อาทิ ภูทับเบิก อ.หล่มเก่า อุณหภูมิลดต่ำลงเหลือ 5-6 องศาเซลเซียส เขาค้อ อ.เขาค้อ อุณหภูมิลดลงเหลือราว 5-7 องศาเซลเซียส โดยมีลมพัดแรง อุทยานแห่งชาตินํ้าหนาว อ.น้ำหนาว อุณหภูมิราว 5-7 องศาเซลเซียส และ อ.เมืองเพชรบูรณ์ อุณหภูมิราว 12 องศาเซลเซียส

ส่วนมาตรการความช่วยเหลือ ก่อนหน้านี้ทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สภากาชาดไทย และองค์กรภาคเอกชน รวมทั้งกองบัญชาการทหารพัฒนา ได้นำผ้าห่มมาแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอต่างๆ ไปแล้วเกือบ 10,000 ผืน

นครราชสีมา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ม.ค. ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้รับแจ้งมีคนเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 107/7 ชุมชนประปาพัฒนา ถนนประปา ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา ไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ที่เตียงนอนใต้บันไดชั้น 1 พบศพนางวราพร แซ่เฮง อายุ 59 ปี สวมเสื้อยืดสีขาวลายน้ำเงิน นุ่งกางเกงยืดสีแดง นอนหงายเสียชีวิต และใกล้กันพบกระเป๋าน้ำร้อน นายชูเกียรติ ละมณเทียน อายุ 57 ปี สามีนางวราพร กล่าวว่า ภรรยามีอาชีพขายอาหารในตลาดแม่กิมเฮง เทศบาลนครนครราชสีมา ช่วงหลังภรรยาเจ็บขาจึงไม่ขึ้นไปนอนชั้นบน ตนเองนอนอยู่ใกล้ๆ กัน แต่คนละเตียง เมื่อคืนตอน 22.30 น. ยังพูดคุยกันกับลูก และเข้านอนตอนประมาณ 23.30 น. ซึ่งนางวราพร ภรรยา บ่นว่าอากาศหนาวมาก จึงนำเอากระเป๋าน้ำร้อนมาทับหน้าอกไว้และห่มผ้านอน กระทั่งเช้าก็พบว่านางวราพรเสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้ ภรรยามีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งเบาหวานและความดันโลหิตสูง ไปหาหมอประจำ คาดว่าอาจเพราะเมื่อคืนที่ผ่านมาอากาศหนาวมากจึงทำให้โรคกำเริบ จนทำให้ภรรยาเสียชีวิตดังกล่าว

สำนักงานอุตุนิยมวิทยา จ.นครราชสีมา รายงานว่า อุณหภูมิพื้นราบอยู่ที่ 12 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิในพื้นที่สูงอยู่ที่ 9 องศาเซลเซียส โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส กับมีฝนเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณ จ.ขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-8 องศาเซลเซียส

สกลนคร ร.ต.อ.นิรันดิ์ ทะวะระ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 104 ถนนรัฐบำรุง ชุมชนกกส้มโฮง เขตเทศบาลนครสกลนคร จึงไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่เมตตาธรรมมูลนิธิ พบศพนายนาวิน ศิริพงษ์ธนากร อายุ 61 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ข้างเตาอั้งโล่ที่จุดไฟผิงบริเวณใต้ถุนบ้าน ใกลกันมีขวดเหล้าขาวตกอยู่ สอบสวนทราบว่า ช่วงเย็นวันอาทิตย์ ผู้ตายกับเพื่อนบ้านหลายคนได้ก่อไฟผิงเพื่อคลายหนาวแล้วซื้อเหล้าขาวมาดื่ม จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับ โดยผู้ตายนั่งดื่มเหล้าขาวผิงไฟคนเดียว กระทั่งเช้าพบเป็นศพดังกล่าว เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุมาจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัด

ชัยนาท พ.ต.ท.ปฏิกรณ์ หาญหัตถกิจ สารวัตรเวร สภ.เมืองชัยนาท รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 1 ต.ชัยนาท อ.เมืองชัยนาท จึงไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น บริเวณชั้นล่างพบร่างนางจำรัส ยอดเพ็ชร อายุ 72 ปี นุ่งผ้าถุงและใส่เสื้อเพียงตัวเดียว นอนหนุนหมอนบนพื้นปูนซีเมนต์ เสียชีวิตอยู่บริเวณใต้บันไดบ้าน สอบสวนทราบว่าเมื่อวันอาทิตย์ นางจำรัสกับนายอำนวย ยอดเพชร อายุ 78 ปี สามี นั่งดื่มสุราอยู่ด้วยกัน แล้วแยกกันเข้านอน ช่วงสายนายอำนวยมาพบภรรยานอนตัวเย็นแข็งทื่อและเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ สาเหตุคาดว่าเกิดจากอากาศหนาวเย็นฉับพลัน ผู้ตายไม่ได้สวมเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่น ประกอบกับนอนบนพื้นซีเมนต์ที่มีความเย็นมาก ร่างกายจึงอาจทนความหนาวไม่ไหวทำให้เสียชีวิต

ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยนาท รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ที่บ้านเลขที่ 150 หมู่ 1 ต.บ้านกล้วย อ.เมืองชัยนาท ไปตรวจสอบพบนายสัมพันธ์ เพ็งขันธ์ อายุ 68 ปี อาชีพช่างซ่อมเครื่องมือการเกษตร นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน สันนิษฐานว่าเสียชีวิตเพราะอากาศหนาว โดยผู้ตายมีโรคประจำตัวทั้งโรคหอบและโรคหัวใจ

ขอนแก่น ในช่วงเช้าวัดอุณหภูมิได้ 10 องศาเซลเซียส ลดลงจากวันอาทิตย์ 5 องศา ซึ่งนายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า สภาพอากาศที่หนาวเย็นจะมีไปจนถึงช่วงกลางสัปดาห์นี้ อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส ขณะนี้ได้แจ้งเตือนไปยังทั้ง 26 อำเภอของจังหวัดให้ประชาชนรักษาสุขภาพ ห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย รวมทั้งการออกกำลังกายเพื่อสร้างความอบอุ่นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยซึ่งนอกจากการแจกจ่ายเครื่องนุ่งห่มกันหนาวให้กับพื้นที่ที่ประสบภัยหนาวไปแล้วก่อนหน้านี้แล้วรวมกว่า 50,000 ผืน ขณะที่การให้ความช่วยเหลือในระยะนี้ยังคงเน้นหนักไปที่การแจกจ่ายผ้าห่มกันหนาว, เสื้อกันหนาวและผ้าพันคอ เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

สุรินทร์ เช้าวันที่ 25 ม.ค. อุณหภูมิอยู่ที่ 12-13 องศาเซลเซียส และมีลมหนาวกระโชกแรงเป็นระยะ ส่งผลกระทบต่อพระสงฆ์ สามเณร ตามวัดต่างๆ ที่ยังขาดแคลนผ้าห่มกันหนาว ซึ่งผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์สังเกตพบว่า พระ เณร ออกมาบิณฑบาตน้อยลง เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น และญาติโยมที่ตื่นมาตักบาตรเช้าก็มีจำนวนน้อยลง

ตราด นายชัยวัฒน์ โอชนานนท์ นายอำเภอคลองใหญ่ เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมามีลมกระโชกแรงทั้งบนบกและในทะเล ทำให้บ้านเรือนประชาชนบางส่วนถูกลมพายุพัดหลังคาหลุดหายไปหลายหลังคาเรือน นอกจากนี้ยังเรือประมง 1 ลำ ล่มระหว่างออกไปทำประมง ส่วนลูกเรือได้รับการช่วยเหลือปลอดภัย

กรุงเทพฯ และปริมณฑล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อุณหภูมิลดลงอย่างฮวบฮาบตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ กระทั่งเช้าวันจันทร์ ประชาชนต่างรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็น โดยกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 13 องศา ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงมาตรการรับมือภัยหนาวว่า ได้สั่งการให้ ผบช.ภ.3, 4 และ 6 ลงไปดูแลผู้ประสบภัยหนาว เบื้องต้นได้มีการนำผ้าห่มไปแจกจ่ายให้แก่ข้าราชการตำรวจและประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ขณะเดียวกันได้กำชับให้แต่ละสถานีตำรวจลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์กรณีที่มีการก่อไฟให้ความอบอุ่นอาจจะทำให้เกิดอัคคีภัย หากก่อไฟในสถานที่มิดชิดระวังอย่าเผลอหลับ เพราะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ออกมาอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ นอกจากนี้ยังได้กำชับไปยังทุกสถานีตำรวจให้เฝ้าระวังโจรหน้าแล้ง เนื่องจากที่ผ่านมาในช่วงฤดูแล้งจะมีกลุ่มคนร้ายที่ออกตระเวนขโมยเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์การเกษตรของประชาชน จึงให้มีการเพิ่มความเข้มในการตรวจตราด้วย

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือด่วนที่สุด สั่งการให้ทุกจังหวัด อำเภอ ประสานสาธารณสุขจังหวัดและอำเภอ โดยใกล้ชิดในการลงพื้นที่ดูแลประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้อาศัยในชุมชนพื้นที่สูงที่อาจเจ็บป่วย เพราะได้รับผลกระทบจากอากาศเปลี่ยนแปลง ร่วมกับเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน โดยให้นำคำแนะนำของสาธารณสุขในการดูแลสุขภาพร่างกายตนเองในช่วงฤดูหนาว ออกเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายเสียงตามสายในหมู่บ้าน วิทยุชุมชน สถานีโทรทัศน์ภูมิภาค รายการผู้ว่าฯ พบประชาชน ช่องทางการสื่อสารออนไลน์ทุกช่องทาง
สพฉ.เตือนกินเหล้าแก้หนาว-ตาย

นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า ขอเตือนประชาชนที่ต้องรับมือกับอากาศหนาวเย็นอย่างฉับพลันในหลากหลายพื้นที่ คือ ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อแก้ความหนาวเย็นเด็ดขาด เพราะมีประชาชนจำนวนมากที่ยังมีความเชื่อว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นจะทำให้ร่างกายอบอุ่นและแก้อากาศหนาวเย็นได้ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดอย่างมาก เพราะในความเป็นจริงแล้ว การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นจะเป็นตัวเร่งให้ร่างกายสูญเสียความร้อน ที่สำคัญแอลกอฮอล์จะทำให้หลอดเลือดฝอยที่อยู่ใต้ผิวหนังเกิดการขยายตัว ผู้ดื่มจะรู้สึกว่าตัวร้อนขึ้น ทำให้เข้าใจผิดว่าร่างกายของตัวเองอบอุ่น แต่ในความเป็นจริงคือ เส้นเลือดฝอยกำลังขยายตัวอย่างหนัก และจะเป็นช่องทางให้ความร้อนในร่างกายถูกระบายออกได้ง่ายขึ้น เมื่อเราดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นเท่าไหร่ ความร้อนก็จะถูกระบายออกจากร่างกายมากขึ้นไปด้วย จะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลงกว่าปกติ เมื่อเราหลับและร่างกายสัมผัสอากาศเย็นเป็นเวลานานจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตได้

นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง และโรมอัมพฤกษ์ อัมพาต ก็ได้รับผลกระทบจากอากาศหนาว เพราะความหนาวเย็นจะส่งผลให้ประสาทส่วนกลางทำงานผิดปกติ และทำให้อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติด้วย โดยเมื่ออากาศหนาวเย็นมากๆ ร่างกายจะต้องการออกซิเจนมากขึ้น และจะส่งผลต่อความดันโลหิตของผู้ป่วยในกลุ่มโรคอาการดังกล่าวด้วย ดังนั้นผู้ป่วยกลุ่มนี้จะต้องเตรียมยาประจำตัวให้พร้อม และดูแลสุขภาพตนเอง รักษาร่างกายให้อบอุ่น