พายุดีเปรสชั่น "หว่ามก๋อ" (VAMCO) ได้ก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 58 หลังจากนั้นได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนในวันเดียวกัน หลังจากนั้นได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณตอนใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ผ่านไปยังเมืองสาระวัน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานีในตอนแเช้าวันที่ 15 กันยายน 2558 จากนั้นได้เคลื่อนตัวผ่านจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ พร้อมทั้งอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างในช่วงบ่ายของวันที่ 15 กันยายน 2558 ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 16 กันยายน 2558 โดยหย่อมความกดอากาศต่ำดังกล่าวได้ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวเกิดฝนตกหนักช่วงวันที่ 15-18 ก.ย. 58 และเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออก นอกจากนี้พายุดังกล่าวยังส่งอิทธิพลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคใต้โดยเฉพาะด้านตะวันตกของภาค 
                จากเหตุการณ์ดังกล่าว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้รายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัย น้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลาก จากอิทธิพลของพายุ "หว่ามก๋อ" ในระหว่างวันที่ 13-25 กันยายน 2558 โดยมีพื้นที่ประสบอุทกภัย รวมทั้งสิ้น 24 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี พังงา ชุมพร ตราด สระบุรี ระนอง สตูล จันทบุรี สุรินทร์ ศรีสะเกษ ตรัง ฉะเชิงเทรา นครนายก กระบี่ พัทลุง นครศรีธรรมราช ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี สุราษฎร์ธานี เพชรบุรี ตาก สระแก้ว และสุพรรณบุรี รวม 70 อำเภอ 206 ตำบล 950 หมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ พังงา 1 ราย ชลบุรี 1 ราย และสุราษฎร์ธานี 1 ราย มีผู้บาดเจ็บ 1 รายที่จังหวัดพังงา
                อิทธิพลของพายุ "หว่ามก๋อ" (VAMCO) ทั้งทางตรงและทางอ้อมดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเพิ่มมากขึ้น ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำเขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน เขื่อนลำแซะ จังหวัดนครราชสีมา เขื่อนลำนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก เขื่อนบางพระ จังหวัดชลบุรี เขื่อนคลองสียัด จังหวัดฉะเชิงเทรา อ่างเก็บน้ำประแสร์ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จังหวัดระยอง และเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่เนื่องจากในหลายพื้นที่ประสบกับปัญหาภัยแล้งมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้ปริมาณน้ำกักเก็บในอ่างถูกใช้ไปมาก ดังนั้นปริมาณน้ำไหลลงอ่างที่เกิดจากอิทธิพลของพายุในครั้งนี้จึงไม่ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มขึ้นจนสามารถนำไปใช้เป็นน้ำต้นทุนสำหรับฤดูแล้งปี 2558/2559 ได้อย่างเพียงพอ โดยอ่างเก็บน้ำที่ยังคงมีปริมาณน้ำกักเก็บต่ำกว่า 30% ของความจุอ่าง ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำเขื่อนมูลบน ลำแซะ บางพระ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยเฉพาะเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่เป็นหนึ่งในเขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่ยังคงมีปริมาณน้ำกักเก็บเหลือเพียง 18% มีเพียงอ่างเก็บน้ำเขื่อนประแสร์และรัชชประภาเท่านั้นที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำดีมาก ปริมาณน้ำกักเก็บเกิน 80%







          ภาพเคลื่อนไหวแสดงถึงปริมาณและการเคลื่อนตัวของกลุ่มฝนในช่วงที่เกิดพายุ "หว่ามก๋อ"






ข้อมูลโดย : University College London


                    พายุดีเปรสชั่น "หว่ามก๋อ" (VAMCO) ได้ก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 58 หลังจากนั้นได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนในวันเดียวกัน โดยมีศูนย์กลางอยู่ทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ประมาณ 250 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 15.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 110.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยพายุได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณตอนใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ในวันที่ 14 กันยายน 2558 และได้เคลื่อนตัวไปยังเมืองสาระวัน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีศูนย์กลางอยู่ทางด้านตะวันออกของจังหวัดอุบลราชธานี ห่างออกไปประมาณ 220 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 15.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลังจากนั้นได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานีในตอนแเช้าวันที่ 15 กันยายน 2558 จากนั้นได้เคลื่อนตัวผ่านจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ พร้อมทั้งอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างในช่วงบ่ายของวันที่ 15 กันยายน 2558 ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 16 กันยายน 2558 โดยหย่อมความกดอากาศต่ำดังกล่าวได้ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวเกิดฝนตกหนักช่วงวันที่ 15-18 ก.ย. 58 และเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออก









ข้อมูลโดย : Kochi University

                    จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Himawari-8 ในช่วง 10-19 ก.ย. 58 พบกลุ่มเมฆจากอิทธิพลของพายุ "หว่ามก๋อ" (Vamco) ปกคลุมอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตั้งแต่ช่วงวันที่ 12 ก.ย. 58 และกลุ่มเมฆดังกล่าวได้เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกพร้อมกับแผ่ปกคลุมในหลายพื้นที่มากขึ้น ทั้งนี้ได้เริ่มปกคลุมประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ช่วงวันที่ 14 -18 ก.ย. 58 โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่างและภาคใต้


10/09/58 11GMT

11/09/58 11GMT

12/09/58 11GMT

13/09/58 11GMT

14/09/58 11GMT

15/09/58 11GMT

16/09/58 11GMT

17/09/58 11GMT

18/09/58 11GMT

19/09/58 11GMT

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/TyphoonTracking/Goes9.php




 ข้อมูลโดย : กรมอุตุนิยมวิทยา          

                   ช่วงวันที่ 11-18 กันยายน 2558 ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2558 ร่องมรสุมดังกล่าวได้พาดเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ซึ่งต่อมาได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชัน “หว่ามก๋อ” (VAMCO) และทวีกำลังต่อเนื่องเป็นพายุโซนร้อนในเวลาต่อมา พายุดังกล่าวได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองดานัง ประเทศเวียดนามในวันที่ 14 กันยายน 2558 จากนั้นเคลื่อนตัวผ่านประเทศลาว และอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานีในช่วงเช้าของวันที่ 15 กันยายน 2558 จากนั้นได้เคลื่อนตัวผ่านจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ พร้อมทั้งอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างในช่วงบ่ายของวันที่ 15-16 กันยายน 2558 และได้แผ่ขยายการปกคลุมไปถึงพื้นที่ภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก ในวันต่อมา ทั้งนี้จากอิทธิพลของพายุดังกล่าวส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงเพิ่มขึ้น โดยช่วงวันที่ 14-17 กันยายน 2558 เกิดฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ โดยเฉพาะด้านตะวันตกของภาคที่เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่


10/09/58

11/09/58

12/09/58

13/09/58

14/09/58

15/09/58

16/09/58

17/09/58

18/09/58

19/09/58

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/hmain.php?page=/TyphoonTracking/show_weather_map.php




 ข้อมูลโดย : สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)


10/09/58

11/09/58

12/09/58

13/09/58

14/09/58

15/09/58

16/09/58

17/09/58

18/09/58

19/09/58

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://live1.hii.or.th/wrf_image/weather_map.php, http://live1.hii.or.th/wrf_image/weather_map_latest.php?img=pressure_upperwind_1500m_low_latest.flv




 ข้อมูลโดย : สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)


10/09/58

11/09/58

12/09/58

13/09/58

14/09/58

15/09/58

16/09/58

17/09/58

18/09/58

19/09/58



ข้อมูลเพิ่มเติม : http://live1.hii.or.th/wrf_image/weather_map.php, http://live1.hii.or.th/wrf_image/weather_map_latest.php?img=pressure_upperwind_1500m_low_latest.flv




ข้อมูลโดย : Ocean Weather Inc.

                    แผนภาพแสดงความสูงของคลื่นและทิศทางของคลื่นแสดงให้เห็นว่า จากอิทธิพลของพายุ "หว่ามก๋อ" (VAMCO) ส่งผลให้บริเวณอ่าวไทยใกล้ชายฝั่งภาคตะวันออกมีความสูงของคลื่น
เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงวันที่ 15-17 ก.ค. 58 โดยความสูงของคลื่นอยู่ที่ประมาณ 2-4 เมตร


10/09/58

11/09/58

12/09/58

13/09/58

14/09/58

15/09/58

16/09/58

17/09/58

18/09/58

19/09/58



ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/show_wave.php?zone=Ind




 ข้อมูลโดย : กรมอุตุนิยมวิทยา , กรมฝนหลวงและการบินเกษตร , สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร

                    จากข้อมูลเครือข่ายภาพเรดาร์ตรวจวัดปริมาณฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย เรดาร์สุรินทร์ เรดาร์สัตหีบ รัศมี 240 กิโลเมตร และเรดาร์หนองจอก รัศมี 90 กิโลเมตร และเรดาร์สุราษฎร์ธานี รัศมี 240 กิโลเมตร ช่วงวันที่ 10-19 ก.ย. 58 พบว่าจากอิทธิพลของพายุ "หว่ามก๋อ" (VAMCO) ทำให้เกิดกลุ่มฝนกระจายตัวปกคลุมในหลายพื้นที่ โดยช่วงวันที่ 14-17 ก.ย. 58 มีฝนปกคลุมค่อนข้างมากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 18-19 ก.ย. 58 กลุ่มฝนได้เคลื่อนตัวไปยังบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และราชบุรี อิทธิพลของพายุยังส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกค่อนข้างมาก โดยเฉพาะด้านตะวันตกของภาคซึ่งมีฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงวันที่ 13-18 ก.ย. 58

เรดาร์สุรินทร์

10/09/58 12:00GMT

11/09/58 17:00GMT

12/09/58 06:00GMT

13/09/58 04:00GMT

14/09/58 22:00GMT

15/09/58 02:00GMT

16/09/58 14:00GMT

17/09/58 11:00GMT

18/09/58 06:00GMT

19/09/58 11:00GMT

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/radar/show_srnradar.php

เรดาร์สัตหีบ

10/09/58 13:50GMT

11/09/58 15:56GMT

12/09/58 12:55GMT

13/09/58 16:25GMT

14/09/58 16:25GMT

15/09/58 16:13GMT

16/09/58 11:49GMT

17/09/58 16:25GMT

18/09/58 15:01GMT

19/09/58 13:49GMT

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/radar/show_rm_satradar.php

เรดาร์หนองจอก กรุงเทพมหานคร

10/09/58 10:25GMT

11/09/58 02:25GMT

12/09/58 22:25GMT

13/09/58 00:25GMT

14/09/58 20:25GMT

15/09/58 21:05GMT

16/09/58 15:25GMT

17/09/58 17:25GMT

18/09/58 02:30GMT

19/09/58 02:25GMT

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/radar/show_Phasi.php

เรดาร์สุราษฎร์ธานี

10/09/58 07:30GMT

11/09/58 06:30GMT

12/09/58 09:30GMT

13/09/58 22:30GMT

14/09/58 12:30GMT

15/09/58 18:30GMT

16/09/58 04:30GMT

17/09/58 09:30GMT

18/09/58 12:30GMT

19/09/58 07:30GMT






 ข้อมูลโดย : สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)

          รายงานข้อมูลปริมาณฝนสะสมรายวันตรวจวัดจากสถานีโทรมาตรของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาบน) ช่วงวันที่ 10-19 ก.ย. 58 ตรวจพบฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุ "หว่ามก๋อ" (VAMCO) บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ โดยสถานีที่มีฝนตกเกิน 50 มิลลิเมตรต่อวัน แสดงดังตารางด้านล่าง ส่วนจังหวัดที่วัดปริมาณฝนได้เกิน 100 มิลลิเมตรต่อวัน ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด จันทบุรี พระนครศรีอยุธยา สุราษฎร์ธานี และพังงา


10/09/58

11/09/58

12/09/58

13/09/58

14/09/58

15/09/58

16/09/58

17/09/58

18/09/58

19/09/58



วันที่
สถานี
ตำบล
อำเภอ
จังหวัด
ปริมาณฝนสะสมรายวัน (มม.)
2015-09-10 ดอนกลาง ดอนฉิมพลี บางน้ำเปรี้ยว ฉะเชิงเทรา 114.0
ตะเคียนทอง ตะเคียนทอง กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี 73.6
บ้านหนองขอน พลิ้ว แหลมสิงห์ จันทบุรี 72.4
ท่าตะโก ท่าตะโก ท่าตะโก นครสวรรค์ 67.6
หนองบัว หนองกลับ หนองบัว นครสวรรค์ 67.6
วังท่าช้าง วังท่าช้าง กบินทร์บุรี ปราจีนบุรี 67.2
หนองมะค่า หนองมะค่า โคกเจริญ ลพบุรี 54.8
โนนกอก หนองบัวแดง หนองบัวแดง ชัยภูมิ 54.4
หนองบอน หนองบอน บ่อไร่ ตราด 50.4
2015-09-11 เขื่อนบางลาง เขื่อนบางลาง บันนังสตา ยะลา 61.4
ที่ว่าการอำเภอระแงะ ตันหยงมัส ระแงะ นราธิวาส 54.8
ที่ว่าการอำเภอตากใบ เจ๊ะเห ตากใบ นราธิวาส 52.0
2015-09-12 ที่ว่าการอำเภอแว้ง แว้ง แว้ง นราธิวาส 63.2
2015-09-13 บางเบ้า เกาะช้างใต้ กิ่งอำเภอเกาะช้าง ตราด 97.2
โคกยายเกตุ สวนแตง เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี 83.0
บ้านลาด บ้านลาด บ้านลาด เพชรบุรี 71.2
ลาดยาว ลาดยาว ลาดยาว นครสวรรค์ 55.2
2015-09-14 ซอยวัดหนองปรือ บึง ศรีราชา ชลบุรี 106.2
ระเว ระเว พิบูลมังสาหาร อุบลราชธานี 80.8
บ้านหัวเรือ หนองเหล่า ม่วงสามสิบ อุบลราชธานี 61.4
เมนรูทกันทรารมย์ ยาง กันทรารมย์ ศรีสะเกษ 59.2
บ้านแก้ง แก้ง เดชอุดม อุบลราชธานี 58.2
นาสวง นาส่วง เดชอุดม อุบลราชธานี 55.4
บ้านนาแคน บ้านแมด บุณฑริก อุบลราชธานี 55.2
ด่านเจดีย์สามองค์ หนองลู สังขละบุรี กาญจนบุรี 53.2
น้ำยืน สีวิเชียร น้ำยืน อุบลราชธานี 51.8
บ้านห้วยผอก น้ำอ้อม กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ 50.4
2015-09-15 เขาสก คลองศก พนม สุราษฎร์ธานี 136.8
บ้านบางวัน บางวัน คุระบุรี พังงา 103.6
จอมพระ บ้านผือ จอมพระ สุรินทร์ 101.6
เมืองที ราม เมืองสุรินทร์ สุรินทร์ 93.4
โรงพยาบาลระนอง บางริ้น เมืองระนอง ระนอง 91.6
ไหนหนัง เขาคราม เมืองกระบี่ กระบี่ 87.8
ธาตุ ธาตุ รัตนบุรี สุรินทร์ 82.0
ปราสาท กังแอน ปราสาท สุรินทร์ 78.2
บ้านบางหิน บางหิน กะเปอร์ ระนอง 73.4
พลูตาหลวง พลูตาหลวง สัตหีบ ชลบุรี 68.8
ตะเคียนทอง ตะเคียนทอง กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี 68.2
ชุมชนบ้านทับคริสต์ คลองชะอุ่น พนม สุราษฎร์ธานี 68.0
บ้านหนองลุง กำแพง อุทุมพรพิสัย ศรีสะเกษ 66.8
บ้านใหม่สำเร็จกิจ สำโรงใหม่ ละหานทราย บุรีรัมย์ 66.4
บ้านโคกพลวง โคกสนวน ชำนิ บุรีรัมย์ 63.8
บางใหญ่ บางใหญ่ กระบุรี ระนอง 62.0
แหลมกรวด คลองขนาน เหนือคลอง กระบี่ 61.0
บ้านทับคริสต์ คลองชะอุ่น พนม สุราษฎร์ธานี 60.4
บ้านซึม สัมฤทธิ์ พิมาย นครราชสีมา 59.2
สีสุก ศรีละกอ จักราช นครราชสีมา 57.6
เจ๊ะบิลัง เจ๊ะบิลัง เมืองสตูล สตูล 54.8
ลำนางรอง ลำนางรอง โนนดินแดง บุรีรัมย์ 53.6
บ้านกมลศรี กะลาเส สิเกา ตรัง 52.8
ตลาดปากช่อง ขนงพระ ปากช่อง นครราชสีมา 51.6
บ้านโคกพลวง หนองโบสถ์ นางรอง บุรีรัมย์ 51.6
2015-09-16 บางเบ้า เกาะช้างใต้ กิ่งอำเภอเกาะช้าง ตราด 145.8
โรงพยาบาลระนอง บางริ้น เมืองระนอง ระนอง 99.0
หาดทับทิม แหลมกลัด เมืองตราด ตราด 87.2
บ้านแลง บ้านแลง เมืองระยอง ระยอง 86.2
ถ้ำทองหลาง ถ้ำทองหลาง ทับปุด พังงา 86.2
เจ๊ะบิลัง เจ๊ะบิลัง เมืองสตูล สตูล 85.0
บางใหญ่ บางใหญ่ กระบุรี ระนอง 84.4
เปร็ดใน ห้วงน้ำขาว เมืองตราด ตราด 80.6
พลูตาหลวง พลูตาหลวง สัตหีบ ชลบุรี 78.0
บ้านกมลศรี กะลาเส สิเกา ตรัง 75.8
บ้านบางวัน บางวัน คุระบุรี พังงา 72.8
เขาระกำ คลองใหญ่ แหลมงอบ ตราด 72.0
ซอยวัดหนองปรือ บึง ศรีราชา ชลบุรี 69.2
ตลาดสะเดา สะเดา สะเดา สงขลา 65.4
เขาสก คลองศก พนม สุราษฎร์ธานี 62.2
ห้วยกะทะทอง ศรีมงคล ไทรโยค กาญจนบุรี 56.4
ห้วยคต ห้วยคต ห้วยคต อุทัยธานี 54.4
น้ำตกเก้าชั้น สวนผึ้ง สวนผึ้ง ราชบุรี 54.0
บ้านบางหิน บางหิน กะเปอร์ ระนอง 53.4
2015-09-17 บางเบ้า เกาะช้างใต้ กิ่งอำเภอเกาะช้าง ตราด 176.4
เปร็ดใน ห้วงน้ำขาว เมืองตราด ตราด 136.6
หาดทับทิม แหลมกลัด เมืองตราด ตราด 132.4
บ้านหนองขอน พลิ้ว แหลมสิงห์ จันทบุรี 127.8
บางไทร1 สนามชัย บางไทร พระนครศรีอยุธยา 122.4
หนองบอน หนองบอน บ่อไร่ ตราด 117.6
ปัถวี ปัถวี มะขาม จันทบุรี 116.4
เขาสก คลองศก พนม สุราษฎร์ธานี 110.6
บ้านด่านชุมพล ด่านชุมพล บ่อไร่ ตราด 108.4
บ้านแหลมค้อ ตะกาง เมืองตราด ตราด 107.0
หนองแหน หนองแหน พนมสารคาม ฉะเชิงเทรา 96.4
ตะเคียนทอง ตะเคียนทอง กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี 94.0
บ้านควนไม้แดง ห้วยปริก ฉวาง นครศรีธรรมราช 90.6
เขาระกำ คลองใหญ่ แหลมงอบ ตราด 89.0
วังรีรีสอร์ท เขาพระ เมืองนครนายก นครนายก 87.2
บ้านบางวัน บางวัน คุระบุรี พังงา 86.8
บ้านสระบัว ลำพูน บ้านนาสาร สุราษฎร์ธานี 82.0
อู่ทอง บ้านนา แกลง ระยอง 77.8
หนองคอก คลองตะเกรา ท่าตะเกียบ ฉะเชิงเทรา 76.8
ถ้ำทองหลาง ถ้ำทองหลาง ทับปุด พังงา 74.4
ชุมชนบ้านทับคริสต์ คลองชะอุ่น พนม สุราษฎร์ธานี 73.8
เมืองใหม่นายายอาม นายายอาม นายายอาม จันทบุรี 71.2
น้ำตกปางสีดา หนองตะเคียนบอน วัฒนานคร สระแก้ว 71.0
บ้านทับคริสต์ คลองชะอุ่น พนม สุราษฎร์ธานี 69.8
พลูตาหลวง พลูตาหลวง สัตหีบ ชลบุรี 67.8
ดอนกลาง ดอนฉิมพลี บางน้ำเปรี้ยว ฉะเชิงเทรา 66.6
บ้านหัวนา นาหินลาด ปากพลี นครนายก 65.8
บ้านบางหิน บางหิน กะเปอร์ ระนอง 65.6
ทับลาน บุพราหมณ์ นาดี ปราจีนบุรี 64.2
วังหมี วังหมี วังน้ำเขียว นครราชสีมา 61.8
ท่างาม ประจันตคาม ประจันตคาม ปราจีนบุรี 60.0
วังท่าช้าง วังท่าช้าง กบินทร์บุรี ปราจีนบุรี 55.4
ตลาดพูนพิน ท่าข้าม พุนพิน สุราษฎร์ธานี 54.4
ลาดยาว ลาดยาว ลาดยาว นครสวรรค์ 52.8
อบต.บางตาหงาย บางตาหงาย บรรพตพิสัย นครสวรรค์ 52.2
สตอ สะตอ เขาสมิง ตราด 50.4
โรงพยาบาลระนอง บางริ้น เมืองระนอง ระนอง 50.0
2015-09-18 อบต.ปลายโพงพาง ปลายโพงพาง อัมพวา สมุทรสงคราม 89.8
สี่แยกเขาปีบ ทุ่งตะไคร ทุ่งตะโก ชุมพร 86.4
ท่าตะคร้อ ท่าตะคร้อ หนองหญ้าปล้อง เพชรบุรี 77.8
เกษตรศาสตร์กำแพงแสน ดอนข่อย กำแพงแสน นครปฐม 77.0
หัวหินเมาทท์เทนวิวล์ หัวหิน หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 76.8
ท่าไม้ลาย วังใหม่ เมืองชุมพร ชุมพร 72.0
ร่องชะอม ดอนยาง เมืองเพชรบุรี เพชรบุรี 55.0
บ้านพาละ เขาไชยราช ปะทิว ชุมพร 53.8
ท่านา ท่าพระยา นครชัยศรี นครปฐม 50.6
บ้านมะเดื่อทอง เขาล้าน ทับสะแก ประจวบคีรีขันธ์ 50.4
2015-09-21 โพนพิสัย จุมพล โพนพิสัย หนองคาย 89.0
สะอาดไชยศรี อัคคะคำ โพธิ์ชัย ร้อยเอ็ด 77.8
ปราสาท กังแอน ปราสาท สุรินทร์ 75.4
บ้านพุ่มแก ธาตุพนม ธาตุพนม นครพนม 66.4
กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 เบตง เบตง ยะลา 62.2
เมืองที ราม เมืองสุรินทร์ สุรินทร์ 61.4

หมายเหตุ : รายงานเฉพาะปริมาณฝนสะสมรายวันที่ตรวจวัดได้เกิน 50 มิลลิเมตร
สีแดง หมายถึง ข้อมูลปริมาณฝนสะสมรายวัน ที่เกิน 100 มิลลิเมตร 
สีส้ม หมายถึง ข้อมูลปริมาณฝนสะสมรายวัน ระหว่าง 80-99 มิลลิเมตร 


ข้อมูลเพิ่มเติม : http://tiwrmdev.hii.or.th/Interpolated/ShowImg.php





 ข้อมูลโดย : กรมอุตุนิยมวิทยา

          รายงานข้อมูลปริมาณฝนสะสมรายวันตรวจวัดจากสถานีตรวจอากาศกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงวันที่ 10-19 ก.ย. 58 ตรวจพบฝนตกหนักจาก อิทธิพลของพายุ "หว่ามก๋อ" (VAMCO) บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ โดยสถานีที่มีฝนตกเกิน 50 มิลลิเมตรต่อวัน แสดงดังตารางด้านล่าง  ส่วนจังหวัดที่วัดปริมาณฝนได้เกิน 100 มิลลิเมตรต่อวัน ได้แก่ จังหวัดปทุมธานี สุพรรณบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ฉะเชิงเทรา ตราด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ระนอง พังงา


10/09/58

11/09/58

12/09/58

13/09/58

14/09/58

15/09/58

16/09/58

17/09/58

18/09/58

19/09/58
mm.

วันที่
สถานี
ตำบล
อำเภอ
จังหวัด
ปริมาณฝนสะสมรายวัน(มม.)
2015-09-10 ปทุมธานี สกษ. คลองหนึ่ง คลองหลวง ปทุมธานี 103.6
ตากฟ้า สกษ. สุขสำราญ ตากฟ้า นครสวรรค์ 52.9
นำร่อง ปากน้ำ เมืองสมุทรปราการ สมุทรปราการ 50.0
สระแก้ว สระขวัญ เมืองสระแก้ว สระแก้ว 93.3
พลิ้ว สกษ. ตะปอน ขลุง จันทบุรี 90.6
นางรอง หนองโบสถ์ นางรอง บุรีรัมย์ 56.2
2015-09-11 กรุงเทพฯ บางนา สกษ. บางนา บางนา กรุงเทพมหานคร 86.8
2015-09-12 ฉะเชิงเทรา ลาดกระทิง สนามชัยเขต ฉะเชิงเทรา 115.8
สตูล คลองขุด เมืองสตูล สตูล 54.0
2015-09-13 อู่ทอง สกษ. จรเข้สามพัน อู่ทอง สุพรรณบุรี 100.7
สุพรรณบุรี รั้วใหญ่ เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี 59.0
ฉะเชิงเทรา ลาดกระทิง สนามชัยเขต ฉะเชิงเทรา 64.1
ตราด (คลองใหญ่) คลองใหญ่ คลองใหญ่ ตราด 54.6
2015-09-14 ตราด (คลองใหญ่) คลองใหญ่ คลองใหญ่ ตราด 85.1
อุบลราชธานี สกษ. ท่าช้าง กิ่งอำเภอสว่างวีระวงศ์ อุบลราชธานี 70.8
ตะกั่วป่า คึกคัก ตะกั่วป่า พังงา 56.7
ระนอง บางริ้น เมืองระนอง ระนอง 56.3
เกาะลันตา เกาะลันตาใหญ่ เกาะลันตา กระบี่ 51.4
2015-09-15 ตราด (คลองใหญ่) คลองใหญ่ คลองใหญ่ ตราด 79.1
ห้วยโป่ง สกษ. ห้วยโป่ง เมืองระยอง ระยอง 64.0
นางรอง หนองโบสถ์ นางรอง บุรีรัมย์ 77.1
สุรินทร์ นอกเมือง เมืองสุรินทร์ สุรินทร์ 74.1
ศรีสะเกษ หนองครก เมืองศรีสะเกษ ศรีสะเกษ 71.9
โชคชัย โชคชัย โชคชัย นครราชสีมา 67.1
นครราชสีมา ในเมือง เมืองนครราชสีมา นครราชสีมา 62.1
สุรินทร์ สกษ. คอโค เมืองสุรินทร์ สุรินทร์ 61.6
ระนอง บางริ้น เมืองระนอง ระนอง 114.4
กระบี่ เหนือคลอง เหนือคลอง กระบี่ 79.6
ตรัง โคกหล่อ เมืองตรัง ตรัง 66.4
ภูเก็ต ตลาดใหญ่ เมืองภูเก็ต ภูเก็ต 59.4
ตะกั่วป่า คึกคัก ตะกั่วป่า พังงา 58.1
สตูล คลองขุด เมืองสตูล สตูล 55.9
2015-09-16 สุพรรณบุรี รั้วใหญ่ เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี 51.6
ตราด (คลองใหญ่) คลองใหญ่ คลองใหญ่ ตราด 162.5
พัทยา หนองปรือ บางละมุง ชลบุรี 134.0
ห้วยโป่ง สกษ. ห้วยโป่ง เมืองระยอง ระยอง 98.6
ชลบุรี บางปลาสร้อย เมืองชลบุรี ชลบุรี 56.5
ระนอง บางริ้น เมืองระนอง ระนอง 122.7
สตูล คลองขุด เมืองสตูล สตูล 97.1
ตรัง โคกหล่อ เมืองตรัง ตรัง 90.7
ภูเก็ต (ศูนย์ฯ) ไม้ขาว ถลาง ภูเก็ต 62.1
เกาะลันตา เกาะลันตาใหญ่ เกาะลันตา กระบี่ 54.2
ภูเก็ต ตลาดใหญ่ เมืองภูเก็ต ภูเก็ต 50.0
2015-09-17 บัวชุม บัวชุม ชัยบาดาล ลพบุรี 53.0
นครสวรรค์ นครสวรรค์ออก เมืองนครสวรรค์ นครสวรรค์ 50.3
ตราด (คลองใหญ่) คลองใหญ่ คลองใหญ่ ตราด 161.3
พลิ้ว สกษ. ตะปอน ขลุง จันทบุรี 160.9
ห้วยโป่ง สกษ. ห้วยโป่ง เมืองระยอง ระยอง 142.1
กบินทร์บุรี กบินทร์ กบินทร์บุรี ปราจีนบุรี 94.7
จันทบุรี วัดใหม่ เมืองจันทบุรี จันทบุรี 79.2
ชลบุรี บางปลาสร้อย เมืองชลบุรี ชลบุรี 52.0
ปากช่อง สกษ. กลางดง ปากช่อง นครราชสีมา 95.0
บุรีรัมย์ ร่อนทอง สตึก บุรีรัมย์ 61.0
สุรินทร์ สกษ. คอโค เมืองสุรินทร์ สุรินทร์ 60.5
ระนอง บางริ้น เมืองระนอง ระนอง 125.6
ตะกั่วป่า คึกคัก ตะกั่วป่า พังงา 110.9
กระบี่ เหนือคลอง เหนือคลอง กระบี่ 73.3
สุราษฎร์ธานี หัวเตย พุนพิน สุราษฎร์ธานี 83.7
สวี สกษ. วิสัยใต้ สวี ชุมพร 65.2
สุราษฎร์ธานี สกษ. ท่าอุแท กาญจนดิษฐ์ สุราษฎร์ธานี 65.1
พระแสง สอท. อิปัน พระแสง สุราษฎร์ธานี 54.7
2015-09-18 ราชบุรี อ่างทอง เมืองราชบุรี ราชบุรี 113.0
นครปฐม (กำแพงแสน) กำแพงแสน กำแพงแสน นครปฐม 83.8
ตากฟ้า สกษ. สุขสำราญ ตากฟ้า นครสวรรค์ 50.4
หัวหิน หัวหิน หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 112.3
ชุมพร ท่าตะเภา เมืองชุมพร ชุมพร 70.8
สวี สกษ. วิสัยใต้ สวี ชุมพร 57.2
2015-09-21 ร้อยเอ็ด สกษ. เหนือเมือง เมืองร้อยเอ็ด ร้อยเอ็ด 86.3
สุรินทร์ สกษ. คอโค เมืองสุรินทร์ สุรินทร์ 77.4
สุรินทร์ นอกเมือง เมืองสุรินทร์ สุรินทร์ 68.9

หมายเหตุ : รายงานเฉพาะปริมาณฝนสะสมรายวันที่ตรวจวัดได้เกิน 50 มิลลิเมตร
สีแดง หมายถึง ข้อมูลปริมาณฝนสะสมรายวัน ที่เกิน 100 มิลลิเมตร 
สีส้ม หมายถึง ข้อมูลปริมาณฝนสะสมรายวัน ระหว่าง 80-99 มิลลิเมตร 


ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/tmd_daily.php



 ข้อมูลโดย : NARVAL / NASA / HAII

          จากแผนภาพแสดงปริมาณฝนสะสมรายวันจากสถาบันวิจัยทหารเรืออเมริกา (NARVAL) และแผนภาพฝนสะสมสังเคราะห์โดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (HAII) พบว่าช่วงวันที่ 10-19 ก.ย. 58 มีกลุ่มฝนตกหนักกระจุกตัวมากในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้


10/09/58 00Z

11/09/58 00Z

12/09/58 00Z

13/09/58 00Z

14/09/58 00Z

15/09/58 00Z

16/09/58 00Z

17/09/58 00Z

18/09/58 00Z

19/09/58 00Z

mm.
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/show_ssta.php


10/09/58

11/09/58

12/09/58

13/09/58

14/09/58

15/09/58

16/09/58

17/09/58

18/09/58

19/09/58








 ข้อมูลโดย : สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)

จากรายงานการส่ง SMS เพื่อเตือนภัยปริมาณฝนช่วงวันที่ 10-22 ก.ย. 58 พบว่ามีการเตือนภัยพายุ ฝน และน้ำในเขื่อน ในบริเวณที่เกิดฝนตกหนัก ทั้งในระดับการเฝ้าระวังสูงสุดและระดับวิกฤต รายละเอียดดังตารางด้านล่าง

วันที่
เวลา
ช่วงเวลาฝนสะสม
ปริมาณฝนสะสม(มม.)
บริเวณที่เตือนภัย
ระดับการเตือนภัย
22/9/2015 0:00:00 ฝน23-00น.                        58.0 ต.จุมพล จ.หนองคาย
วิกฤต
21/9/2015 18:00:00 ฝน17-18น.                        43.6 ต.อัคคะคำ จ.ร้อยเอ็ด
เฝ้าระวังสูงสุด
11:00:00 เขื่อนประแสร์ ลดเป็น109% 
วิกฤต
19/9/2015 18:00:00 ฝน17-18น.                        40.6 ต.เขาคราม จ.กระบี่
วิกฤต
9:00:00 ฝน3วัน                      217.2 ต.ห้วงน้ำขาว จ.ตราด
เฝ้าระวังสูงสุด
9:00:00 ฝน3วัน                      178.8 ต.บางริ้น จ.ระนอง
เฝ้าระวังสูงสุด
9:00:00 ฝน3วัน                      219.6 ต.แหลมกลัด จ.ตราด
เฝ้าระวังสูงสุด
9:00:00 ฝน3วัน                      159.0 ต.สนามชัย จ.พระนครศรีอยุธยา
เฝ้าระวังสูงสุด
9:00:00 ฝน3วัน                      322.2 ต.เกาะช้างใต้ จ.ตราด
วิกฤต
18/9/2015 23:00:00 เขื่อนประแสร์ ลดเป็น92% 
วิกฤต
22:00:00 เขื่อนประแสร์ ลดเป็น 92%
วิกฤต
22:00:00 ฝน21-22น.                        38.4 ต.ปลายโพงพาง จ.สมุทรสงคราม
เฝ้าระวังสูงสุด
22:00:00 ฝน3วัน                      240.6 ต.บางริ้น จ.ระนอง
วิกฤต
22:00:00 ฝน3วัน                      214.6 ต.พลูตาหลวง จ.ชลบุรี
เฝ้าระวังสูงสุด
22:00:00 ฝน3วัน                      309.6 ต.คลองศก จ.สุราษฎร์ธานี
วิกฤต
22:00:00 ฝน3วัน                      243.4 ต.แหลมกลัด จ.ตราด
วิกฤต
21:00:00 เขื่อนประแสร์เพิ่มเป็น92% 
วิกฤต
21:00:00 ฝนวานนี้                      160.0 พลิ้ว สกษ.
วิกฤต
21:00:00 ฝนวานนี้                      142.0 ห้วยโป่ง สกษ.
เฝ้าระวังสูงสุด
21:00:00 ฝนวานนี้                      161.0 ตราด (คลองใหญ่)
วิกฤต
21:00:00 ฝน3วัน                      233.8 ต.ห้วงน้ำขาว จ.ตราด
เฝ้าระวังสูงสุด
21:00:00 ฝน3วัน                      183.0 ต.พลิ้ว จ.จันทบุรี
เฝ้าระวังสูงสุด
21:00:00 ฝน3วัน                      364.4 ต.เกาะช้างใต้ จ.ตราด
วิกฤต
21:00:00 ฝน3วัน                      263.2 ต.บางวัน จ.พังงา
วิกฤต
17/9/2015 3:00:00 ฝน16/07-17/03น.                      121.6 ต.เกาะช้างใต้ จ.ตราด
เฝ้าระวังสูงสุด
16/9/2015 6:00:00 ฝน15/07-16/06น.                      129.4 ต.คลองศก จ.สุราษฎร์ธานี
วิกฤต
6:00:00 ฝน15/07-16/06น.                        99.6 ต.บางวัน จ.พังงา
เฝ้าระวังสูงสุด
5:00:00 ฝน15/07-16/05น.                        91.4 ต.บางริ้น จ.ระนอง
เฝ้าระวังสูงสุด
5:00:00 ฝน15/07-16/05น.                        93.4 ต.ราม จ.สุรินทร์
เฝ้าระวังสูงสุด
0:00:00 ฝน15/07-16/00น.                        94.2 ต.คลองศก จ.สุราษฎร์ธานี
เฝ้าระวังสูงสุด
0:00:00 ฝน15/07-16/00น.                      101.6 ต.บ้านผือ จ.สุรินทร์
เฝ้าระวังสูงสุด
15/9/2015 23:00:00 ฝน07-23น.                        95.4 ต.บ้านผือ จ.สุรินทร์
เฝ้าระวังสูงสุด
14:00:00 Tropical Depression VAMCO is hitting Thailand
เฝ้าระวังสูงสุด
9:00:00 Tropical Storm VAMCO is hitting Thailand
เฝ้าระวังสูงสุด
0:00:00 ฝน14/07-15/00น.                      106.0 ต.บึง จ.ชลบุรี
เฝ้าระวังสูงสุด
14/9/2015 21:00:00 ฝน20-21น.                        42.4 ต.บึง จ.ชลบุรี
วิกฤต
21:00:00 ฝน07-21น.                      101.0 ต.บึง จ.ชลบุรี
เฝ้าระวังสูงสุด
3:00:00 ฝน02-03น.                        36.8 ต.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว
เฝ้าระวังสูงสุด
3:00:00 ฝน13/07-14/03น.                        96.4 ต.เกาะช้างใต้ จ.ตราด
เฝ้าระวังสูงสุด
13/9/2015 22:00:00 ฝน21-22น.                        48.4 ต.บางขุนกอง จ.นนทบุรี
วิกฤต
9:00:00 ฝนวานนี้                      115.0 ฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา
เฝ้าระวังสูงสุด
12/9/2015 18:00:00 ฝน17-18น.                        35.6 ต.วังทอง จ.พิษณุโลก
เฝ้าระวังสูงสุด
14:00:00 ฝน13-14น.                        38.0 ต.ห้วยคต จ.อุทัยธานี
เฝ้าระวังสูงสุด
6:00:00 ฝน05-06น.                        41.6 ต.หล่ายงาว จ.เชียงราย
วิกฤต
11/9/2015 7:00:00 ฝน06-07น.                        43.0 ต.แม่เมาะ จ.ลำปาง
วิกฤต
5:00:00 ฝน04-05น.                        32.0 ต.ทุ่งแล้ง จ.แพร่
เฝ้าระวังสูงสุด
0:00:00 ฝน23-00น.                        36.8 ต.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์
เฝ้าระวังสูงสุด
0:00:00 ฝน10/07-11/00น.                      110.0 ต.ดอนฉิมพลี จ.ฉะเชิงเทรา
เฝ้าระวังสูงสุด
10/9/2015 14:00:00 ฝน13-14น.                        41.4 ต.วังท่าช้าง จ.ปราจีนบุรี
วิกฤต
11:00:00 ฝน07-11น.                        96.8 ต.ดอนฉิมพลี จ.ฉะเชิงเทรา
เฝ้าระวังสูงสุด





 ข้อมูลโดย : กรมชลประทาน / การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

          อิทธิพลของพายุ "หว่ามก๋อ" (VAMCO) ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ทำให้เกิดฝนตกหนักบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง รวมถึงภาคใต้ ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ดังกล่าวมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเพิ่มมากขึ้น ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำเขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน เขื่อนลำแซะ จังหวัดนครราชสีมา เขื่อนลำนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก เขื่อนบางพระ จังหวัดชลบุรี เขื่อนคลองสียัด จังหวัดฉะเชิงเทรา อ่างเก็บน้ำประแสร์ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จังหวัดระยอง และเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่เนื่องจากในหลายพื้นที่ประสบกับปัญหาภัยแล้งมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้ปริมาณน้ำกักเก็บในอ่างถูกใช้ไปมาก ดังนั้นปริมาณน้ำไหลลงอ่างที่เกิดจากอิทธิพลของพายุในครั้งนี้จึงไม่ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มขึ้นจนสามารถนำไปใช้เป็นน้ำต้นทุนสำหรับฤดูแล้งปี 2558/2559 ได้อย่างเพียงพอ โดยอ่างเก็บน้ำที่ยังคงมีปริมาณน้ำกักเก็บต่ำกว่า 30% ของความจุอ่าง ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำเขื่อนมูลบน ลำแซะ บางพระ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยเฉพาะเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่เป็นหนึ่งในเขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่ยังคงมีปริมาณน้ำกักเก็บเหลือเพียง 18% มีเพียงอ่างเก็บน้ำเขื่อนประแสร์และรัชชประภาเท่านั้นที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำดีมาก ปริมาณน้ำกักเก็บเกิน 80%


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ เขื่อนจุฬาภรณ์
ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ เขื่อนสิรินธร
ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ เขื่อนลำตะคอง
ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ เขื่อนลำพระเพลิง
ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ เขื่อนลำแซะ
ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ เขื่อนมูลบน
ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ เขื่อนลำนางรอง




 


ภาคกลาง
ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์


ภาคตะวันออก

ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ เขื่อนขุนด่านปราการชล
ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ เขื่อนคลองสียัด
ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ บางพระ
ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ ประแสร์
ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ หนองปลาไหล
 


ภาคใต้
ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ เขื่อนรัชชประภา

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php/rid_bigcm.html

เขื่อน
ความจุ
อ่างเก็บน้ำ
ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง (ล้าน ลบ.ม.)
ปริมาณน้ำกักเก็บ (% เทียบ รนก.) 
สถานะน้ำในอ่างฯ
(วันที่ 22 ก.ย. 58)
16-ก.ย.-58
17-ก.ย.-58
18-ก.ย.-58
19-ก.ย.-58
20-ก.ย.-58
21-ก.ย.-58
22-ก.ย.-58
รวม
15-ก.ย.-58
22-ก.ย.-58
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ลำตะคอง 314 1.31 2.06 3.13 5.96 8.07 3.83 1.50 25.86
72 (23%)
97 (31%)
น้ำพอใช้
ลำพระเพลิง 110 4.79 6.56 6.91 12.87 4.15 1.59 1.31 38.18
16 (15%)
55 (50%)
น้ำพอใช้
สิรินธร 1966 6.86 21.81 12.87 6.77 5.57 4.74 4.76 63.38
1,060 (15%)
1,145 (58%)
น้ำดี
ลำนางรอง 121 0.60 0.60 0.66 0.36 0.24 0.25 0.25 2.96
40 (33%)
43 (36%)
น้ำพอใช้
มูลบน 141 0.68 0.46 0.93 1.60 0.41 0.33 1.89 6.30
32 (23%)
40 (28%)
น้ำน้อย
ลำแซะ 275 0.43 2.03 2.25 9.72 2.73 1.86 1.33 20.35
53 (19%)
75 (27%)
น้ำน้อย
ภาคกลาง
ป่าสักชลสิทธิ์ 960 6.88 3.67 6.93 8.18 8.18 0.97 13.29 48.10
119 (12%)
174 (18%)
น้ำน้อย
ภาคตะวันออก
บางพระ 117 0.87 1.97 4.16 1.56 0.61 1.01 0.67 10.85
14 (12%)
25 (21%)
น้ำน้อย
หนองปลาไหล 164 2.40 2.73 8.76 5.47 1.76 1.28 0.94 23.34
65 (40%)
88 (54%)
น้ำดี
คลองสียัด 420 8.73 8.17 26.99 37.10 14.05 4.25 2.85 102.14
55 (13%)
157 (37%)
น้ำพอใช้
ขุนด่านปราการชล 224 2.45 3.01 8.77 9.78 5.22 2.99 1.76 33.98
108 (48%)
141 (63%)
น้ำดี
ประแสร์ 248 5.46 12.70 36.91 30.41 10.67 2.66 1.82 100.63
174 (70%)
271 (109%)
น้ำดีมาก






 ข้อมูลโดย : สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) , กรมชลประทาน

               จากการตรวจวัดระดับน้ำโดยสถานีโทรมาตรตรวจวัดระดับน้ำของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) และกรมชลประทาน ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ พบว่าอิทธิพลของพายุ "หว่ามก๋อ" (VAMCO) ส่งผลทำให้เกิดสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในหลายจังหวัด เช่น ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ระยอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี พังงา สตูล และสงขลา โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก ที่เกิดน้ำท่วมหนักเป็นบริเวณกว้างในหลายจังหวัด ทั้งนี้สถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในทุกพื้นที่ สามารถกลับสู่เข้าสภาวะปกติได้ภายในระยะเวลาสั้น
รายละเอียดตามกราฟด้านล่าง

สถานการณ์น้ำล้นตลิ่งพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สถานี CHI001 - บ้านเขว้า ต. ภูแลนคา อ. บ้านเขว้า จ. ชัยภูม

สถานี CHI002-หนองบัวระเหว ต. หนองบัวระเหว อ. หนองบัวระเหว จ. ชัยภูมิ

สถานี MUN003-ชุมพวง ต. ท่าลาด อ. ชุมพวง จ. นครราชสีมา

สถานี MUN008- คูเมือง ต. ปะเคียบ อ. คูเมือง จ. บุรีรัมย์

สถานี MUN009-เมืองสุรินทร์ ต. ตระแสง อ. เมืองสุรินทร์ จ. สุรินทร์

สถานี MUN012- ประโคนชัย ต. ไพศาล อ. ประโคนชัย จ. บุรีรัมย์

สถานการณ์น้ำล้นตลิ่งพื้นที่ ภาคตะวันออก

สถานี BPK004 - พนมสารคาม ต. เกาะขนุน อ. พนมสารคาม จ. ฉะเชิงเทรา

สถานี NYK000-องครักษ์ ต. องครักษ์ อ. องครักษ์ จ. นครนายก

สถานี PRC002-เมืองปราจีนบุรี ต. หน้าเมือง อ. เมืองปราจีนบุรี จ. ปราจีนบุรี

สถานี PRC003-นาดี ต. สะพานหิน อ. นาดี จ. ปราจีนบุรี

สถานี SKE001-คลองพระปรง ต. ศาลาลำดวน อ. เมืองสระแก้ว จ. สระแก้ว

สถานี SKE002-เมืองสระแก้ว ต. สระขวัญ อ. เมืองสระแก้ว จ. สระแก้ว

สถานี CHN001-เมืองจันทบุรี ต. จันทนิมิต อ. เมืองจันทบุรี จ. จันทบุรี

สถานี CHN001-เขาคิชฌกูฏ ต. ชากไทย กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จ. จันทบุรี
สถานี RAY001- เมืองแกลง ต. บ้านนา อ. แกลง จ. ระยอง

สถานการณ์น้ำล้นตลิ่งพื้นที่ ภาคใต้

สถานี MDC001-ตลาดเก่าตะกั่วป่า ต. โคกเคียน อ. ตะกั่วป่า จ. พังงา

สถานี SLA003-สะเดา ต. ท่าโพธิ์ อ. สะเดา จ. สงขลา

สถานี STU001- เมืองสตูล ต. ฉลุง อ. เมืองสตูล จ. สตูล

สถานี SVI001-สวี 1 ต. นาโพธิ์ อ. สวี จ. ชุมพร

สถานี TKP001-ตะกั่วป่า ต. ตำตัว อ. ตะกั่วป่า จ. พังงา

สถานี TPI005-เวียงสระ ต. ทุ่งหลวง อ. เวียงสระ จ. สุราษฎร์ธานี
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaiwater.net/wl_summary.php












 

 ข้อมูลโดย : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

รายงานสาธารณภัยประจำวันที่ 18 ก.ย. 58 เวลา 18.00 น.
              สถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วมขังและน้ำป่าไหลหลาก จากอิทธิพลของพายุ “หว่ามก๋อ” ตั้งแต่วันที่ 13-18 กันยายน 2558
              พื้นที่ประสบภัย มีทั้งสิ้น 18 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี พังงา ชุมพร ตราด สระบุรี ระนอง สตูล ตาก จันทบุรี สุรินทร์ ศรีสะเกษ ตรัง ฉะเชิงเทรา นครนายก กระบี่ พัทลุง และนครศรีธรรมราช รวม 47 อำเภอ 114 ตำบล 455 หมู่บ้าน
              ผู้สูญหาย 1 ราย ที่จังหวัดชลบุรี
              ผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่จังหวัดพังงา 1 คน และจังหวัดชลบุรี 1 คน
              ผู้บาดเจ็บ 1 ราย ที่จังหวัดพังงา
              สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 8 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ตรัง ศรีสะเกษ สุรินทร์ ระนอง สระบุรี นครศรีธรรมราช และพัทลุง
              พื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 5 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ชลบุรี พัทลุง ตรัง และพังงา
              ยังคงมีสถานการณ์ ทั้งสิ้น 10 จังหวัด ดังนี้
          1) พังงา วันที่ 14-18 ก.ย. 58 เกิดฝนตกต่อเนื่องลมกระโชกแรงและน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 3 อำเภอ 14 ตำบล 51 หมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
              อำเภอตะกั่วป่า ได้แก่ ต.บางไทร (ม.1,2,7) ต.โคกเคียน (ม.1,3,4,5,6,7,8) ต.คึกคัก (ม.6) ต.บางนายสี (ม.2,3,6,8,9) ต.บางม่วง (ม.2,4) ต.เกาะคอเขา (ม.3) มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
(นายสัจจะ สาระยาน) ผู้บาดเจ็บ 1 ราย จากเหตุต้นไม้ล้มทับรถจักรยานยนต์ (16 ก.ย.58 เวลา 14.00 น.) บนถนนสายกะปง-ตะกั่วป่า บริวณ ต.บางไทร (ม.3) หน้าศูนย์ศึกษาพิเศษจังหวัดพังงา
              อำเภอคุระบุรี ได้แก่ ต.เกาะพระทอง (ม.1) ต.คุระบุรี (ม.3,6,7,10) ต.บางวัน (ม.1,2,3,6,7,9)
              อำเภอกะปง 5 ต. 22 ม. ความเสียหายอยู่ระหว่างสำรวจ
สนง.ปภ.จ.พังงา อำเภอ หน่วยทหาร อปท. อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าให้การ ช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว
          2) นครนายก วันที่ 17 ก.ย. 58 ฝนตกทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ อ.เมือง ต.หินตั้ง (ม.3,6) ต. สาริกา (ม.1,2,4,5,6,7,8) ซึ่งมีนักศึกษามหาลัยราชฎัฏสวนดุสิตศูนย์นครนายก นักท่องเที่ยว และประชาชน ประมาณ 300 คน ติดค้างที่จตุภูมิรีสอร์ท ต.สาริกา อ.เมือง ปัจจุบันอพยพไปที่ปลอดภัยแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำลดลง หากไม่มีฝนตกเพิ่มคาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติใน 1-2 วัน
          3) กระบี่ วันที่ 17 ก.ย. 58 เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ในพื้นที่ 5 อำเภอ 12 ตำบล 25 หมู่บ้าน ได้แก่
              อำเภออ่าวลึก ต.เขาใหญ่ (ม.1,5) คอสะพานข้างคลองเดียว ถนนสายกระบี่-พังงา ขาดไม่สามารถสัญจรได้ ต.นาเหนือ (ม.2,4,5,6) ถนนได้รับควาเสียหาย 2 สาย ต.อ่าวลึกใต้ (ม.2) สะพานข้ามคลองโสก ถนนสายควนขนมจีน-มะรุย ชำรุด อ.เมือง ต.กระบี่ใหญ่ ต.ไสไทย (ม.4)
              อำเภอคลองท่อม ต.คลองพน (ม.2,3,4,6,7,10) อ.เกาะลันตา ต.คลองยาง (ม.1,4,6) ต.เกาะกลาง (ม.1,2) ต.เกาะลันตาน้อย (ม.1,3) ต.ศาลาด่าน (ม.2,3,5) ต.เกาะลันตาใหญ่ (ม.2,5)
              อำเภอเหนือคลอง ต.คลองขนาน (ม.8)
สนง.ปภ.จ.กระบี่ อำเภอ หน่วยทหาร อปท. อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิฯ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว
           4) ตาก ช่วงวันที่ 11-13 ก.ย.58 เกิดฝนตกหนักมีน้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 5 อำเภอ 7 ตำบล 8 หมู่บ้าน ได้แก่
              อำเภอพบพระ ต.พบพระ (ม.4) ต.ช่องแคบ (ม.1,11)
              อำเภอบ้านตาก ต.ท้องฟ้า (ม.2) ต.ทุ่งกระเชาะ (ม.2)
              อำเภอ.แม่สอด ต.ด่านแม่ละเมา (ม.10) ต.พะวอ (ม.3) น้ำป่าพัดบ้านเรือนประชาชนเสียหายทั้งหลัง 1 หลัง
              อำเภอวังเจ้า ต.น่าโบสถ์ (ม.4)
              อำเภอ.แม่ระมาด น้ำจากลำห้วยเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร
สนง.ปภ.จ.ตาก อำเภอ หน่วยทหาร อปท. อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว
         5) ชลบุรี ช่วงวันที่ 14-18 ก.ย. 58 มีฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขัง ในพื้นที่ 3 อำเภอ 16 ตำบล 73 หมู่บ้าน มีผู้สูญหาย 1 ราย ผู้เสียชีวิต 1 ราย
              อำเภอบางละมุง ต.บางละมุง (ม.1-5) ต.หนองปรือ (ม.1-14) ต.หนองปลาไหล (ม.1-8) ต.โป่ง (ม.5,10) ต.ห้วยใหญ่ (ม.1-13) ต.ตะเคียนเตี้ย (ม.1-4) ต.เข้าไม้แก้ว (ม.4,5) เมืองพัทยา 44 ชุมชน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย (นายพัลลภ ทาภักดี อายุ 35 ปี)
              อำเภอสัตหีบ ต.สัตหีบ (ม.1,2,4,5,8,9) ต.บางเสร่ (ม.1,2,3,5,7,8,9) ต.นาจอมเทียน (ม.2,9) ต.พลูตาหลวง (ม.2,3,5) ต.แสมสาร (ม.1,4) มีผู้ถูกน้ำพัด สูญหาย 1 ราย (พ.จ.อ.ขจร ชัยวงษ์ อายุ 62 ปี)
              อำเภอหนองใหญ่ ต.หนองใหญ่ 4,6 ต.คลองพลู ม.1 ต.เขาชก ม.1,3
ศูนย์ ปภ. เขต 17 จันทบุรี สนง.ปภ.จ.ชลบุรี อำเภอ หน่วยทหาร อปท. อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าให้การช่วยเหลือ ในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นทีต่ำบางส่วนของ อ.สัตหีบ หากไมมีฝนตกเพิ่ม คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติใน 1-2 วัน ส่วนถนนสายหลักรถสามารถสัญจรได้
ตามปกติแล้ว
          6) ระยอง ช่วงวันที่ 17-18 ก.ย.58 เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ 8 ตำบล 45 หมู่บ้าน ได้แก่
              อำเภอเมือง ต.เนินพระ ม.1,2,3,4,7 ต.ทับมา ม.1,2,3,4,7 ต.เชิงเนิน ม.1-7 ต.ตะพง ม.1,4,5,7,15 ถนนถูกน้ำท่วม 9 สาย
              อำเภอบ้านฉาง ต.สำนักท้อน ม.1-8 ต.บ้านฉาง ม.1-7 ต.พลา ม.1-7
              อำเภอเขาชะเมา ต.ชำฆ้อ ม.1 ประชาชนได้รับความ เดือดร้อน 500 ครัวเรือน ศูนย์ ปภ. เขต 17 จันทบุรี สนง.ปภ.จ.ระยอง อำเภอ หน่วยทหาร อปท. อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าให้การช่วยเหลือ สนับสนุน กระสอบทราย 6,500 กระสอบ และเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่อง
          7) ชุมพร เมื่อวันที่ 15-16 ก.ย.58 เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ 3 อำเภอ 10 ตำบล 35 หมู่บ้าน
              อำเภอพะโต๊ะ ได้แก่ ต.พะโต๊ะ ม.6,9 ต.พระรักษ์ ม.5-9 และ ต.ปากทรง ม.2,4,5,6,7,8
              อำเภอหลังสวน ต.ท่ามะพลา ม.1,2,8 ต.วังตะกอ ม. 1-4 ต.หาดยาย ม.2,5,6,7,9,12 ต.แหลมทราย ม.4,11 ต.พ้อแดง ม.1,3,6,7,8,9 ต.นาขา ม.13
              อำเภอสวี น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ความเสียหายอยู่ระหว่างสำรวจ บ้านเสียหายบางส่วน 1 หลัง ถนน 28 สาย สะพาน 3 แห่ง คอสะพาน 4 แห่ง ท่อระบายน้ำ 17 แห่ง บ่อปลา 1 บ่อ สนง.ปภ.จ.ชุมพร อำเภอ หน่วยทหาร อปท. อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่เข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำลดลง หากไม่มีฝนตกเพิ่มคาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติใน 1-2 วัน
          8) จันทบุรี วันที่ 15-18 ก.ย.58 เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมขังในพื้น 6 อำเภอ 14 ตำบล 69 หมู่บ้าน ถนน 3 เส้น สะพาน 2 แห่ง ฝาย 1 แห่ง คอสะพาน 1 แห่ง ได้แก่
              อำเภอเมือง ต.ท่าช้าง ม.6
              อำเภอโป่งน้ำร้อน ต.ทับไทร (ม.4,6,9) ต.โป่งน้ำร้อน (ม.1,4) ต.เทพนิมิต (ม.4)
              อำเภอขลุง ต.ตรอกนอง (ม.6) ต.วังสรรพรส (ม.1,2,5,8,9)
              อำเภอมะขาม ต.ฉมัน (ม.1,2,6,9)
              อำเภอแก่งหางแมว ต.แก่งหางเมว (ม.1,15,19,22) ต.สามพี่น้อง (ม.3,6,7)
              อำเภอเขาคิชฌกูฎ ต.ชากไทย (ม.1-8) ต.จันทเขลม (ม.1-8) ต.พลวง (ม.1-10) ต.ตะเคียนทอง (ม.1-9) ต.คลองพลู (ม.1-10)
ศูนย์ ปภ. เขต 17 จันทบุรี สนง.ปภ.จ.จันทบุรี อำเภอ
หน่วยทหาร อปท. อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันถ้าฝนไม่ตกเพิ่ม คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายภายใน 1-2 วันนี้
          9) ตราด ช่วงวันที่ 16-18 ก.ย. 58 เกิดฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 2 อำเภอ 2 ตำบล 7 หมู่บ้าน
              อำเภอเกาะช้าง ต.เกาะช้าง (ม.2,5)
              อำเภอเขาสมิง ต.สะตอ (ม.1,3,5,7,9)
สนง.ปภ.จ.ตราด อำเภอ หน่วยทหาร อปท. อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันฝนหยุดตก ระดับ
น้ำลดลง หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมคาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติใน 1-2 วัน
          10) สตูล เมื่อวันที่ 16-18 ก.ย.58 เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ 5 อำเภอ 15 ตำบล 95 หมู่บ้าน ได้แก่
              อำเภอควนโดน ต.ควนโดน (ม.1-7,9,10) ต.ควนสตอ (ม.1,2,3,5,8,10) ต.ย่านซื่อ (ม.1-7) ต.วังประจัน (ม.4)
              อำเภอท่าแพ ต.ท่าแพ (ม.2-9) ต.แป-ระ (ม.1-6) ต.ท่าแพ (ม.1-5)
              อำเภอเมือง ต.ฉลุง (ม.1-14) ต.คลองขุด (ม.1-4,6,7)
              อำเภอควนกาหลง ต.ควนกาหลวง (ม.2,3,4,7,9) ต.ทุ่งนุ้ย (ม.6) ต.อุใดเจริญ (ม.1,2,3,4,8,9)
              อำเภอละงู ต.เขาขาว (ม.1,2,3,5,7) ต.กำแพง (ม.3,4,7,10) ต.ละงู (ม.4,5,6,8,9,11,13,15,16,17)
ปัจจุบันระดับน้ำลดลง หากไม่มีฝนตกเพิ่มคาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติใน 1-2 วัน


รายงานสาธารณภัยประจำวันที่ 25 ก.ย. 58 เวลา 18.00 น.
        สถานการณ์อุทกภัย น้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลาก จากอิทธิพลของพายุ “หว่ามก๋อ” ตั้งแต่วันที่ 13-25 กันยายน 2558
        พื้นที่ได้รับรายงานประสบภัย รวมทั้งสิ้น 24 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี พังงา ชุมพร ตราด สระบุรี ระนอง สตูล จันทบุรี สุรินทร์ ศรีสะเกษ ตรัง ฉะเชิงเทรา นครนายก กระบี่ พัทลุง นครศรีธรรมราช ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี สุราษฎร์ธานี เพชรบุรี สระแก้ว และสุพรรณบุรี รวม 70 อำเภอ 206 ตำบล 950 หมู่บ้าน
        มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ พังงา 1 ราย ชลบุรี 1 ราย และสุราษฎร์ธานี 1 ราย
        มีผู้บาดเจ็บ 1 รายที่จังหวัดพังงา
        สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 22 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ตรัง ศรีสะเกษ สุรินทร์ ระนอง สระบุรี นครศรีธรรมราช พัทลุง ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ ชลบุรี ตาก นครนายก ตราด ชุมพร สตูล เพชรบุรี ระยอง จันทบุรี พังงา สุราษฎร์ธานี และสุพรรณบุรี โดยมีพื้นที่ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 12 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ชลบุรี พัทลุง ตรัง พังงา จันทบุรี ระยอง ตาก สุราษฎร์ธานี กระบี่ ตราด และฉะเชิงเทรา ยังคงมีสถานการณ์ 2 จังหวัด 3 อำเภอ 7 ตำบล 13 หมู่บ้าน ดังนี้

        1) จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 58 มีน้ำจากอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ไหลเข้าท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ วังสมบูรณ์ วังน้ำเย็น เขาฉกรรจ์ เมือง และคลองหาด รวม 17 ตำบล 137 หมู่บ้าน ทำให้น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชน  บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 150 หลัง สนง.ปภ.จังหวัดสระแก้ว  อำเภอ หน่วยทหาร อปท. อปพร. อาสาสมัครมูลนิธิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าให้การช่วยเหลือ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำทางการเกษตรอำเภอเมือง ต.ศาลาลำดวน ต.บางแก้ง คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติใน 2-3 วัน
        2) จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 58 เกิดน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.กบินทร์บุรี ต.เมืองเก่า บริเวณชุมชนตลาดเก่ากบินทร์บุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำสูงประมาณ 45 ซม. อ.บ้านสร้าง ต.บางแตน (ม. 3,4) สนง. ปภ. จ.ปราจีนบุรี อำเภอ หน่วยงานทหาร อปท. อปพร. อาสาสมัครมูลนิธิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เข้าให้การช่วยเหลือ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติรายใน 1-2 วัน






“หว่ามก๋อ” พ่นพิษหาดบางเสร่วิปโยคคลื่นซัดเรือจมเกือบ 10 ลำ [ ผู้จัดการออนไลน์ : 16 ก.ย. 58 เวลา 12.49 น.]

ศูนย์ข่าวศรีราชา - “หว่ามก๋อ” ทำชายหาดบางเสร่วิปโยค คลื่นซัดเรือจมเกือบ 10 ลำ เจ้าของเรือยืนมองเรือตัวเองจมไปต่อหน้าต่อตา        
 
   เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (16 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณชายหาดบางเสร่ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังจากในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “หว่ามก๋อ” ทำให้มีฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ทะเลมีคลื่นลมแรงจัด ความสูงคลื่นเกือบ 2 เมตร เคลื่อนตัวด้วยความเร็วพัดเข้าหาฝั่ง ทำให้เรือประมงขนาดเล็กที่ลอยลำตามแนวชายหาดถูกคลื่นซัดจมไปแล้วเกือบ 10 ลำ เจ้าของเรือทำได้เพียงยืนมองจากชายฝั่งเห็นเรือตัวเองจมไปต่อหน้าต่อตาเท่านั้น
       นอกจากนี้ เจ้าของเรือประมงบางส่วนได้นำรถเครนมาทำการกู้ซากเรือของตนเองที่ถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยติดชายฝั่งเพื่อลดความเสียหายให้น้อยลง ขณะที่มีเรือบางลำจมหายไปใต้ทะเล บางลำยังมีเสากระโดงเรือโผล่ให้เห็น ซึ่งสถานการณ์ล่าสุด ฝนยังตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่อง และคลื่นลมยังไม่เบาบางลง ทำให้ยังมีเรือที่เสียงต่อการถูกคลื่นซัดจมอีกหลายลำ แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต
       ด้านเจ้าของเรือ กล่าวว่า เรือที่ถูกคลื่นซัดจมไปนั้นเป็นช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีฝนตกลงมาอย่างหนัก และทะเลมีคลื่นลมแรงจัด ซึ่งขณะนี้ทำได้เพียงเฝ้ามองดู ภาวนาไม่ให้เรือที่เหลือจมลง เพราะไม่มีใครกล้าที่จะออกไปในทะเลนำเรือเข้าฝั่ง เนื่องจากเกรงได้รับอันตรายจากคลื่นทะเล 







“หว่ามก๋อ” ช่วยฟื้นนาข้าวบุรีรัมย์ขาดน้ำ 2 แสนไร่ ขณะ 16 เขื่อนน้ำเพิ่มแต่ยังต่ำกว่าเกณฑ์ [ ผู้จัดการออนไลน์ : 16 ก.ย. 58 เวลา 17.02 น. ]

บุรีรัมย์ - อิทธิพลพายุ “หว่ามก๋อ” ส่งผลให้บุรีรัมย์มีฝนตก 80% ของพื้นที่เป็นผลดีนาข้าวเกษตรกรประสบภาวะฝนทิ้งช่วงขาดน้ำหล่อเลี้ยงกว่า 2 แสนไร่ เริ่มกลับฟื้นตัว ขณะเกษตรกรหลายพื้นที่ลงมือใส่ปุ๋ยบำรุงต้นข้าวและกำจัดวัชพืช ขณะเขื่อนขนาดเล็ก-ใหญ่ 16 แห่งมีน้ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6 ล้าน ลบ.ม. แต่หากเทียบปริมาณน้ำยังต่ำกว่าเกณฑ์

       
        วันนี้ (16 ก.ย.) อิทธิพลจากพายุ “หว่ามก๋อ” ที่ส่งผลให้จังหวัดบุรีรัมย์มีฝนตกเฉลี่ยร้อยละ 80 ของพื้นที่ติดต่อกัน 2 วัน ทำให้เป็นผลดีต่อพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรที่ก่อนหน้านี้ประสบกับภาวะฝนทิ้งช่วงขาดน้ำหล่อเลี้ยงมีสภาพเหี่ยวเฉาใกล้แห้งตายกว่า 200,000 ไร่ จากพื้นที่เพาะปลูกทั้งจังหวัดกว่า 2.9 ล้านไร่ เริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง
        ขณะที่เกษตรกรบ้านโคกสะอาด ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ถือโอกาสช่วงที่มีฝนตกลงมาในช่วงนี้ลงมือใส่ปุ๋ยบำรุงต้นข้าวให้เจริญงอกงาม พร้อมทั้งกำจัดวัชพืชที่ขึ้นปกคลุมต้นข้าวด้วย รวมทั้งคาดหวังว่าหากมีฝนตกลงมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวอย่างต่อเนื่องจะทำให้ปีนี้ได้ผลผลิตดี แต่หากไม่มีฝนตกลงมาหล่อเลี้ยงจะทำให้ข้าวเหี่ยวเฉาและยืนต้นตาย
        นายเขียน กุยรัมย์ อายุ 53 ปี เกษตรกรบ้านโคกสะอาด ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ครอบครัวไม่มีที่นาเป็นของตัวเอง ต้องเช่านาคนอื่นทำรวมจำนวน 4 ไร่ แต่ก่อนหน้านี้ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงทำให้ต้นข้าวขาดน้ำบางส่วนแห้งตายต้องลงทุนซ่อมถึง 2 รอบ ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
        อย่างไรก็ตาม หลังจากได้รับอิทธิพลจากพายุ “หว่ามก๋อ” ที่ทำให้มีฝนตกในช่วงนี้เป็นผลดีต่อนาข้าวจึงได้มาใส่ปุ๋ยบำรุงต้นข้าวให้เจริญงอกงาม แต่หากไม่มีฝนตกจะไม่สามารถใส่ปุ๋ยได้ และข้าวจะเหี่ยวเฉายืนต้นตาย
        ขณะที่ข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์พบว่า ปีนี้เกษตรกรได้ทำนาทั้งหมด 2.9 ล้านไร่ และคาดว่าหากมีฝนตกลงมาหล่อเลี้ยงในช่วงนี้จะทำให้ได้ผลผลิตดีขึ้น โดยจากปีที่ผ่านมาได้ผลผลิตทั้งหมดกว่า 1 ล้านตัน คาดว่าหากฝนดีปีนี้จะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีก 10 เปอร์เซ็นต์ของปีที่ผ่านมา
        ทางด้านนายกิติกุล เสภาศีรากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า หลังอิทธิพลพายุ “หว่ามก๋อ” พาดผ่านพื้นที่ประเทศไทย ภาคอีสาน และจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ส่งผลให้จังหวัดบุรีรัมย์มีฝนตกครอบคลุมในพื้นที่ ปริมาณฝนวัดได้ 74 มิลลิเมตร ส่งผลดีทำให้มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ทั้ง 16 แห่ง ที่มีอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ มีปริมาณเพิ่มขึ้นเฉลี่ยรวม 6 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)
        จากที่ก่อนหน้านี้มีน้ำกักเก็บในอ่างเก็บน้ำทั้งหมด 33 เปอร์เซ็นต์ ของความจุอ่างทั้งสิ้นกว่า 291 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มเป็น 39 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง หรือปัจจุบันมีน้ำกักเก็บอยู่ 113 ล้านลูกบาศก์เมตรถือว่าเป็นปริมาณน้ำที่กักเก็บต่ำกว่าค่าเฉลี่ย หากเปรียบเทียบในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาและจากการสำรวจยังพบว่ายังมีอ่างเก็บ 6 แห่ง มีปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์ และเชื่อว่าหลังสิ้นสุดพายุฝนโซนร้อนหว่ามก๋ออีก 2-3 วัน ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ไว้ อาจมีน้ำฝนจากพายุไหลเข้ากักเก็บในอ่างเก็บน้ำทั้ง 16 อ่างเพิ่มอีกซึ่งจะทำให้สามารถพ้นจากภาวะวิกฤตภัยแล้งไปได้ในปีนี้
        นายกิติกุลกล่าวอีกว่า น้ำที่กักเก็บในอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ปัจจุบันมีปริมาณกักเก็บ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุอ่าง 27 ล้านลูกบาศก์เมตร และห้วยจระเข้มาก มีปริมาณกักเก็บอยู่ขณะนี้ 7 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุอ่าง 26 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นน้ำที่จะนำไปใช้ในการผลิตประปาบริการประชาชนในเขตเศรษฐกิจของจังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งอำเภอห้วยราช และอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ถึงแม้จะมีปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์ แต่มั่นใจว่าน้ำทั้ง 2 อ่างจะสามารถนำไปผลิตประปาบริการประชาชนเพียงพอตลอดทั้งปี เพราะทุกปีที่ผ่านมาทางการประปาได้ใช้น้ำจากห้วยจระเข้มากไปผลิตประปาเพียงแห่งเดียว แต่ปีนี้ทางชลประทานจังหวัดร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาคได้จัดสร้างโรงสูบน้ำดิบอ่างเก็บน้ำห้วยตลาดนำมาผลิตประปาบริการประชาชนเพิ่มขึ้นเพื่อบริการประชาชนได้อย่างเพียงพอ 





ฝนถล่มศรีราชาน้ำไหล่บ่าเข้าท่วมตัวเมือง ถนนมอเตอร์เวย์จราจรติดขัดยาว [ ผู้จัดการออนไลน์ : 16 ก.ย. 58 เวลา 22.20 น. ]

ศูนย์ข่าวศรีราชา - ฝนตกหนักนานหลายชั่วโมงทำให้น้ำจากภูเขาไหล่บ่าป่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในตัวเมืองศรีราชา และถนนมอเตอร์เวย์ รวมทั้งถนนหลายสายในเขตอำเภอศรีราชา ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนต้องรีบอพยพขนข้าวของหนีน้ำกันทรัพย์สินเสียหายกันจ้าละหวั่น และการจราจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก

       ค่ำวันนี้ (16 ก.ย.) หลังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องนานหลายชั่วโมงที่อำเภอศรีราชา ทำให้น้ำจากภูเขาไหล่บ่าเข้าท่วมขังในหลายจุดในอำเภอศรีราชา ทั้งในเขตเทศบาลเมืองศรีราชา เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ โดยถนนหลายสายก็มีน้ำท่วมขังด้วยเช่นกัน ทั้งบริเวณถนนสุขุมวิท บริเวณชุมชนตลาดฉลอง ชุมชนจ่าบรรณ ชุมชนซอยโรงเป็ด หน้าศูนย์การค้าแปซิฟิค ศรีราชา ฯลฯ โดยบางแห่งมีระดับน้ำสูงเกือบถึงหัวเข่า และไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ต่ำ ทำให้น้ำจากบนเขา และที่สูงไหลมารวมกันปริมาณมากเกินไป จนทำให้ทางระบายน้ำระบายน้ำไม่ทัน ปริมาณน้ำดังกล่าวได้เอ่อล้นท่วมถนน และเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาน ทำให้ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ต้องขนข้าวของไปไว้ในที่สูง เครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับความเสียหาย รวมทั้งทำให้การจราจรในบริเวณดังกล่าวเป็นไปอย่างทุลักทุเล
        สำหรับบริเวณถนนมอเตอร์สาย 7 จุดสะพานตอพะยอม ฝั่งขาเข้าจังหวัดระยอง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 98 และที่บริเวณสะพานตอพะยอม หลักกิโลเมตรที่ 102-103 เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลากไปทั่วบริเวณถนน โดยมีน้ำขังระดับน้ำสูงตั้งแต่ 50 ซม. ถึง 1 เมตร ทำให้การจราจรติดขัดเป็นทางยาวกว่าหลายกิโลเมตรแล้ว
        สำหรับรถเล็กให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว ส่วนรถใหญ่พอขับเคลื่อนไปได้บ้าง ส่งผลให้การจราจรติดขัด และมีรถสะสมเป็นทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสูบระบายน้ำในจุดที่ท่วมขัง แต่บางพื้นที่ไม่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำทำให้น้ำเกิดสะสม และสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งจะเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ถ้าฝนตกลงมาอีกอาจจะมีผลกระทบต่อการใช้เส้นทางดังกล่าว 






กินข้าวกลางน้ำ!! ฝนถล่มกว่า 5 ชม.-เมืองสัตหีบจม ร้านค้าอ่วม-พัทยาหนักอีก [ ข่าวสด : 17 ก.ย. 58 เวลา 08.31 น. ]

วันที่ 17 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนหย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังจากพายุดีเปรสชัน “หว่ามก๋อ” (VAMCO) ยังคงปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและประเทศกัมพูชา ทำให้บริเวณภาคตะวันออก ยังคงมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2558  โดยเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 16 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ได้เกิดฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนักนานติดกันหลายชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 17.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น. ทำให้บนถนนสุขุมวิท กม.ที่ 176 เส้นทางสัตหีบ-พัทยา บริเวณแยกสัตหีบ เกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง มีระดับน้ำสูงหลายเซนติเมตร และพื้นที่ราบต่ำต่างได้รับผลกระทบ สาเหตุจากน้ำระบายลงทะเลไม่ทัน ทำให้การจราจรเป็นอัมพาตรถติดยาวเป็นกิโลเมตร

นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกิดมานาน ฝนตกครั้งใดก็มีปัญหาทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ฝนกระหน่ำลงอย่างหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง ทำให้น้ำท่วมขังบนถนนสุขุมวิท และเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในที่ราบต่ำได้รับความเสียหาย เนื่องจากทะเลหนุนขึ้นสูงในขณะนี้

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองสัตหีบ นำเครื่องสูบน้ำเข้าเร่งระบายน้ำเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สัตหีบ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน อำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง ทำให้การจราจรสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างช้าๆ ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จึงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งปัญหาดังกล่าวแม้เกิดมาอย่างยาวนาน แต่ทางเทศบาลเมืองสัตหีบกำลังเร่งหาวิธีแก้ไขให้ดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง คาดในไม่ช้าจะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณดังกล่าวได้อย่างแน่นอน

โดยหลังจากบริเวณเขตเทศบาลเมืองสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และใกล้เคียง ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก นานกว่า 5 ชั่วโมง ทำให้น้ำท่วมขังริมถนนสุขุมวิท เป็นวงกว้าง ตั้งแต่ หลักกิโลเมตรที่ 173-176 มีระยะทางยาวกว่า 4 กิโลเมตร และน้ำยังได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมถนนสุขุมวิทตลอดเส้นทาง รวมไปถึงร้านอาหารที่กำลังเปิดบริการ ทำให้ลูกค้าต่างวิ่งหลบขึ้นยังที่สูง บางรายรีบห่อกับข้าวกลับไปรับประทานที่บ้าน แต่ที่ร้านอาหารตามสั่งน้าแป๊ะ เตาถ่าน ของนายโสภณ ทองสัมฤทธิ์ สารวัตรกำนันตำบลสัตหีบ ขณะที่ผู้สื่อข่าวลงบันทึกภาพน้ำท่วมอยู่ ยังพบว่ามีลูกค้าใช้บริการท่ามกลางน้ำท่วมสูง ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกเพราะว่าร้านอื่นได้ปิดบริการหนีน้ำไปหมดแต่ร้านนี้ยังคงเปิดบริการลูกค้าตามปกติ แถมลูกค้ายังนั่งกินแบบใช้เท้าจุ่มลงไปน้ำท่ามกลางน้ำท่วมหนัก พร้อมยังช่วยเจ้าของร้านเก็บขยะที่ลอยเข้ามาร้านอีกด้วย สอบถามนายพัฒนะ เสถียรเขตต์ อายุ 33 ปี ลูกค้าพร้อมเพื่อนๆ จำนวน 5 คน ที่ยังรับประทานอาหารกันอยู่ทราบว่า ขณะมาสั่งอาหารรับประทานฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก พอสักพักน้ำได้เริ่มท่วมเข้ามาตัวร้าน ถือว่าได้บรรยากาศครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะไม่มีโอกาสหารับประทานได้แบบนี้ อีกแล้ว

นายโสภณ ทองสัมฤทธิ์ สารวัตรกำนันตำบลสัตหีบ กล่าวว่า ปกติเวลาฝนตกนานๆ น้ำท่วมบริเวณหน้าร้านอย่างเดียวไม่เข้ามาในร้าน แต่ครั้งนี้ถือว่าหนักมาก น้ำได้ไหลเข้ามาท่วมในร้านไม่รู้ว่าจะปิดร้านหนีทำไมในเมื่อน้ำท่วมก็ขายทั้งๆ ที่ท่วมไปเลยได้บรรยากาศไปอีกแบบ ผลจากฝนตกยังทำให้บนถนนสุขุมวิท กม.ที่ 176 เส้นทางสัตหีบ-พัทยา บริเวณแยกสัตหีบ เกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง มีระดับน้ำสูงหลายเซนติเมตร และพื้นที่ราบต่ำต่างได้รับผลกระทบ สาเหตุจากน้ำระบายลงทะเลไม่ทัน ทำให้การจราจรเป็นอัมพาตรถติดยาวเป็นกิโลเมตร

สถานการณ์ล่าสุด เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 17 ก.ย. น้ำเริ่มลดระดับลงเรื่อยๆ เนื่องจากฝนได้หยุดตก น้ำได้ระบายลงสู่ทะเลจน น้ำเริ่มแห้ง การจราจรสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ชาวบ้านเริ่มทำความสะอาดบ้านเรือนซึ่งเต็มไปด้วยคราบโคลนและขยะภายหลังจากที่น้ำลดระดับลงแล้วและตรวจสอบสภาพความเสียหายภายหลังจากถูกน้ำท่วม ซึ่งบางซอยตามถนนสุขุมวิทยังมีน้ำท่วมขังอยู่ ทางเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองสัตหีบ ได้นำเครื่องสูบน้ำเข้าเร่งระบายน้ำเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน คาดว่าก่อนรุ่งเช้าจะเข้าสู้สภาวะปกติ

ด้านนายพรชัย ตระกูลศรีมงคล อายุ 51 ปี เจ้าร้านรวมสหสัตหีบ ที่เปิดอู่ซ่อมรถยนต์ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุน้ำได้ไหลเข้ามาเป็นจำนวนมากแบบตั้งตัวไม่ทัน เพราะร้านตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท ช่วงบริเวณแยกสัตหีบ ที่เป็นบริเวณแอ่งกระทะ ที่น้ำตามถนนจะไหลมารวมกันเป็นจำนวนมาก ถือว่าครั้งนี้มวลน้ำมากที่สุดในรอบ 15 ปี แต่ยังโชคดีที่สามารถนำรถยนต์ลูกค้าขึ้น ยกรถยนต์หนีน้ำได้ทันแต่ อุปกรณ์ช่างและอะไหล่รถยนต์ที่เก็บไว้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

นอกจากนั้นมีผู้โพสต์คลิปน้ำท่วมหนักที่พัทยาหลังฝนถล่ม โดยระบุว่า รายงานสดเขาน้อย พัทยา ชลบุรี เป็นสภาพน้ำทะลักรุนแรง ท่วมรถ บ้านเรือน





“หว่ามก๋อ” ทำฝนตกโคราชต่อเนื่อง ท่วมถนนบ้าน ปชช.-เขื่อนได้น้ำเพิ่ม 20 ล้าน ลบ.ม. [ ผู้จัดการออนไลน์ : 17 ก.ย. 58 เวลา 12.07 น.]


  ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - อิทธิพล “หว่ามก๋อ” ยังส่งผลฝนตกโคราชต่อเนื่อง น้ำไหลท่วมถนนทางเข้าบ้านหนองตาคงและอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กล้นท่วมชุมชนหนองโสน 50 หลังคาเรือน ชาวบ้านเดือดร้อนสัญจรลำบาก ขณะน้ำฝนเติมเขื่อนทั้งขนาดใหญ่-ขนาดกลาง 2 วันเพิ่มร่วม 20 ล้าน ลบ.ม.
       
        วันนี้ (17 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมายังคงมีเมฆปกคลุมและฝนตกโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำ “หว่ามก๋อ” ซึ่งช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาฝนได้ถล่มลงมาอย่างหนักอีกครั้ง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังถนนทางเข้าหมู่บ้านหนองตาคง หมู่ 8 ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ระดับน้ำสูง 60-70 เซนติเมตร (ซม.) สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน นักเรียน นักศึกษา พนักงานโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งนักเรียนที่จะไปโรงเรียน ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนหนองบัวศาลา ศูนย์การเรียนชุมชนที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าวด้วยความลำบาก และเป็นจุดที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซากเนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำและพื้นที่รับน้ำจากตัวเมืองโคราช
       
        นอกจากนี้ ที่ชุมชนหนองโสน เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ได้เกิดน้ำท่วมขังบ้านเรือนราษฎร และน้ำท่วมผิวถนนตามซอยไชยณรงค์ 2-3 มีน้ำไหลหลากจนกลายเป็นคลองส่งน้ำระยะทางกว่า 100 เมตร เนื่องจากสระเก็บน้ำภายในค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 และการประปาหนองโสนเอ่อล้นออกมาท่วมบ้านชาวบ้านกว่า 50 หลังคาเรือน ระดับน้ำ 30-40 ซม. คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติอีกประมาณ 2 วัน
       
        ด้านโครงการชลประทานจังหวัดนครราชสีมารายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำของ จ.นครราชสีมาว่า จากอิทธิพลของพายุหว่ามก๋อส่งผลให้เกิดฝนตกต่อเนื่อง 2 วัน ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้น ล่าสุดมีปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ 5 โครงการ รวม 231.88 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 24.46 ของความจุระดับกักเก็บ 948 ล้าน ลบ.ม. รวม 2 วัน (16-17 ก.ย.) มีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่ 5 โครงการ และขนาดกลาง 22 โครงการ รวม 19.499 ล้าน ลบ.ม. ประกอบด้วย
       
        เขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว มีปริมาณน้ำเหลือ 67.56 ล้าน ลบ.ม. (น้ำใช้การได้ 52 ล้าน ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 21.48 ของความจุระดับกักเก็บ 314 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำไหลลงอ่างฯ 2.059 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย มีปริมาณน้ำ 27.48 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 25.07 ของความจุระดับกักเก็บ 109 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำไหลลงอ่างฯ 6.56 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนลำมูลบน อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำเหลือ 34 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 24 ของความจุระดับกักเก็บ 141 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำไหลลงอ่าง 0.46 ล้าน ลบ.ม.
       
        เขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำเหลือ 56.19 ล้าน ลบม. คิดเป็นร้อยละ 20.43 ของความจุระดับกักเก็บ 275 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำไหลลงอ่างฯ 2.03 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนลำปลายมาศ อ.เสิงสาง มีปริมาณน้ำ 39.45 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 40.26 ของความจุระดับกักเก็บ 98 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำไหลลงอ่างฯ 0.77 ล้าน ลบ.ม.
       
        ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 22 โครงการ มีปริมาณน้ำเหลือ 81.81 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 36.08 ของความจุที่ระดับกักเก็บรวม 226.74 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำไหลลงอ่างฯ รวม 3.321 ล้าน ลบ.ม. 




น้ำล้นอ่างไหลเข้าท่วมหมู่บ้านห้วยใหญ่จมบาดาลกว่า 40 หลังคา [ ผู้จัดการออนไลน์ : 17 ก.ย. 57 เวลา 17.07 น ]

ศูนย์ข่าวศรีราชา - ฝนถล่มพัทยา-บางละมุง น้ำล้นอ่างไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ กว่า 40 หลังคาเรือน ถนนขาด มีเด็กและผู้ใหญ่ติดค้างกว่า 40 ราย เจ้าหน้าที่รุดนำเรือท้องแบนช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย
       
        วันนี้ (17 ก.ย.58) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อิทธิพลจากพายุ “หว่ามก๋อ” ที่เคลื่อนตัวผ่านประเทศไทย ทำให้มีฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายจุดในพื้นที่เมืองพัทยาและบางละมุง ล่าสุดได้มีน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองไผ่ ม.11 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านหลังโรงน้ำตาลเก่าที่มีอยู่กว่า 40 หลังคาเรือน ทำประชาชนที่พักอาศัยอยู่กว่า 300 คนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากบ้านถูกน้ำท่วมจมบาดาล และมีผู้ติดค้างอยู่ในบ้าน ไม่สามารถออกมาได้ประมาณ 40 คน
        ในจำนวนนี้มีเด็กทารกเพศหญิงอายุ 7 วันได้ติดค้างอยู่กับคุณยายชื่อนางสุรินทร์ เพชรแก้ว อายุ 72 ปี ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร มทบ.14 และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยาได้นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ติดค้างอยู่ออกมาได้อย่างปลอดภัย
       นางสุรินทร์ เพชรแก้ว อายุ 72 ปี ซึ่งเป็นยายของทารกเพศหญิงวัย 7 วันเล่านาทีระทึกว่า ขณะที่กำลังนั่งเลี้ยงหลานอยู่ภายในบ้านน้ำได้ไหลทะลักเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว จึงได้นำหลานวางบนเบาะพร้อมกับยกไว้เหนือหน้าอกลอยคออยู่ภายในบ้านนานกว่า 3 ชม.จนมีเจ้าหน้าที่ได้ให้เข้าการช่วยเหลือจนรอดออกมาพร้อมหลานอย่างปลอดภัย
        นอกจากนี้ บนถนนสาย 331 ห่างจาก สภ.ห้วยใหญ่ ประมาณ 500 เมตรน้ำได้ท่วมจนถนนถูกตัดรถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ทำให้การจราจรเป็นอัมพาต เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องประชาสัมพันธ์ให้ไปใช้เส้นทางอื่น เช่นเดียวกันกับถนนสายห้วยใหญ่ - 331 กระแสน้ำได้พัดสะพานข้ามห้วยบริเวณหน้าวัดเทพบุตรจนขาด รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้
         ด้านนายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง เปิดเผยว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุหว่ามก๋อ ใน อ.บางละมุง ได้รับความเสียหายมี ต.หนองปรือ ต.ห้วยใหญ่ ต.ตะเคียนเตี้ย และเมืองพัทยาซึ่งได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด







พายุหว่ามก๋อถล่มหนัก ชาวระยองยังเฝ้าระวังน้ำท่วมอ่างเก็บน้ำ [ ไทยพีบีเอส : 18 ก.ย. 58 ]

 น้ำท่วมระยอง ชาวบ้านใน อ.บ้านฉาง อ่วม น้ำไหลเข้าคลองบางไผ่จนล้นอ่างเก็บน้ำ ทะลักท่วมพื้นที่หลายตำบล

         ยังคงเป็นสถานการณ์ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด สำหรับเหตุน้ำท่วมในพื้นที่ จ.ระยอง หลังมีฝนตกติดต่อกันอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลของ พายุหว่ามก๋อ ขณะที่วานนี้ (17 กันยายน 2558) บริเวณอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ก็ได้เกิดเหตุน้ำล้นจนทะลักเข้าท่วมถนนภายในหมู่บ้านยายร้า ต.สำนักท้อน ปริมาณน้ำสูงถึง 1 เมตร จนทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารต้องลงพื้นที่เพื่อแก้ไขสถานการณ์น้ำอย่างเร่งด่วน

         ล่าสุด (18 กันยายน) ผู้สื่อข่าว ThaiPBS มีรายงานว่า เมื่อเวลา 13.55 น. ที่ผ่านมา น้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ ยังคงล้นสปิลเวย์ในระดับความสูงราว 50 เซนติเมตร เนื่องจากมีน้ำปริมาณมากไหลลงคลองบางไผ่ ทำให้ผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่หลายตำบลใน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมต่อไป ขณะที่ฝนก็ได้เริ่มตกอีกครั้ง หลังหยุดตกมาตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา







ฝนกระหน่ำ 2 ชั่วโมง ทำหัวหิน-ราชบุรี กระทบหนัก น้ำท่วมสูงหลายพื้นที่ [ www.js100.com : 18 ก.ย. 58 ]

    น้ำท่วมไทย 2558 ฝนกระหน่ำ 2 ชั่วโมง ทำหัวหินน้ำท่วมสูงหลายพื้นที่ การจราจรเคลื่อนไปได้ช้า ขณะที่ช่วงเที่ยงคืน จ.ราชบุรี ก็เริ่มประสบปัญหาน้ำท่วมแล้ว อย่างไรก็ตามล่าสุดตอนเช้า สถานการณ์คลี่คลายแล้ว

           เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2558 ทวิตเตอร์ ‏@Chu_SpringNews มีรายงานว่า ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้มีฝนตกหนักนานกว่า 2 ชั่วโมง ส่งผลให้น้ำท่วมสูงหลายพื้นที่ รถสัญจรได้ช้า

           ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 0.36 น. ของวันที่ 19 กันยายน 2558 เฟซบุ๊ก www.js100.com ก็ได้รายงานว่า จังหวัดราชบุรี ก็เริ่มประสบเหตุน้ำท่วมแล้วเช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณชุมชนร่มรื่นพัฒนา ใกล้ตลาดกำนันหลัก ถ.เพชรเกษมสายเก่า ซึ่งบางจุดมีน้ำท่วมถึงเอว ทหารนำกำลังตั้งจุดช่วยเหลือชาวบ้าน

           อย่างไรก็ตาม ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (19 กันยายน 2558) สถานการณ์น้ำท่วมได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ทั้งนี้ชาวบ้านก็ไม่ประมาท เพราะหากมีฝนตกลงมาอีกครั้งก็อาจเกิดน้ำท่วมขังขึ้นมาได้อีก

อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

จ.
จ.ราชบุรี


ภาพจาก ทวิตเตอร์ @teeratr, ทวิตเตอร์ @Chu_SpringNews, ทวิตเตอร์ @porpu7180, เฟซบุ๊กwww.js100.com




น้ำท่วมตลาดกลางเมืองระยอง กรมชลประทาน เร่งระบายน้ำอย่างด่วน [ ไทยพีบีเอส : 19 ก.ย. 58 ]

   น้ำท่วมตลาดสตาร์ จ.ระยอง ตลาดใหญ่ใจกลางเมือง ด้านเจ้าหน้าที่สั่งเร่งระบายน้ำ คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติใน 1-2 วัน 

          เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2558 มีรายงานว่า ผลจากการที่ฝนตกมาตลอดหลายวัน ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมตลาดสตาร์ บริเวณใจกลางเมืองระยอง มีความสูงกว่า 50 เซนติเมตร โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าหน้าตลาด ทำให้กรมชลประทานต้องเร่งระบายน้ำออก คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติใน 1-2 วัน 
          ทั้งนี้ ในช่วงเช้าวันนี้ น้ำได้ทะลักเข้าท่วมตลาดสตาร์ ตลาดขนาดใหญ่ใจกลางเมืองระยอง จุดเศรษฐกิจและจุดกระจายสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการบางรายเผยว่า ก่อนที่น้ำจะท่วมนั้น ไม่มีการแจ้งเตือนใด ๆ จึงทำให้ผู้ค้าไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับน้ำท่วม
          ด้านนายประสานต์ พฤกษาชาติ ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน จ.ระยอง กล่าวว่า ทางกรมชลประทานไม่คิดว่าน้ำจะเข้าท่วมตลาดในปริมาณมากขนาดนี้ และในตอนนี้ ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำกว่า 20 เครื่องรอบตลาด เพื่อระบายน้ำออก ทำให้น้ำลดลง 10 เซนติเมตร รถเล็กสามารถสัญจรได้ และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ก็ได้เดินทางไปตรวจสอบตลาดสตาร์ด้วยตนเอง พร้อมกับยืนยันว่า เหตุน้ำท่วมครั้งนี้ เป็นผลมาจากฝนที่ตกหนัก ไม่ใช่การระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำในจังหวัด
          นอกจากนี้ สาเหตุที่น้ำท่วม ยังมาจากน้ำที่มาจากคลองทับในพื้นที่ทับมา ต.ทับมา ที่ท่วมขังเมื่อ 2 วันก่อน ทำให้น้ำต้องไหลผ่านตลาดสตาร์สู่แม่น้ำระยอง ก่อนระบายลงสู่ทะเลต่อไป







น้ำป่าเขาสอยดาวหลากท่วมสระแก้ว หลังฝนถล่ม 145 หลังจม [ ไอเอ็นเอ็นนิวส์ : 20 ก.ย. 58 ]

 น้ำท่วมสระแก้ว หลังฝนถล่มหนักหลายวัน ทำน้ำป่าจากเขาสอยดาว จันทบุรี หลากเข้า อ.วังน้ำเย็น สระแก้ว ท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตร 145 ครอบครัว ถูกตัดขาด

        เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุน้ำป่าจากเทือกเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ไหลหลากลงสู่ลำคลองเขาแหลม อ.วังสมบูรณ์ ซึ่งเป็นคลองธรรมชาติไหลผ่านลงคลองตาหลังใน จนทำให้ปริมาณน้ำในคลองพระสะทึงเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ที่อาศัยบริเวณริมคลอง และยังเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรในอำเภอวังน้ำเย็น ของจังหวัดสระแก้ว หลังจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้ นายธีระชัย ลิ้มประสิทธิศักดิ์ นายอำเภอวังน้ำเย็น ระดมเจ้าหน้าที่เพื่อออกช่วยเหลือ และอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองตาหลังในและคลองพระสะทึงออกจากพื้นที่ 
        ขณะที่ปริมาณน้ำในคลองพระสะทึง ได้ล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลอง ในพื้นที่บ้านท่าตาสี บ้านศรีบูรพา บ้านวังเพชร ตำบลตาหลังใน อำเภอวังน้ำเย็น ทำให้ 145 ครอบครัว ถูกตัดขาด เจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือท้องแบนนำอาหารและน้ำดื่ม แจกจ่ายประชาชน
        ด้าน นายอำเภอวังน้ำเย็น พ.ท. ภัยรม วงษ์พันธุ์ ฝ่ายกิจการพลเรือน จทบ.จ.สระแก้ว พร้อมด้วย ร.ต. เดชสิทธิ์ ดำดง ผบ.ร้อย.ทพ.1306 กรมทหารพรานที่ 13 ตชด.127 และนายพีระพงศ์ หมื่นผ่อง ปภ.จว.สระแก้ว ได้เข้ามอบถุงช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และให้กำลังใจประชาชน ต.ตาหลังใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบแล้ว